กลิ่นอายจางๆ ของดินเปียกชื้นและหยดเลือดสดๆ บนกลีบกุหลาบสีดำสนิท ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวราวกับภาพหลอน ทว่าเอลีน่าไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีขาวหยิบกล่องไม้แกะสลักลวดลายอัคคีขึ้นมาพิจารณาอย่างใจเย็น แสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์สีนวลสะท้อนแววตาคู่คมที่ฉายแววเยือกเย็นและท้าทาย
"อย่าเปิดมัน..."
คำกระซิบนั้นยังคงวนเวียนอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะใบหูในตอนนั้นทิ้งร่องรอยความวาบหวามไว้จางๆ แต่สติสัมปชัญญะของเธอกลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด คาลอสยืนอยู่ห่างออกไปเพียงก้าวเดียว แผ่นหลังกว้างของเขายังคงแผ่รังสีความกดดันอันน่าเกรงขามออกมาไม่ขาดสาย นัยน์สีนิลคู่นั้นกวาดมองกล่องปริศนาก่อนจะตวัดกลับมามองหน้าเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"คุณกำลังเล่นกับไฟ เอลีน่า" คาลอสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำของเขามีความแหบพร่าเล็กน้อย ประหนึ่งพยายามอดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังปะทุอยู่ภายใน "ตระกูลเวนเดอร์ไม่ได้จบสิ้นไปแค่การล่มสลายของธุรกิจน้ำหอมตระกูลรอง... คนที่ส่งของขวัญชิ้นนี้มา รู้ดีว่าคุณอยู่ที่นี่ และพวกมันต้องการทดสอบว่าคุณมีความกล้ามากแค่ไหน"
เอลีน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับระฆังแก้วแต่กลับเย็นเยียบจนน่าขนลุก เธอบรรจงวางกล่องไม้นั้นลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขัดเงา ช้าๆ และมั่นคง
"ทดสอบงั้นเหรอคะ?" เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน พลางหันไปเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นผู้ขยันตามตื๊อ "คาลอสคะ คุณคิดจริงๆ หรือว่าฉันกลายเป็น 'เอลีน่า' คนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายรอความเมตตาจากคนพวกนั้นไปแล้ว?"
สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีที่คุกรุ่นระหว่างความดื้อรั้นอันเย่อหยิ่งของหญิงสาวและความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชาของชายหนุ่มแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นหอมหวานของดอกไม้นานาพันธุ์จากสวนเวทมนตร์ภายนอกหน้าต่างไม่อาจกลบความตึงเครียดนี้ลงได้เลย
คาลอสถอนหายใจยาว ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อยของเธอ เขารู้ดีว่าห้ามเธอยากเพียงใด ในอี้ต... ผู้หญิงคนนี้อาจเคยเป็นหมากตัวหนึ่งในกระดานของผู้มีอำนาจ แต่ปัจจุบัน... เอลีน่าได้กลายเป็นผู้เล่นที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ด้าน นับตั้งแต่เธอพลิกฟื้นธุรกิจสวนดอกไม้เวทมนตร์จนสร้างรายได้มหาศาลสะเทือนวงการไฮโซ
"ฉันไม่ได้บอกว่าคุณอ่อนแอ..." คาลอสขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวอีกฝ่าย น้ำเสียงของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "แต่ฉันไม่อยากให้คุณต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับเกมสกปรกของพวกมัน คนพวกนั้นไร้ความปรานี... ซึ่งคุณก็รู้ดีที่สุดไม่ใช่หรือไง?"
เอลีน่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววูบไปชั่วขณะเมื่อนึกถึงความทรงจำอันโหดร้ายในชาติก่อน ชาติที่เธอต้องตายอย่างโดดเดี่ยวและอยุติธรรม ทว่าความรู้สึกนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างรวดเร็ว เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง
"ถ้าพวกมันไร้ความปรานี... เราก็แค่ต้องไร้ความปรานียิ่งกว่าค่ะ" เอลีน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบขาดดั่งคมมีดที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพร "และถ้าคุณยังจำข้อตกลงของเราได้... คาลอส ฉันไม่ได้ต้องการผู้พิทักษ์ที่คอยกันฉันให้ออกจากปัญหา แต่ฉันต้องการ 'หุ้นส่วน' ที่พร้อมจะกวาดล้างอุปสรรคทุกอย่างไปพร้อมกับฉันต่างหากล่ะคะ"
คำว่า 'หุ้นส่วน' ทำให้คาลอสชะงักไป ดวงตาคู่คมประกายวับขึ้นมาอย่างมีความหมาย รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยอยู่เสมอ
"หุ้นส่วน..." เขาพึมพำคำนี้ซ้ำราวกับกำลังลิ้มรสความหวานบางอย่าง "เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนี่ เอลีน่า"
"ยิ่งกว่าน่าสนใจค่ะ" เธอปรายตามองเอกสารสัญญาที่วางอยู่บนโต๊ะ — สัญญาการร่วมทุนระหว่างอาณาจักรธุรกิจของคาลอสกับอาณาจักรดอกไม้เวทมนตร์ของเธอ ซึ่งจะทำให้พวกเขากลายเป็นผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจเบ็ดเสร็จในเมืองหลวงแห่งนี้ "ถ้าเราผูกขาดตลาดวัตถุดิบเวทมนตร์และเครือข่ายขนส่งเข้าด้วยกัน ตระกูลเก่าแก่พวกนั้นก็จะไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ อีกต่อไป... และนั่นคือการแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับพวกเขา"
คาลอสโน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าของเขากับเธอห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และกลิ่นไม้หอมประจำตัวของเขาทำเอาหัวใจของเอลีน่าเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แม้เธอจะพยายามรักษาเกราะป้องกันความรู้สึกไว้อย่างแน่นหนาเพียงใด แต่ความใกล้ชิดนี้ก็ยังคงมีอิทธิพลต่อความนิ่งสงบของเธอเสมอ
"ถ้าเราเป็นหุ้นส่วนกัน..." เสียงกระซิบของคาลอสต่ำพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "มันไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องธุรกิจหรอกนะ เอลีน่า... แต่มันหมายความว่า ฉันจะมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการยืนเคียงข้างคุณ ทุกที่... ทุกเวลา..."
เอลีน่าเม้มริมฝีปากเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมเริ่มประท้วงด้วยจังหวะที่รัวเร็วขึ้น เธอเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงคู่นั้นเล็กน้อยเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปากกาขนนกเคลือบทองขึ้นมาจรดลงบนกระดาษสัญญาอย่างเด็ดขาด
"เรื่องนั้น... ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะพิสูจน์ตัวเองได้มากแค่ไหนในฐานะหุ้นส่วนต่างหากล่ะคะ"
เธอลากเส้นลายเซ็นอย่างมั่นใจ ตัวอักษรพลิ้วไหวแต่หนักแน่นบ่งบอกถึงตัวตนของเธอในตอนนี้ — หญิงสาวผู้ควบคุมชะตากรรมของตนเองอย่างแท้จริง และไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครอีกเป็นครั้งที่สอง เสียงหมึกซึมลงบนกระดาษแผ่นหนาดังก้องไปทั่วห้อง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความตึงเครียดอันเย้ายวน
ทว่า... ก่อนที่หมึกบนลายเซ็นจะทันแห้งสนิท เสียงกริ่งฉุกเฉินจากระบบป้องกันเวทมนตร์รอบคฤหาสน์ก็ดังสนั่นหวั่นไหว! แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกสี แสงสะท้อนนั้นอาบไล้ใบหน้าของทั้งสองคนให้กลายเป็นสีเลือด
คาลอสขมวดคิ้วมุ่นในทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่ของเขาราวกับนักล่าที่สัมผัสได้ถึงผู้บุกรุก
"ดูเหมือนว่า 'ของขวัญ' ชิ้นนั้น จะไม่ใช่แค่คำเตือนธรรมดาเสียแล้ว..." คาลอสเอ่ยเสียงเยียบเย็น พลางเอื้อมมือไปคว้าดาบประจำตระกูลที่พาดอยู่ข้างผนังมาถือไว้มั่น
เอลีน่าหันขวับไปมองหน้าต่างบานใหญ่ที่ปิดทึบ ดวงตาคู่คมหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ก่อนที่ร่างเงาสะท้อนนับสิบบนกระจกจะค่อยๆ ปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับร้อยที่กำลังพังประตูรั้วคฤหาสน์เข้ามาอย่างบ้าคลั่ง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ!
คุณหนูสายชิลล์กับอดีตคู่หมั้นผู้ขยันตามตื๊อ•ตอนที่ 10
ข้อตกลงที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายชิลล์กับอดีตคู่หมั้นผู้ขยันตามตื๊อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!