ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 5

การประลองฝีมือที่หอตำรา

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
กลิ่นหมึกปีกนกและฝุ่นกระดาษเก่าคร่ำคร่าลอยอบอวลจนแสบจมูก ทว่าความเร่าร้อนระอุบนแผ่นหลังของหลินเยว่ฉีกลับไม่ใช่มาจากกลิ่นอายของตำรานับหมื่นเล่ม หากแต่มาจากสายตาดุจคมมีดของบุรุษผู้ยืนกอดอกอยู่เบื้องหลัง "หลินเยว่ฉี..." มู่หรงเฟยเอ่ยชื่อนางช้าๆ น้ำเสียงเย็นเยียบราวดังมาจากขุมนรก "เมื่อคืนเอกสารราชการหาย วันนี้ตราประทับหยกหาย... และตอนนี้ เจ้ายังเอา 'ยาพิษ' มาให้ข้าดื่มเพื่อทำลายหลักฐานสินะ?" นางสะดุ้งสุดตัว มือเล็กที่ถือถาดกระเบื้องเคลือบสั่นระริกจนถ้วยยาในมือสั่นกระแทกเสียงดัง *กริ๊ก* รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักประดับบนใบหน้ายามปกติอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงดวงตากลมโตที่กะพริบปริบๆ พยายามเฟ้นหาข้อแก้ตัวที่ฟังขึ้นที่สุดในเวลาอันสั้น "อะ... อาจารย์พูดเรื่องอะไรเจ้าคะ ยาพิษอันใดกัน? นี่คือ 'ซุปบำรุงโลหิต' เคล็ดลับความงามสูตรพิเศษร้อยปีของสำนักแพทย์หลวงเชียวนะเจ้าคะ ข้าเห็นท่านโหมงานหนักจนขอบตาดำคล้ำราวกับหมีแพนด้า... เอ๊ย ราวกับเซียนผู้บำเพ็ญตบะแก่กล้า ข้าจึงหวังดีหรอกนะ!" เยว่ฉีฝืนหัวเราะแห้งๆ ถอยหลังกรูดจนน่องเรีย้างามไปชนเข้ากับชั้นตำราไม้จันทน์หอม ทว่ามู่หรงเฟยกลับไม่มีทีท่าจะผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเมฆสีนิลก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคงและกดดันราวกับพญาเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมมืดของหอตำราหลวงชั้นเจ็ด "หวังดี?" มู่หรงเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบลงกลางใจนางดัง *ตุบ* "ยาบำรุงโลหิตที่ไหนใส่ผงสลายวิญญาณเจ็ดวัน? หากข้าดื่มลงไป เกรงว่าคงได้ไปนั่งจิบชาคุยกับพญายมราชก่อนจะได้สะสางฎีกาฉบับพรุ่งนี้เสียกระมัง" "ท่านอาจารย์ช่างกล่าวเกินไปแล้ว..." นางหัวเราะกลบเกลื่อน พลางเหลือบสายตามองหาทางหนีทีไล่ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว นางไม่ได้ตั้งใจจะวางยาพิษเขาเสียหน่อย นางแค่... แค่ต้องการผงยาชาชนิดพิเศษเพื่อให้ราชครูผู้เคร่งครัดผู้นี้หลับไปสักสองชั่วยาม นางจะได้แอบหยิบ 'คัมภีร์ลับสุริยันจันทรา' ที่ซ่อนอยู่ใต้แท่นหมึกของเขาไปช่วยชีวิตอาจารย์ปู่ต่างหากเล่า! ทำไมแผนการที่วางไว้ว่าแนบเนียน ถึงได้พังไม่เป็นท่าตั้งแต่ก้าวแรกกันนะ? "ข้าไม่มีเวลามาเล่นลิ้นกับเจ้า" มู่หรงเฟยหยุดยืนห่างจากนางเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นอายบุรุษเพศเย็นเยียบผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงจางๆ แผ่ซ่านจนเยว่ฉีแทบหยุดหายใจ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเขาโน้มลงมาเล็กน้อย นัยน์ตาดำขลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้งกำลังสะท้อนเงาใบหน้าตื่นตระหนกของนาง "บอกความจริงมาก่อนที่ความอดทนของข้าจะหมดลง... เจ้าเข้ามาค้นหาอะไรในหอตำราต้องห้ามยามวิกาล หรือว่า... มีใครบงการเจ้า" คำว่า 'มีใครบงการเจ้า' ทำให้แววตาซุกซนของเยว่ฉีไหววูบไปชั่วขณะ นางเม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำเกี่ยวกับองค์ชายสามที่แอบมาขู่เข็ญนางเมื่อวันก่อนผุดขึ้นมาในหัว แต่นางไม่มีทางบอกเด็ดขาด นางไม่อาจลากอาจารย์เข้าไปพัวพันกับเกมการเมืองสกปรกนั่นได้ "ไม่มีใครทั้งนั้น ข้าแค่อยากรู้อยากเห็น..." นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายใต้ท่าทางดื้อรั้น "ท่านเป็นถึงราชครูผู้ทรงคุณธรรม ไฉนจึงมาคาดคั้นศิษย์ตัวเล็กๆ เช่นข้าเล่า ปล่อยข้านะ!" เยว่ฉีอาศัยจังหวะที่เขากำลังใช้ความคิด พุ่งตัวมุดลอดใต้แขนเสื้อของเขาเพื่อหาทางหนี ทว่ามู่หรงเฟยกลับไวgardยิ่งกว่า เขายื่นมือออกไปคว้าเอวบางของนางไว้แล้วดึงกลับมาแนบชิดแผ่นอกแกร่งอย่างง่ายดาย แรงปะทะทำให้ถาดกระเบื้องในมือร่วงหล่นลงพื้น แตกกระจายส่งเสียงดังสนั่นหอตำรา *เพล้ง!* น้ำซุปสีม่วงเข้มไหลนองไปตามพื้นกระเบื้อง กลิ่นฉุนกึกตลบอบอวล แต่วินาทีนี้ไม่มีใครสนใจถ้วยยาอีกแล้ว ลมหายใจของทั้งคู่รดรินใส่กันในระยะประชิด เยว่ฉีเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก นางไม่เคยอยู่ใกล้เขาขนาดนี้มาก่อน ใกล้เสียจนนับขนตางอนยาวของเขาได้ ใกล้เสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของบุรุษผู้เย็นชาผู้นี้ มู่หรงเฟยเองก็ชะงักไปเช่นกัน ร่างนุ่มนิ่มที่แนบชิดอยู่บนวงแขนทำให้ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านผ่านปลายนิ้ว ความกรุ่นโกรธเมื่อครู่มลายหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความรู้สึกปั่นป่วนที่เขาไม่คุ้นเคย "ดื้อด้านนัก..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหูนาง ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ขนอ่อนบนต้นคอของเยว่ฉีลุกชัน "เจ้าคิดว่าหนีพ้นหรือ?" "ข้าไม่ได้หนี... ข้าแค่..." นางอึกอัก หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู สมองขาวโพลนคิดคำแก้ตัวไม่ออก มือเล็กๆ เผลอวางทาบอยู่บนแผงอกแกร่งโดยไม่รู้ตัว สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เนื้อผ้าชั้นดี ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังเปลี่ยนความตึงเครียดเป็นความหวานล้ำชวนใจเต้นระทึกนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝีหนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากบันไดวนเบื้องล่าง... *ตึง... ตึง... ตึง...* ไม่ใช่เสียงฝีเท้าปกติ แต่มันคือเสียงเกือกม้า... ไม่สิ เสียงรองเท้าเกราะเหล็กของทหารยามราช宫! นัยน์ตาของมู่หรงเฟยเปลี่ยนเป็นคมกلاดทันที เขาดึงตัวเยว่ฉีเข้ามาหลบหลังชั้นตำราขนาดใหญ่โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ฝ่ามือหนาปิดปากนางไว้แน่นเพื่อไม่ให้เล็ดลอดแม้แต่เสียงหายใจ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทางหน้าต่างกระดาษสาที่เงาสลัวของใครบางคนกำลังทาบทับอยู่ เยว่ฉีหัวใจรัวกระหน่ำยิ่งกว่าเดิม นางเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของมู่หรงเฟยที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด และก่อนที่นางจะได้ตั้งตัว นิ้วมือเรียวยาวของเขาก็ปัดไปโดนกลไกปริศนาที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นตำราโดยบังเอิญ— *คลิック!* เสียงกลไกโบราณทำงานดังขึ้น พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองยุบตัวลงวูบหนึ่ง ก่อนที่ร่างของพวกเขาทั้งคู่จะร่วงหล่นลงไปในความมืดเบื้องล่างท่ามกลางเสียงอุทานที่ถูกกลืนหายไปด้วยความเร็ว! และที่ก้นหลุมพรางมืดสนิทนั้น... สิ่งที่รอคอยพวกเขากลับไม่ใช่ความว่างเปล่า หากแต่เป็นแสงเทียนสีเขียวมรกตที่สว่างวาบขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุ พร้อมกับเงาร่างของ 'ใครบางคน' ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางกองสมบัติและตำราต้องห้ามที่สูญหายไปของแผ่นดิน!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%