“หุบปากซะ เจ้าภูตปากเสีย ถ้าเจ้ายังส่งเสียงน่ารำคาญอีก ข้าจะโยนเจ้าไปให้เงาประหลาดนั่นต้มยำทำแกงเสีย!”
เสียงกระซิบที่ลอดไรฟันของหลินเยว่ฉีดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ตะครุบปากกลมๆ ของอาหลินไว้แน่น เจ้าสัตว์วิเศษตัวจิ๋วส่งเสียงอู้อี้ประท้วงในลำคอ ดวงตากลมโตกลอกไปมาอย่างตื่นตระหนกยามกวาดมองไปเบื้องหน้า
เบื้องล่างก้นหลุมพรางอันมืดมิด แสงเทียนสีเขียวมรกตไหววับสาดส่องกระทบโครงกระดูกและหีบสมบัติโบราณ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของคนทั้งคู่แทบหยุดเต้นไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น หากแต่เป็นร่างของชายชราผู้หนึ่งที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหิน เส้นผมสีขาวโพลนยาวสยายปกคลุมใบหน้าครึ่งหนึ่ง ทว่าลมหายใจกลับขาดหช่วงราวกับดับสูญไปนานแล้ว แต่เทียนสีเขียวกลับยังคงลุกโชนอย่างไร้ที่มา!
มู่หรงเฟยขยับตัวอย่างเงียบเชียบ สัญชาตญาณของราชครูผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนบอกให้เขาระวังภัย ร่างสูงก้าวเข้ามาบังหลินเยว่ฉีไว้เบื้องหลังโดยอัตโนมัติ มือหนากุมด้ามกระบี่ข้างกายแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว แผ่นหลังกว้างที่แผ่ไอเย็นเยียบเป็นปรกติ บัดนี้กลับตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ท่าน... ท่านราชครู” เยว่ฉีเอ่ยเสียงสั่น นางกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ความซุกซนและรอยยิ้มทะเล้นที่มักประดับบนใบหน้ายามปกติมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดหวั่นระคนสงสัย “ดูนั่นสิ ตำราในมือของเขา...”
บนตักของร่างไร้ลมหายใจนั้น มีตำราเล่มหนาปกหนังสีดำสนิท วางอยู่ บนหน้าปกปรากฏอักขระโบราณที่เรืองแสงสีทองจางๆ ยามเมื่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายของถ้ำพัดผ่าน มันคือ “ตำราเนตรสวรรค์” ตำราต้องห้ามที่สูญหายไปจากห้องพระคลังหลวงเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้แผ่นดินปั่นป่วนและทำให้มู่หรงเฟยต้องออกเดินทางสืบหาความจริงอย่างลับๆ
“อย่าขยับ” มู่หรงเฟยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กังวานและทรงอำนาจจนคนฟังต้องหยุดหายใจ สายตาคมกริบกวาดสำรวจค่ายกลรอบตัวอย่างรวดเร็ว “ที่นี่มีกลไกซ่อนอยู่ หากแตะต้องสุ่มสี่สุ่มห้า พวกเราทั้งหมดคงได้ฝังร่างอยู่ร่วมกับผู้อาวุโสท่านนี้”
ทว่า หลินเยว่ฉีไหนเลยจะเป็นเด็กสาวที่เชื่อฟังคำเตือนได้ง่ายดาย?
สายตาซุกซนของนางเหลือบไปเห็นเศษสมุนไพรหายากชนิดหนึ่งที่ร่วงอยู่ข้างแท่นหิน—‘บุปผาจันทราโลหิต’ สมุนไพรในตำนานที่นางตามหามาครึ่งค่อนปีเพื่อใช้ปรุงยาแก้พิษให้อาจารย์! ความอยากรู้อยากเห็นและความเสียดายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาเหนือความกลัว ในเมื่อโอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว มีหรือที่เซียนปรุงยาตัวน้อยจะปล่อยให้หลุดมือ?
“แค่แวบเดียว... ข้าแค่วางมือไปหยิบมันเบาๆ” นางพึมพำกับตัวเอง
ก่อนที่มู่หรงเฟยจะทันได้เอ่ยปากห้าม ร่างบางก็พุ่งตัวแُวบผ่านไหล่กว้างของเขาออกไปราวกับสายลม ประหนึ่งแมวป่าตัวน้อยที่ปราดเปรียวเกินคาดคิด
“เยว่ฉี! เจ้าเด็กโง่!”
มู่หรงเฟยสบถออกมาคำหนึ่งซึ่งหาได้ยากยิ่งที่จะได้ยินจากปากราชครูผู้เคร่งขรึม มือแกร่งคว้าจับความว่างเปล่าได้เพียงชายเสื้อสีชมพูอ่อนที่พลิ้วผ่านหน้า
*คลิก!*
เสียงกลไกฟันเฟืองโลหิตดังก้องขึ้นจากผนังถ้ำ ทันใดนั้น ลูกดอกอาบยาพิษนับร้อยดอกก็พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งมายังทิศทางที่หลินเยว่ฉียืนอยู่ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ขาทั้งสองข้างแข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนตรา ความซนของนางเกือบจะพาให้ตนเองไปพบกับความตายในชั่วพริบตา!
ทว่า... ความเจ็บปวดที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น
ร่างสูงใหญ่ของมู่หรงเฟยพุ่งเข้ามาประชิดตัวนางราวกับภูตพรายในพริบตา แขนแกร่งตวัดโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น ก่อนจะหมุนตัวเป็นเกราะกำบังรับห่าลูกดอกเหล่านั้นแทน ลูกดอกนับสิอปักเข้าที่หัวไหล่และแผ่นหลังของเขา เสียงเนื้อกระทบกับเหล็กคมดังอึดอัด พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งขึ้นมาในอากาศชื้น
“อึก...” เสียงทุ้มครางต่ำในลำคออย่างอดกลั้น
“ทะ... ท่านราชครู!” เยว่ฉีร้องลั่น น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบขาดห่างจากกัน ดวงตาคู่โตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกผิดมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนจุกอก “ท่าน... ท่านทำบ้าอะไร! ทำไมต้องเอาตัวมาบังข้าเล่า! ข้ามัน... ข้ามันแค่เด็กดื้อคนหนึ่ง ทำไมท่านต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อข้าด้วย!”
มู่หรงเฟยค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉย เย็นชา และไร้อารมณ์ บัดนี้กลับซีดเซียวลงเพราะพิษจากลูกดอกที่เริ่มแล่นริ้วเข้าสู่กระแสเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากมน ทว่าริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นบางเบา—รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่หลินเยว่ฉีเคยเห็นมาในชีวิต
“ถ้าเจ้าตาย...” เสียงของเขาแหบพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างแกVนวล “แล้วใครจะคอยเถียงข้าทุกวัน... ใครจะคอยทำเรื่องป่วนๆ ให้โลกที่น่าเบื่อนี้มีสีสันกันเล่า... เจ้าเด็กโง่”
คำพูดนั้นไม่ได้เจือด้วยความโกรธเคืองแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูและความห่วงใยที่ลึกซึ้งจนคนฟังรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านไปทั่วร่าง หลินเยว่ฉีรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัว
ภายใต้แสงเทียนสีเขียวมรกตที่สาดส่อง บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความเยือกเย็นของราชครูหนุ่มมลายหายไป เหลือเพียงไออุ่นจากอ้อมกอดที่โอบล้อมนางไว้ ท่ามกลางอันตรายที่รายล้อม เยว่ฉีเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ภายใต้ท่าทีที่เคร่งขรึมและเข้มงวดของบุรุษผู้นี้ ซ่อนหัวใจที่อบอุ่นและพร้อมจะปกป้องนางด้วยชีวิตเอาไว้
นางกัดริมฝีปากแน่น ยื่นมือสั่นเทาไปสัมผัสบาดแผลที่หัวไหล่ของเขา ก่อนจะรีบควานหาขวดโอสถระงับพิษจากถุงผ้าคาดเอวอย่างลนลาน “อย่านิ่งนะ ห้ามตายเด็ดขาด! ข้ายังไม่ได้ขอขมาท่านเลยนะ! ท่านต้องรอด ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด!”
มือเรียวพยายามจะบรรจงโรยผงยาลงบนแผล ทว่าความมืดและแรงสั่นจากความตกใจทำให้นางทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งมือใหญ่อีกข้างของมู่หรงเฟยเอื้อมมากุมมือเล็กของนางเอาไว้ นิ่งสนิท และอบอุ่น
“เจ้ามือสั่นไปหมดแล้ว... เยว่ฉี” เขากระซิบแผ่วเบา สายตาคมมองลึกลงไปในดวงตานาง “ข้าไม่เป็นไร... เจ้าปลอดภัยก็พอแล้ว”
บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงทันที เสียงหัวใจของคนทั้งสองเต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว ท่ามกลางความมืดมิดของหลุมพรางและเงาร่างของผู้อาวุโสปริศนา ความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่อีกห้วงอารมณ์หนึ่งอย่างเงียบเชียบ
ทว่า... ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของทั้งสองดวงไว้นั้นเอง
ลมหายใจที่ควรจะดับสูญของร่างไร้ลมหายใจบนแท่นหินเบื้องหน้า กลับสูดเฮือกใหญ่เข้าไปในปอดอีกครั้ง! ดวงตาสีขาวโพลนที่ปิดสนิทมาเนิ่นนานค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่า เย็นเยียบ และก้องกังวานราวกับมาจากขุมนรก ที่เอ่ยชื่อของมู่หรงเฟยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“มู่หรงเฟย... ในที่สุด เจ้าก็พา ‘เหยื่อสังเวย’ มาส่งให้ข้าด้วยตัวเองแล้วสินะ...”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มคนนี้ด้วยกันนะคะ! — เสี่ยวเถาฮวา
ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 6
ใต้แสงจันทร์กับไออุ่นที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!