กลิ่นอายของสุราหมักปีศาจสวรรค์และกลิ่นอายอันตรายจากรอยยิ้มขององค์ชายสามลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า
"หึ... มู่หรงเฟย ในที่สุดเจ้าก็พา ‘เหยื่อสังเวย’ มาส่งให้ข้าด้วยตัวเองแล้วสินะ..."
เสียงหัวเราะต่ำทุ้มดังขึ้นท่ามกลางโคมระย้าหรูหราส่องประกายระยิบระยับภายในตำหนักรับรองจันทร์กระจ่าง งานเลี้ยงฉลองในค่ำคืนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสำราญ แต่มันคือสนามรบขนาดย่อมที่ซ่อนคมดาบไว้ภายใต้เสียงพิณและรำฟ้อน
หลินเยว่ฉีสะดุ้งเล็กน้อย นางรีบขยับกายเข้าไปหลบอยู่เบื้องหลังเงาร่างสูงสง่าของมู่หรงเฟยตามสัญชาตญาณ ชายหนุ่มในชุดคลุมปักลายเมฆาและราชครูผู้เย็นชายังคงยืนนิ่งรากับรูปสลักหยกหินผา ทว่ากล้ามเนื้อทั่วร่างกลับตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือหนาที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างกุมด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่องอขาว
"องค์ชายสามตรรัสล้อเล่นเกินไปแล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ" มู่หรงเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ ทว่ากลับแฝงจิตสังหารที่กดดันจนบรรยากาศรอบโต๊ะอาหารลดฮวบลงหลายส่วน "กระหม่อมเพียงพา 'ผู้ติดตาม' มาเปิดหูเปิดตาเท่านั้น ไม่คิดว่าสายพระเนตรของพระองค์จะเฉียบคมจนมองเห็นสิ่งใดเป็นเหยื่อไปเสียหมด"
องค์ชายสามแย้มสรุป นัยน์ตาหงส์หรี่ลงมองทะลุผ่านไหล่กว้างของราชครูไปยังร่างบางที่แอบอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มของเขาเคลือบยาพิษอย่างเห็นได้ชัด "ผู้ติดตามรึ? ช่างเป็นผู้ติดตามที่มีกลิ่นอายโอสถบริสุทธิ์เข้มข้นยิ่งนัก... ได้ยินมาว่าศิษย์สาวสำนักเขาเทียนซานผู้นี้ มีฝีมือในการปรุงยาระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน นางมิได้เป็นแค่เด็กสาวไร้เดียงสาหรอกกระมัง ราชครู... ระวังว่าหมาป่าเลี้ยงไม่เชื่องจะกัดมือเข้าสักวัน"
*ตาบ้านี่... ปากคอเราะร้ายยิ่งกว่าอาหลินตอนหิวเนื้อเสียอีก!* เยว่ฉีแอบเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ด้านหลัง นางแอบหยิกชายเสื้อของมู่หรงเฟยเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าอย่าไปยอมพวกเจ้าเล่ห์พวกนี้เด็ดขาด
ทว่า มู่หรงเฟยกลับไม่มีทีท่าสะดุ้งสะเทือน เขาขยับกายเล็กน้อยเพื่อบังร่างของนางให้พ้นจากสายตาโลภระคนเจ้าเล่ห์ขององค์ชายสามโดยสมบูรณ์
"เรื่องของคนในความดูแลของกระหม่อม ย่อมต้องให้กระหม่อมเป็นผู้จัดการเอง หากไม่มีธุระอันใดเป็นกิจลักษณะแล้ว... กระหม่อมขอตัวพานางไปเดินรับลมชมสวนก่อน ฝ่าบาทคงไม่ถือสา?" มู่หรงเฟยกล่าววาจาโค้งคำคารวะตามพิธีการอย่างเย็นชา ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวของเยว่ฉีแล้วก้าวเดินออกจากวงสนทนากลุ่มใหญ่ทันทีโดยไม่รอฟังคำอนุญาต
"เดี๋ยวก่อนสิ ราชครู... งานเลี้ยงเพิ่งจะเริ่มต้นแท้ๆ" เสียงหัวเราะเยียบเย็นไล่หลังมา พร้อมกับสายตาของขุนนางนับสิบคนที่มองตามด้วยความสนใจ
บรรยากาศในสวนดอกไม้ยามค่ำคืนเงียบสงบกว่าภายในตำหนักใหญ่ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมแข่งกับสายลมหนาวที่พัดพาเอาละอองน้ำค้างมาปะทะผิวแก้ม มู่หรงเฟยเดินจูงมือเยว่ฉีลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งลับตาผู้คน ร่างสูงจึงยอมปล่อยมือจากข้อมือของนาง
เยว่ฉีลูบข้อมือตัวเองป้อยๆ นางเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยังคงยืนหันหลังให้อย่างดื้อดึง "นี่... ท่านอาจารย์จำเป็น... เอ่อ ราชครูมู่ ท่านจะบีบข้อมือข้าแรงไปถึงไหนกัน ข้าเจ็บนะ!"
มู่หรงเฟยหันกลับมา นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นมืดมนยิ่งกว่ายามราตรี "เจ้าโง่หรือแกล้งโง่กันแน่, หลินเยว่ฉี? ข้าสั่งเจ้าอย่างไรก่อนเข้างาน? ให้อยู่เงียบๆ อยู่ข้างกายข้า ห้ามพูด ห้ามสบตาใคร เหตุใดจึงทำตัวโดดเด่นจนไปเตะตาองค์ชายสามได้!"
เยว่ฉีเม้มปากแน่น ความน้อยใจพุ่งจี๊ดขึ้นมาในอก นางไม่ได้อยากเป็นจุดสนใจเสียหน่อย ก็ไอ้ตาสารเลวนั่นมันเดินเข้ามาหาเรื่องเองต่างหาก!
"แล้วข้าทำอะไรผิดเล่า! ข้าก็แค่นั่งหายใจเข้าออกเงียบๆ ของข้าดีๆ ใครจะไปรู้ว่าองค์ชายสุนัขจิ้งจอกนั่นจะมีตาหามีแววไม่ มาจ้องจะงาบข้าอยู่เรื่อย!" นางเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตเริ่มมีประกายรื้นน้ำด้วยความคับข้องใจ "ท่านเก่งกาจนัก ทำไมไม่ปกป้องข้าให้ดีตั้งแต่แรกเล่า มัวแต่ทำหน้าเป็นน้ำแข็งไสใส่ทุกคนอยู่ได้!"
คำว่า 'น้ำแข็งไส' ทำให้มู่หรงเฟยชะงักไปเล็กน้อย คิ้วคมขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจความหมาย แต่ความโกรธเกรี้ยวในแววตากลับอ่อนลงอย่างประหลาดเมื่อเห็นริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธขิงโกรธข่า
"ข้า..." ราชครูดึงลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับอารมณ์ที่ปั่นป่วนในอก "ข้าแค่วิตกว่า... เจ้าจะตกเป็นเครื่องมือของพวกเขา องค์ชายสามไม่ได้หวังดีกับเจ้า เขากำลังเดินหมากกระดานใหญ่ และเจ้า... คือเบี้ยตัวสำคัญที่จะทำให้ข้าพ่ายแพ้"
เยว่ฉีเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่ราชครูผู้เย่อหยิ่งยอมปริปากสารภาพความกังวลใจออกมาตรงๆ ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่เคยอ้างว้าง ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอื้อံวาจาใดตอบโต้...
*ฟ리즈!*
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับใบไม้ร่วงดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลัง!
มู่หรงเฟยแววตาเปลี่ยนเป็นเฉียบคมในเสี้ยววินาที ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวเยว่ฉีแล้วดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดพร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ปัดป้องลูกธนูอาบยาพิษที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหิว!
"ใคร!" มู่หรงเฟยตวาดลั่น จิตสังหารแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
ทว่า ท่ามกลางความมืดมิด มีเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ หมวกสานปีกกว้างถูกเปิดขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เยว่ฉีต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
"ฝีมือเยี่ยมยอดสมคำร่ำลือ... แต่น่าเสียดาย ที่พวกเจ้า... ไม่มีทางรอดออกไปจากค่ำคืนนี้แล้ว" บุคคลปริศนาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม และสิ่งที่ถืออยู่ในมือของอีกฝ่าย... คือป้ายหยกประจำตัวขององค์รักษ์ลับฮ่องเต้ที่ควรจะอยู่กับมู่หรงเฟยเพียงคนเดียวเท่านั้น!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกจีนโบราณกับ "เสี่ยวเถาฮวา" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าเจ้าค่ะ!
ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 7
งานเลี้ยงฉลองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!