“ท่านราชครูจะให้ข้าทำเช่นไร! นั่งมองแผนที่ที่ไม่มีทางชนะนี้ไปจนกว่าองค์ชายสามจะบุกถึงคอหอยพวกเราหรืออย่างไรคะ?”
เสียงใสของหลินเยว่ฉีก้องไปทั่วห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์ ทั้งขุนนางฝ่ายบู๊และเหล่าแม่ทัพต่างชะงักกึก มู่หรงเฟยที่ยืนนิ่งดั่งรูปสลักน้ำแข็งค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาคมกริบดุจกระบี่คู่กายจับจ้องไปที่เด็กสาวที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในชุดศิษย์สำนัก แต่กลับสวมเสื้อคลุมยาวที่ดูเทอะทะแต่นัยน์ตากลับฉายแวววาวราวกับมีพายุหมุนอยู่ภายใน
“ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับเด็กไร้เดียงสาอย่างเจ้า เยว่ฉี... ออกไปเสีย” มู่หรงเฟยเอ่ยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่มือที่กำด้ามกระบี่กลับสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที
เยว่ฉีไม่เพียงไม่ถอย แต่กลับก้าวเดินไปที่โต๊ะไม้แกะสลัก นางหยิบพู่กันจุ่มหมึกดำสนิทแล้วขีดเส้นลากผ่านหุบเขาอสรพิษบนแผนที่อย่างไม่เกรงใจสายตานับสิบคู่ “หุบเขาอสรพิษมีลมพัดย้อนทิศในยามโพล้เพล้ องค์ชายสามมั่นใจว่ากองทัพเราจะอ้อมผ่านทางหลัก เขาจะซุ่มรอที่นั่น แต่ถ้าเราเปลี่ยนจากการ ‘ป้องกัน’ เป็นการ ‘ล่อ’ โดยใช้กลิ่นอายสมุนไพรทำลายประสาทสัมผัสพวกม้าศึกของเขาเล่าคะ?”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ อาหลินที่เกาะอยู่บนไหล่ของเยว่ฉีแอบพ่นไฟจิ๋วๆ ออกมาทางจมูกพลางส่งเสียงขู่ฟ่อ “ยัยเด็กนี่เริ่มสติแตกแล้ว แต่ก็นั่นแหละ... มันเป็นวิธีที่วิปลาสที่สุดจนศัตรูคาดไม่ถึงเลยล่ะ!”
มู่หรงเฟยขยับตัวเข้าใกล้ เยว่ฉีสัมผัสได้ถึงกลิ่นไม้หอมจางๆ จากกายเขาที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันเป็นกลิ่นที่เคยปลอบประโลมความเหงาของนางมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ในยามนี้ มันกลับเจือไปด้วยความกังวลที่เขาพยายามซ่อนไว้ “เจ้าจะเอาสมุนไพรที่ไหนมาทำสิ่งที่คนทั้งกองทัพยังทำไม่ได้ หากพลาดไป... เจ้าจะไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้กลับไปปรุงยาในห้องสมุดนั่นอีก”
“ท่านกลัวข้าตาย หรือกลัวข้าจะทำแผนการของท่านพังกันแน่คะ ท่านราชครู” นางเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ ความรั้นในดวงตาคู่นั้นทำให้มู่หรงเฟยชะงักงัน เขาไม่เคยเห็นเยว่ฉีในมุมนี้ มุมที่เด็ดขาดจนน่ากลัว
เยว่ฉีหยิบตลับหยกออกมาจากอกเสื้อ มันคือยาที่นางแอบปรุงขึ้นจากรากบัวพันปีและละอองเกสรที่ออกฤทธิ์ขยายรูม่านตาหากสูดดม “นี่ไม่ใช่แค่การรบ แต่นี่คือกลยุทธ์สงครามจิตวิทยา ข้าไม่ได้ต้องการให้พวกเขาสิ้นใจ ข้าต้องการให้เขามองไม่เห็นหนทางที่ควรจะเดิน และเดินเข้าสู่กับดักที่ท่านขุดไว้ด้วยความเต็มใจ”
มู่หรงเฟยจ้องมองนัยน์ตากลมโตที่สั่นระริกด้วยความมุ่งมั่น เขาถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะหันไปทางเหล่าแม่ทัพที่อ้าปากค้าง “ทำตามที่นางบอก... เตรียมกำลังพลสองกองพันไปที่ช่องเขาตอนยามโพล้เพล้ ส่วนเจ้า...” เขาหยุดพูดแล้วหันกลับมามองเยว่ฉี “เจ้าต้องอยู่ข้างหลังข้า ห้ามก้าวออกไปไกลกว่าระยะที่ข้าจะคว้าตัวเจ้าได้ เข้าใจหรือไม่?”
เยว่ฉีคลี่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่เหมือนดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงบนน้ำแข็งหนาของหัวใจราชครูหนุ่ม “รับทราบค่ะ ท่านราชครู!”
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศในห้องประชุมดูเหมือนจะคลี่คลายลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ส่วนพระองค์ก็ดังแทรกเข้ามาอย่างไม่เป็นจังหวะ ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว ชายในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวเข้ามาพร้อมแผ่นป้ายคำสั่งอาญาสิทธิ์ในมือ เขาไม่ได้ถวายความเคารพมู่หรงเฟย แต่กลับเดินตรงมาที่เยว่ฉีพร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“องค์ชายสามฝากมาบอกท่านว่า... ยาที่ท่านเพิ่งมอบให้เขาในคืนก่อนนั้น มันช่างส่งผลดีจนเขารอไม่ไหวที่จะเห็นท่านมาเป็นของขวัญในวันชัยชนะ”
เยว่ฉีหน้าซีดเผือดลงทันที มู่หรงเฟยขยับกระบี่ออกจากฝักเล็กน้อย แววตาดุดันราวกับราชสีห์ที่พร้อมจะขย้ำศัตรูให้แหลกคามือ แต่แล้วความลับที่เยว่ฉีปกปิดไว้ในใจตลอดเวลาที่อยู่กับองค์ชายสามก็ผุดขึ้นมาทำลายความเงียบ... เพราะสิ่งที่นางให้เขาไป ไม่ใช่ยาเพิ่มพลัง แต่คือยาพิษที่จะทำให้ผู้ใช้สูญเสียการควบคุมตนเองในคืนจันทร์เต็มดวง และคืนนี้... คือคืนที่จันทร์เต็มดวงกำลังจะปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยลุ้นไปกับเยว่ฉีนะคะ เสี่ยวเถาฮวาสัญญาว่าจะมาคลี่คลายความระทึกขวัญนี้ในตอนหน้าอย่างแน่นอนค่ะ
ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 39
กลยุทธ์สงคราม
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!