“เจ้าคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวที่ลงนามโดยขุนนางกังฉิน จะเปลี่ยนอำนาจในมือข้าได้งั้นรึ?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยือกดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ดังขึ้นกลางโถงประชุมที่เงียบงัน มู่หรงเฟยยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง แสงเทียนวูบไหวสะท้อนดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ เขากำลังจ้องมองกลุ่มขุนนางที่กำลังตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่เป็นเพียงม้วนกระดาษบันทึกบัญชีลับที่เพิ่งได้มาจากศิษย์สาวจอมแก่นของเขา
หลินเยว่ฉีวิ่งหายลับไปในช่องลับหลังตู้หนังสือตามคำสั่งของเขาแล้ว หัวใจของเขาในยามนี้ที่ควรจะเย็นชาดุจศิลา กลับเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงเพียงเพราะความกังวลว่านางจะปลอดภัยหรือไม่ แต่บนใบหน้าของราชครูหนุ่มกลับไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน
“ท่านราชครู... ท่านจะทำลายพวกเราทุกคนไม่ได้! เรามีเบื้องหลังที่ท่านต้องเกรงใจ!” ขุนนางอาวุโสคนหนึ่งเค้นเสียงสั่นออกมา พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความกล้าหาญที่เหลืออยู่น้อยนิด
มู่หรงเฟยแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูน่าสยดสยองกว่าการตวาดดุดัน “เบื้องหลังงั้นรึ? องค์ชายสามหรือ? พวกเจ้าคิดว่าคนผู้นั้นจะยื่นมือมาช่วยหมาล่าเนื้อที่ไร้ค่าเช่นพวกเจ้าหรือ หากเจ้าถูกจับได้ว่าคอร์รัปชันเงินคลังหลวงจนหมดสิ้น”
เขาก้าวเท้าช้าๆ ไปข้างหน้า เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินดังก้องไปทั่วโถง ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนการบีบคอขุนนางเหล่านั้นให้สิ้นใจลงทีละน้อย “หน้าที่ของข้าคือการคุมกฎของแผ่นดิน และข้าไม่เคยยอมรับการต่อรองจากพวกเหลือบไรที่กัดกินรากแก้วของอาณาจักร”
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด อาหลิน สัตว์เทพตัวจิ๋วที่เกาะอยู่บนคานไม้เหนือโถงประชุมขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตของมันจ้องมองไปที่ประตูโถงที่ปิดสนิท มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายประหลาดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา กลิ่นไอสังหารที่ไม่ได้มาจากขุนนางกลุ่มนี้ แต่มันเป็นกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียนยิ่งกว่า
มู่หรงเฟยหยุดยืนหน้าขุนนางคนสำคัญ เขาชักกระบี่ประจำตำแหน่งออกมาครึ่งใบ เสียงโลหะกระทบฝักดังกังวานบาดแก้วหู “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสารภาพความผิดต่อหน้าองค์จักรพรรดิภายในยามสาม หากไม่... เลือดของพวกเจ้าจะถูกใช้ล้างคราบสกปรกออกจากตึกที่ทำการแห่งนี้”
ขุนนางเหล่านั้นทรุดฮวบลงกับพื้น บ้างร้องขอชีวิต บ้างก่นด่าด้วยความโกรธแค้น แต่มู่หรงเฟยหาได้แยแสไม่ สายตาของเขามองผ่านหัวไหล่ของขุนนางเหล่านั้นไปยังเงาร่างที่ปรากฏขึ้นที่หน้าต่างชั้นบน
มันคือเงาของคนชุดดำที่ถือธนูอาบยาพิษ...
ขณะที่มู่หรงเฟยกำลังจะสะบัดมือจัดการกับพวกขุนนาง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังอารักขาที่ดูไม่คุ้นหน้าก็บุกเข้ามาพังประตูโถง ทั้งหมดไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ขุนนางฉ้อราษฎร์ แต่มุ่งตรงมาที่มู่หรงเฟยราวกับได้รับคำสั่งตายจากใครบางคน
“ราชครูมู่หรง!” เสียงตะโกนกึกก้องจากชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากองกำลัง “รับราชโองการลับจากองค์ชายสาม... ท่านถูกตั้งข้อหากบฏ จงวางอาวุธเสีย!”
มู่หรงเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาสงบนิ่งจนน่าขนลุก เขารู้ดีว่าวันนี้คือกับดักที่ถูกวางไว้เพื่อกำจัดเขา แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเดือดดาลไม่ใช่ความตายของตัวเอง หากแต่เป็นความกังวลว่าหลินเยว่ฉีที่เพิ่งหนีออกไป จะต้องเผชิญกับกองกำลังพวกนี้ที่ดักรออยู่ข้างนอกนั่น!
เขากระชับกระบี่ในมือแน่น แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับมัจจุราช “พวกเจ้ากล้าดียังไง... ที่ทำให้ข้าต้องเสียเวลา และกล้าดียังไงที่ทำให้ข้าไม่มีเวลาไปตรวจสอบว่านางปลอดภัยดีไหม”
พริบตาที่มู่หรงเฟยพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้า เสียงฝีเท้าจากด้านหลังบานประตูที่หลินเยว่ฉีหนีออกไปเมื่อครู่ก็ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงของหัวหน้าหน่วยลับอย่างที่เขาจัดเตรียมไว้ แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย... เสียงของคนที่ควรจะหนีไปไกลแล้วแต่นางกลับเดินย้อนกลับมาพร้อมกับแววตาที่เด็ดเดี่ยวเกินตัว
ประตูโถงถูกผลักออกอย่างแรง หลินเยว่ฉียืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้น ในมือถือขวดยาพิษที่นางปรุงขึ้นสดๆ ร้อนๆ แต่นางไม่ได้จ้องมองไปที่ขุนนางหรือทหารเหล่านั้น สายตาของนางจับจ้องไปที่ชายชุดดำที่ซ่อนอยู่บนคานไม้ซึ่งมู่หรงเฟยยังไม่ทันสังเกตเห็น
“อาจารย์! ก้มลง!”
เสียงตะโกนของนางขัดจังหวะการต่อสู้ทุกอย่าง มู่หรงเฟยเบิกตากว้าง หันหลังกลับไปเห็นลูกธนูอาบยาพิษพุ่งเข้าหาหน้าอกของเขาอย่างรวดเร็ว ในจังหวะความเป็นความตายนั้นเอง ร่างเล็กๆ ของหลินเยว่ฉีก็กระโดดขวางวิถีธนูอย่างไม่คิดชีวิต
มู่หรงเฟยคว้าตัวนางไว้ได้ทันท่วงที แต่ทว่า... ปลายลูกธนูยังคงเฉียดหัวไหล่ของนางไปจนเลือดสีแดงสดซึมออกมา และในวินาทีที่เขากอดนางไว้แน่นนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอีกหนึ่งชุดก็เดินเข้ามาในโถงพร้อมรอยยิ้มที่ดูใจดีแต่แฝงไปด้วยความอำมหิต
“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ ราชครูผู้เย่อหยิ่ง ยอมสละชีวิตเพื่อศิษย์ตัวน้อยเพียงคนเดียวงั้นหรือ?” องค์ชายสามก้าวเดินเข้ามาในโถงด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ในมือถือพัดด้ามจิ้วที่ดูสวยงาม “แต่ก็น่าเสียดาย... ที่ความรักของพวกเจ้า จะต้องจบลงที่นี่ ในห้องขังใต้ดินที่ไม่มีวันได้เห็นแสงตะวันอีกต่อไป”
มู่หรงเฟยโอบกอดหลินเยว่ฉีไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความอาฆาตที่รุนแรงที่สุดเท่าที่ใครเคยเห็นมา เขาไม่ได้กลัวตาย แต่ในใจของเขากำลังสั่นสะท้าน... เพราะเขารู้ดีว่า ยาพิษที่เคลือบอยู่บนลูกธนูนั้นคือสิ่งที่เขาสอนให้นางระวังมากที่สุด... และตอนนี้ มันกำลังแล่นเข้าสู่กระแสเลือดของนางแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของศิษย์สาวและราชครูหนุ่มมาจนถึงตอนนี้ เสี่ยวเถาฮวาสัญญาว่าจะพาทุกคนไปพบกับบทสรุปที่คาดไม่ถึงในตอนหน้าแน่นอนค่ะ
ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 31
ราชครูผู้ไม่ยอมใคร
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!