ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 42

คำมั่นสัญญาใต้แสงดาว

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรตังกุยและน้ำผึ้งป่าลอยวนอยู่ในศาลาแปดเหลี่ยม “ท่านราชครูคะ ข้าว่าท่านชักจะตึงเกินไปแล้วนะเจ้าคะ หน้าผากย่นๆ นั่นน่ะ หากแก่ตัวไปริ้วรอยคงลึกจนแมลงวันบินไปวางไข่ได้เชียว!” เสียงใสแจ๋วเอ่ยกลั้วหัวเราะ พร้อมกับที่เรียวหน้านวลเนียนยื่นเข้าไปใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน หลินเยว่ฉีในยามนี้ไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวอำนาจมืดของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในราชสำนักแม้แต่น้อย มือเล็กเรียวดั่งลำหักลำขุดกำลังบรรจงใช้ปลายนิ้วแตะยาขี้ผึ้งสีเขียวอ่อน แล้วป้ายลงบนรอยแผลยาวบริเวณหัวไหล่หนาที่เพิ่งผ่านการศึกมาหมาดๆ ของมู่หรงเฟย เนื้อผ้าแพรต่วนสีดำถูกร่นลงเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างและกล้ามเนื้อสมส่วนที่มีร่องรอยบาดแผลประปราย แต่ทว่าสายตาของราชครูหนุ่มหาได้มองที่บาดแผลของตนไม่ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับทอดมองดวงหน้างามที่กำลังพ่นลมหายใจอุ่นร้อนใส่ผิวเนื้อของเขาด้วยความตั้งอกตั้งใจ “เจ้าช่างกล้าหยอกเย้าข้าเกินไปแล้วกระมัง เยว่ฉี” น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบตามเคย แต่หากเงี่ยหูฟังให้ดีจะพบความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ลึกยิ่งกว่าก้นบึ้งมหาสมุทร มู่หรงเฟยขยับตัวเพียงเล็กน้อย ทว่าการกระทำนั้นกลับทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ยิ่งแนบชิดกันเข้าไปอีก จนเยว่ฉีต้องชะงักมือที่กำลังนวดคลึงยา นางรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจใต้แผ่นอกนั้น... มันหนักแน่น รุนแรง และสะท้อนตัวตนของเขาที่มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้รับรู้ “ใครกล้าหยอกท่านกันเล่า ข้าแค่พูดความจริงต่างหาก” ศิษย์สาวตัวป่วนเม้มริมฝีปากสีชาดเบาๆ หลบสายตาพราวระยับที่มองมาอย่างมีความหมาย “บาดแผลเต็มตัวเช่นนี้ วันหน้าหากข้าไม่อยู่คอยปรุงยาให้ ท่านไม่พิการเพราะเสียเลือดไปครึ่งตัวเลยหรือไงนะ” คำพูดนั้นสะดุดกึกในลำคอ เมื่อจู่ๆ มือหนาที่เคยนิ่งสงบดั่งหินผากลับเอื้อมขึ้นมาจับข้อมือนุ่มของนางไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ ทว่ามันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและสั่นไหวเล็กน้อยในคราเดียวกัน “เจ้าจะไปไหน…” น้ำเสียงของมู่หรงเฟยเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที แววตาคมปลาบจับจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของนาง “ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะก้าวเข้ามาในโลกของข้าแล้ว เยว่ฉี… เจ้าคิดว่าจะสะบัดชายเสื้อแล้วเดินจากไปได้ง่ายๆ งั้นหรือ” เยว่ฉีหัวใจกระตุกวูบ นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งเพียงใด ท่ามกลางราชสำนักที่เต็มไปด้วยคมดาบและเล่ห์เหลี่ยมขององค์ชายสามและขุนนางกังฉิน มู่หรงเฟยเปรียบเสมือนเสาหลักที่ค้ำจุนแผ่นดิน แต่เสาหลักต้นนี้ก็มีรอยร้าว และมีหัวใจที่โดดเดี่ยวไม่ต่างจากนาง “ข้า… ข้าก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนปากเสียเท่านั้นเอง” เยว่ฉีพยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวด้วยรอยยิ้มทะเล้น แต่ขอบตากลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ “ท่านก็รู้ว่าข้าไม่มีใครที่ไหน เป็นเพียงศิษย์สาวเร่ร่อนที่อาจารย์ส่งมาฝึกวิชาปรุงยาเท่านั้น…” “นับจากนี้ เจ้าไม่ใช่คนเร่ร่อนอีกต่อไปแล้ว” มู่หรงเฟยเอ่ยตัดบท น้ำเสียงของเขาหนักแน่นราวกับประกาศิตสวรรค์ สายตาที่ทอดมองนางในยามนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกนับร้อยพันที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเคร่งขรึมมาเนิ่นนาน เขาดึงข้อมือนุ่มให้นางขยับเข้ามานั่งแนบชิดบนตักแกร่งของตนโดยไม่ปล่อยให้ศิษย์สาวได้ทันตั้งตัว “ว้าย! ท่าน… ทำบ้าอะไรเล่า อาหลินเห็นเข้าจะว่าเอาได้นะ!” เยว่ฉีร้องอุทานด้วยความตกใจ ใบหน้างามแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู นางเหลือบมองไปทางเจ้าอาหลิน สัตว์เทพขนฟูที่นอนขดตัวหลับตาพริ้มทำเป็นไม่รู้ไม่ช้าอยู่มุมศาลา เจ้าตัวแสบนั้นดูเหมือนจะรู้หน้าที่ เสือกเอาอุ้งเท้าขึ้นมาปิดตาตัวเองไว้แน่น ช่างเป็นสัตว์เลี้ยงที่รู้ใจเสียจริง! “ปล่อยให้มันนอนไปเถอะ” มู่หรงเฟยกล่าวเบาๆ ก่อนจะใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้น เพื่อบังคับให้นางสบตาเขากลับตรงๆ “เยว่ฉี ฟังข้าให้ดีนะ…” บรรยากาศรอบกายราวกับถูกแช่แข็ง เสียงสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านยอดไผ่ไหวระรึกดั่งเสียงดนตรีประกอบฉาก ความเงียบงันระหว่างทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัด ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันมหาศาล ดวงจันทร์สว่างไสวทอแสงนวลทาบทับลงมาบนร่างของคนทั้งคู่ ราวกับสวรรค์กำลังเป็นพยานในค่ำคืนนี้ “ข้า… มู่หรงเฟย ใช้ชีวิตอยู่เพื่อบ้านเมืองมาตลอดชีวิต คิดไม่ถึงว่าฟ้าดินจะส่งสตรีตัวป่วนเช่นเจ้าเข้ามาปั่นป่วนหัวใจข้าจนยุ่งเหยิงไปหมด” มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและงดงามจนคนมองแทบหยุดหายใจ “ข้าไม่อาจสัญญาได้ว่าหนทางเบื้องหน้าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ องค์ชายสามยังคงจ้องเล่นงานเรา และภัยมืดในราชสำนักก็ยังไม่คลี่คลาย… แต่สิ่งเดียวที่ข้าให้เจ้าได้” ราชครูหนุ่มหยุดหายใจไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มทอประกายจริงจังล้ำลึกสะท้อนภาพใบหน้าของหญิงสาวชัดเจน “ใต้ผืนฟ้าและหมู่ดาวนับหมื่นดวงนี้ ข้าขอให้คำมั่น… ไม่ว่าภาระหน้าที่จะหนักหนาเพียงใด ไม่ว่าความเป็นความตายจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม มือคู่นี้ของมู่หรงเฟยจะไม่มีวันปล่อยมือจากเจ้า จะขออยู่เคียงข้าง ปกป้อง และร่วมเผชิญทุกสิ่งไปกับเจ้า ตลอดกาลและตลอดไป” น้ำคำทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างจริงใจและมั่นคง ทำเอาหยดน้ำใสๆ ที่ขอบตาของหลินเยว่ฉีร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจมานานแสนนาน ราวกับถูกแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณแผดเผาจนสลายหายไปจนหมดสิ้น นางไม่เคยคิดเลยว่า บุรุษผู้เย็นชาและไร้ความรู้สึกในสายตาผู้อื่น จะมอบคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นและอบอุ่นถึงเพียงนี้ให้แก่ตน “ท่านราชครูคนบ้า… พูดจาชวนให้คนซึ้งเสียได้” เยว่ฉีหัวเราะทั้งน้ำตา มือเล็กยกขึ้นทุบลงบนอกแกร่งเบาๆ เป็นการระบายความตื้นตัน “ถ้าท่านกล้าผิดคำสัญญา ข้าจะปรุงยาพิษร้อยชนิดให้ท่านกินจนกว่าจะทรมานตายไปข้างหนึ่งเลยคอยดูสิ!” “ฮ่าๆๆ… ตามใจเจ้าเลย ศิษย์ตัวน้อยของข้า” มู่หรงเฟยหัวเราะออกมาอย่างโล่งอกและมีความสุขอย่างแท้จริง เป็นเสียงหัวเราะที่แทบไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนในชีวิตของเขา เขาก้มลงประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอมและแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อบอุ่นและยาวนาน ท่ามกลางแสงดาวพร่างพราวที่ส่องประกายระยิบระยับเป็นสักขีพยาน ทว่า… ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเปี่ยมไปด้วยความสุขนั้นเอง *กรอบแกรบ…* เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบาจากมุมมืดนอกเขตศาลา อาหลินที่นอนปิดตาอยู่ดีๆ ก็สะดุ้งเฮือก ขนฟูฟ่องตั้งชันขึ้นทันที มันดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วพ่นเสียงขู่ฟ่อในลำคอด้วยความระแวดระวัง มู่หรงเฟยชักสีหน้าเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที ร่างสูงตระหง่านลุกขึ้นยืนบังร่างของเยว่ฉีไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักฆ่าและราชครูผู้กุมอำนาจตื่นตัวขึ้นเต็มพิกัด นัยน์ตาคมกริบมองทะลุความมืดไปยังเงาร่างหนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากพุ่มไม้หนา “ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง…” เสียงหัวเราะเยียบเย็นดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวปักลายดิ้นทองอันคุ้นตา องค์ชายสามก้าวเท้าออกมาจากความมืด ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเล่ห์เหลี่ยม ทว่าแววตากลับเยียบเย็นและเต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างไม่ปิดบัง ในมือของเขามีกระบี่เล่มงามที่อาบแสงจันทร์จนสะท้อนประกายวาววับ “ไม่นึกเลยว่าราชครูผู้เคร่งขรึม จะมีมุมที่อ่อนระทวยกับสตรีเพียงคนเดียวเช่นนี้… หรือท่านคิดว่า คำมั่นสัญญาใต้แสงดาวนี้ จะช่วยปกป้องชีวิตของพวกท่านให้รอดพ้นจากคืนนี้ไปได้ล่ะ?” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางเคียงข้างความโรแมนติกและระทึกขวัญครั้งนี้กับเสี่ยวเถาฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%