ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 43

ศัตรูจากเงามืด

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
กลิ่นอายความอับชื้นของคנהพักแรมกลางป่าลึกในยามดึกสงัด ช่างชวนให้หัวใจของคนระแวดระวังตัวเต้นระรัวราวกับตีกลองศึก ความเงียบงันยามวิกาลไม่ได้แปลว่าสงบสุขเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเงาดำสายหนึ่งไหววูบผ่านหน้าต่างกระดาษอย่างรวดเร็ว "ใครกัน!" เสียงทุ้มต่ำตarวาดก้องพร้อมกับประกายกระบี่ที่วาดผ่านความมืดอย่างเฉียบคม มู่หรงเฟยดีดตัวขึ้นจากเตียงนอนด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคม ชุดนอนสีเข้มไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามของราชครูหนุ่มลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบกวาดตามองรอบห้องด้วยความระแวดระวัง ขณะที่มือข้างหนึ่งคว้าแขนเสื้อของหลินเยว่ฉีที่ยังคงงัวเงียอยู่บนฟูกเอาไว้แน่น "โอ๊ย! ท่านราชครู สมุนไพรล้ำค่าของข้ากระจัดกระจายหมดแล้วนะ! ดึกดื่นมืดค่ำเช่นนี้ ท่านจะรีบออกกำลังกายไปถึงไหนกันคะ" หลินเยว่ฉีบ่นอุบอิบ พลางใช้มือขยี้ตาแก้ความง่วง แต่พอเห็นสายตาจริงจังและคมปลาบของคนตรงหน้า รอยยิ้มทะเล้นก็หุบลงทันที ความตึงเครียดในอากาศบอกเธอว่า... มีบางอย่างผิดปกติ *ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!* เสียงแหวกอากาศของคมศาสตรานับสิบพุ่งตรงเข้ามายังผนังไม้ของห้องพัก เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว กลุ่มนักฆ่าชุดดำสวมหน้ากากอนาถาพุ่งทะลุหน้าต่างและหลังคาลงมาอย่างพร้อมเพรียง แววตาของพวกมันคมกริบดั่งเหยี่ยวและเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น "หลบอยู่ข้างหลังข้า!" มู่หรงเฟยกระชากเสียงสั่ง น้ำเสียงของเขาทั้งเยือกเย็นและเด็ดขาด มือหนาชักกระบี่ประจำกายออกจากฝัก แสงจันทร์ที่สาดส่องลอดช่องหน้าต่างกระทบกับคมกระบี่เกิดเป็นประกายวาววับน่าสะพรึงกลัว "ฮึ่ย! บังอาจนัก มากวนเวลานอนคนสวยผู้มีพรสวรรค์เช่นข้า เดี๋ยวพวกเจ้าจะได้ลิ้มรส 'ผงแป้งร้อยพิษ' ฉบับปรับปรุงใหม่ของศิษย์พี่หญิงคนนี้เสียให้เข็ด!" เยว่ฉีไม่ได้หวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ มือเรียวเล็กควานหาถุงผ้าแพรเล็กๆ ที่เอวอย่างรวดเร็ว แม้ปากจะบ่นอุบอิบแต่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น "อย่าแม้แต่จะคิดใช้ยาพิษมั่วซั่ว เยว่ฉี ถอยไป!" มู่หรงเฟยเอ็ดเสียงเขียว ขณะที่ก้าวเท้าออกไปรับคมดาบของนักฆ่าคนแรกที่พุ่งเข้ามาอย่างดุเดือด ท่วงท่าการต่อสู้ของราชครูหนุ่มสง่างามราวกับพญาอินทรีร่อนลม กระบี่ในมือวาดออกไปแต่ละครั้งล้วนแม่นยำและทรงพลัง สกัดกั้นการโจมตีอันบ้าคลั่งของมือสังหารได้อย่างอยู่หมัด "ท่านนี่นะ! คนเขากุตะเกียกตะกายช่วยยังจะมาดุอีก!" ศิษย์สาวตัวป่วนทำหน้ามู่ทู่ แต่ก็ยอมถอยหลังไปสองก้าวตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ ทว่าในจังหวะนั้นเอง อาหลิน สัตว์เลี้ยงเทพตัวน้อยที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนก็กระโดดพรวดออกมา เกาะอยู่บนไหล่ของเยว่ฉีพร้อมกับส่งเสียงขู่ฟ่อ *(มนุษย์โง่เขลาพวกนี้กล้าดียังไงมารบกวนเวลานอนอันมีค่าของท่านอาหลิน! เยว่ฉี จัดการพวกมันให้หมดอย่าให้เหลือแม้แต่ขนหน้าแข้ง!) *เสียงเล็กแหลมที่ดังขึ้นในหัวของเยว่ฉีทำให้เธอต้องกลอกตา "เจ้าตัวแสบ อยู่เงียบๆ ไปเลยนะ!" เยว่ฉีแอบกระซิบตอบในใจ ก่อนจะสะบัดมือซัดผงสีม่วงเรืองแสงออกไปในอากาศ กลุ่มควันสีสวยกระจายตัวอย่างรวดเร็ว นักฆ่าสองคนที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเธอชะงักกึกทันที ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ส่งเสียงร้องโอดโอยด้วยความแสบร้อนตามผิวหนัง "เห็นไหมล่ะคะ? ยาของข้าออกจะทรงประสิทธิภาพ ไม่เห็นต้องเปลืองแรงท่านราชครูเลยสักนิด" เยว่ฉีเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ทว่า... รอยยิ้มมั่นใจนั้นกลับค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า เมื่อมู่หรงเฟยที่เพิ่งจัดการนักฆ่ากลุ่มแรกเสร็จสิ้น หันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่ไม่ได้มีความชื่นชมเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... ใบหน้าคมคายนั้นกลับเคร่งเครียดกว่าเดิมหลายเท่า "ระวัง!" มู่หรงเฟยพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางของเธอแล้วดึงหลบกระบี่เล่มหนึ่งที่พุ่งแหวกความมืดเข้ามาเฉียดปลายจมูกอย่างฉิวเฉียด แรงกระชากทำให้ร่างทั้งสองล้มกลิ้งลงไปกับพื้น ฝุ่นละอองตลบอบอวล ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งทำให้หัวใจของเยว่ฉีเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ *ตึกตัก... ตึกตัก...* ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ฉายแววห่วงใยเจือความดุดันอย่างชัดเจน ในยามวิกาลท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและความตาย ไอร้อนจากอ้อมกอดของชายหนุ่มกลับทำให้เยว่ฉีรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด "ท่าน... มองอะไรเล่าคะ หน้าข้ามีผงยาติดอยู่หรือไง" เธอเอ่ยเสียงเบาหวิว ความแก่นเซี้ยวหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความประหม่าที่เกาะกุมหัวใจ "เจ้ามันดื้อรั้นนัก..." มู่หรงเฟยเอ่ยเสียงพร่า สายตาทอดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในอกของราชครูผู้เย็นชา... ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องคนตรงหน้านี้ไว้ด้วยชีวิต ไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เป็นเพราะหัวใจ *แกร๊ก!* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสเภดังขึ้นจากด้านนอกประตู พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่ทาบทับลงมาบนบานหน้าต่างกระดาษ นักฆ่ากลุ่มเมื่อครู่เป็นเพียงแค่ "เหยื่อล่อ" เท่านั้น ตัวจริงเสียงจริงเพิ่งจะปรากฏกายขึ้น! มู่หรงเฟยรีบดึงสติกลับมา มือหนาดึงกระบี่ขึ้นตั้งรับอีกครั้ง ใบหน้าคมคายกลับมาเคร่งขรึมราศีน่าเกรงขามเช่นเดิม เขาดันเยว่ฉีไปไว้ด้านหลังอย่างมิดชิด ประตูไม้บานใหญ่ถูกถีบจนพังกระเด็นด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง ร่างของชายชุดดำผู้สวมหน้ากากเงินลายพยัคฆ์ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนเยว่ฉีถึงกับหายใจติดขัด "ฮ่าๆๆๆ มู่หรงเฟย... ในที่สุดข้าก็หาเจ้าพบ ทางหนีของพวกเจ้าหมดลงแค่นี้แหละ ราชครูผู้สูงส่ง" เสียงแหบพร่าดังลอดออกมาจากใต้หน้ากาก พร้อมกับที่มือหนาของผู้นำนักฆ่าดึงวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ดวงตาของมู่หรงเฟยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสิ่งนั้น มันคือ "ป้ายคำสั่งลับ" ของกองกำลังองครักษ์หลวงที่ควรจะอยู่กับองค์จักรพรรดิเท่านั้น! "เจ้าเป็นใครกันแน่..." มู่หรงเฟยเอ่ยถาม น้ำเสียงเยือกเย็นจนติดลบ ทว่าผู้นำนักฆ่ากลับหัวร่อในลำคออย่างน่ากลัว มันค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดที่ลากผ่านดวงตาข้างหนึ่ง และรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ทำให้เยว่ฉีถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว "จำข้าไม่ได้หรือ ท่านราชครูผู้ปรีชา... อดีตองครักษ์ผู้ภักดีที่ท่านเป็นคนขับไล่ออกวังหลวงเมื่อสามปีก่อนอย่างไรเล่า!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางเคียงข้างความโรแมนติกและระทึกขวัญครั้งนี้กับเสี่ยวเถาฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%