"หากท่านก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะบดขยี้หยกชิ้นนี้ให้แหลกคราบมือ!"
เสียงหวานใสที่เคยเอ่ยหยอกล้อบิดเบี้ยวไปด้วยความตื่นตระหนก หลินเยว่ฉีกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ในมือเรียวบางกำป้ายหยกโบราณที่สลักลวดลายวิหคสวรรค์ไว้แน่น ปลายมีดสั้นอาบยาพิษสีม่วงเข้มจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของตนเอง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวเนียนยามมองเงาสะท้อนของคมดาบระยับใต้แสงจันทร์สลัว
เบื้องหน้าของนางคือกลุ่มมือสังหารชุดดำนับสิบชีวิต ใบหน้าถูกอำพรางด้วยหน้ากากโลหิต ทว่าประกายตาที่จ้องมองนางนั้นเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและไร้ซึ่งความปรานี
ปมเชือกแห่งความเป็นตายถูกดึงตึงจนแทบขาดผึ่ง
"ฮ่าๆๆ นังศิษย์สาวตัวแสบ เจ้าคิดว่าชีวิตของตนเองมีค่าพอที่จะต่อรองกับราชโองการโลหิตขององค์ชายสามเช่นนั้นหรือ?" หัวหน้ามือสังหารแค่นเสียงหัวเราะเยียบเย็น ปลายกระบี่ในมือชี้ตรงมาที่ร่างบาง "ต่อให้เจ้าฆ่าตัวตายตอนนี้ ศพของเจ้าก็ยังต้องถูกนำไปถวายให้อองค์ชายอยู่ดี! ลงมือ!"
สิ้นคำสั่ง เงาดำสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาดั่งอสนีบาต
เยว่ฉีหลับตาปี๋ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความกลัว ทว่านางเตรียมใจแล้วที่จะปลิดชีพตนเองเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของคนชั่ว...
*เคร้ง!*
เสียงเหล็กกระทบกันสนั่นหวั่นไหว แรงลมมหาศาลพัดกระชากปะทะเรือนร่างจนผ้าคลุมไหล่ปลิวสะบัด
ความเจ็บปวดที่คาดว่าจะได้รับกลับไม่มาถึง มีเพียงอ้อมแขนที่คุ้นเคยและกลิ่นอายจางๆ ของไม้จันทน์หอมผสมกลิ่นโลหิตจางๆ ที่โอบกอบร่างนางไว้แน่น หลินเยว่ฉีลืมตาขึ้นอย่างตกตะลึง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะ
มู่หรงเฟย...
บุรุษผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง ทว่าในยามนี้แผ่นหลังกว้างของเขากลับต้องรับกระบี่เล่มยาวที่พุ่งตรงมาหมายเอาชีวิตนาง ร่างสูงใหญ่สะท้านเฮือก เลือดสีแดงฉานกระเซ็นหยดลงบนพื้นหินปูทางเดินสีเทา ตัดกับอาภรณ์สีขาวสะอาดตาจนน่ากลัว
"ท่าน... เหตุใดท่านถึงโง่เช่นนี้!" เยว่ฉีร้องลั่น น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือเล็กๆ รีบควานหาขวดโอสถห้ามเลือดในยามันวาวอย่างลนลานจนทำตกพื้น
มู่หรงเฟยหันมามองนาง สายตาที่เคยคมปลาบและเรียบเฉย บัดนี้กลับอ่อนโยนลงอย่างประหลาด มุมปากหยักลึกยกยิ้มบางเบา ราวกับความเจ็บปวดจากบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด
"เจ้า... ปลอดภัยก็ดีแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา ลมหายใจเริ่มติดขัด ทว่ามือหนากลับยกขึ้นมาปาดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนของนางอย่างทะนุถนอม "ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ... ว่าภายใต้การคุ้มครองของข้า จะไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้... แม้แต่เงาของความตายก็ไม่มีสิทธิ์"
"ท่านอย่าพูดนะ! ห้ามตายเด็ดขาดนะราชครูสารเลว!" นางแผดเสียงตะคอกทั้งน้ำตา สะอื้นจนตัวโยน ความรู้สึกหวาดกลัว ความโดดเดี่ยว และความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่หัวใจดวงน้อยจนแทบแหลกสลาย นางไม่เคยคิดเลยว่าบุรุษผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบและเย็นชาผู้นี้ จะยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง
อาหลินที่แปลงร่างเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยกระโจนเข้ามาขวางหน้าเจ้านายทั้งสอง ดวงตาสองสีเปล่งแสงสีทองเรืองโรจน์ มันแยกเขี้ยวขู่คำรามใส่กลุ่มมือสังหารด้วยความโกรธเกรี้ยว "บังอาจนัก! บังอาจทำร้ายนายท่านของข้า เจ้าพวกสุนัขรับใช้สารเลว!"
"จัดการพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!" หัวหน้ามือสังหารสะบัดมือสั่งการรอบสอง เมื่อเห็นว่าราชครูหนุ่มบาดเจ็บสาหัส โอกาสทองเช่นนี้ย่อมต้องเผด็จศึกให้เด็ดขาด
คมกระบี่นับสิบพุ่งเข้าประชิดในเสี้ยววินาที
มู่หรงเฟยดึงร่างของเยว่ฉีเข้ามาชิดอกแกร่ง หมุนตัวหลบคมกระบี่ที่เฉียดผ่านไหล่ไปเพียงนิดเดียว ร่างของเขาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น บาดแผลฉีกขาดที่แผ่นหลังทำให้เลือดทะลักออกมามากขึ้น เขากัดฟันกรอด ใช้กระบี่ประจำกายปักค้ำยันพื้นดินไว้เพื่อไม่ให้ล้มลง ทว่าหยาดเหงื่อกาฬที่ไหลท่วมใบหน้าหล่อเหลานั้นบ่งบอกว่าเขากำลังฝืนขีดจำกัดของร่างกายเต็มที
"หนีไป... เยว่ฉี..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมหู นางสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเขา
"ไม่! ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น! ถ้าท่านตาย ข้าก็จะตายตามท่านตรงนี้!" เยว่ฉีปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว นางหยิบขวดโอสถเม็ดสุดท้ายสีดำสนิทออกมาจากอกเสื้อ กลืนมันลงคอทันทีโดยไม่ลังเล โอสถต้องห้ามที่แลกมาด้วยพลังชีวิต เพื่อดึงพลังลมปราณทั้งหมดในร่างให้ออกมาแผดเผาชั่วคราว
พลังปราณสีเงินยวงแผ่ซ่านออกจากร่างบางจนเกิดเป็นระลอกคลื่นลมพายุขนาดย่อม ดวงตาของศิษย์สาวตัวป่วนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน รัศมีกดดันแผ่ขยายจนกลุ่มมือสังหารชะงักงันด้วยความหวาดผัด
"พวกเจ้า... รนหาที่ตายเองนะ!"
น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความรู้สึกเอ่ยลอดไรฟัน ก่อนที่ร่างบางจะพุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าแลบ ทิ้งให้มู่หรงเฟยทรุดตัวลงพิงกับต้นไม้ใหญ่ ลมหายใจโรยราใกล้ดับสูญ
ทว่า ในขณะที่เยว่ฉีและอาหลินกำลังโรมรันกับเหล่ามือสังหารจนเลือดสาดกระเซ็น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยชีวิตก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่างหน้าผา ธนูเพลิงนับพันดอกถูกง้างขึ้นพร้อมยิง และธงปักรูปมังกรห้าเล็บโบกสะบัดท่ามกลางแสงคบเพลิงที่สว่างวาบไปทั่วบริเวณ
ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีทองอร่ามก้าวออกมาจากแถวทหารด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคมกริบมองภาพความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความพึงพอใจ
องค์ชายสามเสด็จมาถึงแล้ว... และในมือของพระองค์ กำพัดเหล็กที่อาบยาพิษร้ายแรง พร้อมกับเป้าหมายที่แท้จริงในค่ำคืนนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของทั้งคู่มาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ
ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 44
ปกป้องชีวิตที่รัก
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!