ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 2

กฎสามข้อที่ต้องปฏิบัติตาม

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
“หากเจ้ายังไม่เก็บนิ้วมือที่ทำท่าจะจิ้มตาข้าไว้ในแขนเสื้อ ก็จงเตรียมใจทิ้งมันไว้ที่นี่แทนที่จะเป็นหัวใจของเจ้าเสีย” เสียงทุ้มต่ำดุจน้ำแข็งที่กำลังแตกร้าวของมู่หรงเฟยดังขึ้นท่ามกลางเงามืดที่เต้นเร่าราวกับมีชีวิต พวกมันไม่ใช่กองทัพคน แต่เป็นอาคมพันธนาการที่ถูกร่ายขึ้นจากไอสังหารอันเข้มข้น หลินเยว่ฉีชะงักนิ้วที่กำลังจะหยิบ ‘ผงยาสลบสูตรพิเศษ’ ออกจากซองพก ดวงตากลมโตเป็นประกายวาวโรจน์ของนางสบเข้ากับดวงตาเรียวรีที่ราบเรียบดุจผืนน้ำในฤดูเหมันต์ของบุรุษตรงหน้า “ราชครูท่านนี้ช่างเข้าใจยากเสียจริง ข้าเพียงแค่เห็นท่านถือกระบี่ไว้ในท่าที่ไม่ค่อยเป็นมิตร เลยอยากจะเสนอ ‘ยาสมานแผล’ สักนิดหน่อยเท่านั้นเอง” เยว่ฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนพลางขยับถอยหลังหลบคมกระบี่ที่ยังคงค้างอยู่ในฝัก แต่รัศมีอาคมรอบตัวพวกเขากลับบีบแคบเข้ามาจนนางสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่เสียดแทงผิวหนัง มู่หรงเฟยหาได้สนใจคำลวงโลกของนางไม่ เขาสะบัดชายแขนเสื้อกว้างเพียงครั้งเดียว กรงขังเงาก็หยุดนิ่งและเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นโซ่ตรวนสีนิลที่โอบล้อมรอบข้อมือของทั้งคู่ไว้ในระยะที่บังคับให้ต้องแนบชิดกัน “ยาสมานแผลของเจ้าคงดีกว่ายาพิษที่เพิ่งจะปลิดชีพนักฆ่าสามคนในศาลาหน้าเมื่อครู่หรอกนะ” “นั่นมันเป็นการป้องกันตัว!” เยว่ฉีเถียงคอเป็นเอ็น “ใครใช้ให้คนพวกนั้นสวมชุดดำสนิทมาเดินดุ่มๆ ในสวนของท่านในยามวิกาลกันเล่า” “นั่นคือองครักษ์เงาของข้า” มู่หรงเฟยตอบสั้นๆ ดวงตาของเขาฉายแววตำหนิที่แฝงด้วยความอ่อนล้าบางอย่างที่นางอ่านไม่ออก “และนับตั้งแต่วินาทีนี้ไปจนกว่าเหตุการณ์วุ่นวายในเมืองหลวงจะสงบ เจ้า—หลินเยว่ฉี—ต้องอยู่ในสายตาข้าทุกฝีก้าว ภายใต้กฎสามข้อที่ห้ามต่อรอง” มู่หรงเฟยขยับเข้าไปใกล้จนนางได้กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและกลิ่นอายของตำราเก่าแก่ที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่ง เขากางนิ้วเรียวยาวออก เขียนอักขระสีทองขึ้นกลางอากาศ มันสว่างวาบก่อนจะซึมเข้าไปในผิวหนังต้นแขนของนางเหมือนรอยสักที่ร้อนผ่าว “ข้อหนึ่ง... ห้ามปรุงยาในรัศมีสามลี้จากตำหนักของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อสอง... ห้ามเข้าใกล้เขตรอยต่อฝั่งทิศตะวันตกของจวนไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม และข้อสาม... ห้ามเอ่ยวาจาไร้สาระเกินวันละสิบประโยค หากเจ้าละเมิดแม้แต่ข้อเดียว...” มู่หรงเฟยหยุดจังหวะมองใบหน้ามุ่ยๆ ของหญิงสาวที่ดูเหมือนกำลังจะระเบิดออกด้วยความหงุดหงิด “โซ่ตรวนนี้จะรัดแน่นขึ้นจนกระดูกข้อมือเจ้าแตกละเอียด” “ท่านมันเผด็จการ!” เยว่ฉีแหวลั่น พยายามกระชากข้อมือออกแต่มันกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นจนนางต้องนิ่วหน้า “กฎอะไรของท่านกัน ข้ามาที่นี่เพื่อเรียนวิชา ไม่ได้มาเป็นนักโทษในเรือนจำทองคำ!” มู่หรงเฟยไม่ตอบ เขาเพียงแค่เดินนำหน้าโดยไม่หันกลับมามอง มือที่ผูกติดกับนางยังคงมั่นคง “นับประโยคที่สามไปแล้วนะ เหลืออีกเจ็ด” ในขณะที่มู่หรงเฟยกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะ เยว่ฉีกลับแอบขยับนิ้วในแขนเสื้อ มือซ้ายของนางค่อยๆ บีบขวดแก้วใบจิ๋วที่บรรจุ ‘แมลงกู่ล่องหน’ เอาไว้ มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูซุกซนและร้ายกาจ ในเมื่อเขาอยากให้นางอยู่ในกฎนัก นางก็จะทำตามกฎ... แต่กฎที่ว่านั่นต้องผ่านการ ‘ปรับแต่ง’ ด้วยสารเคมีของนางเสียก่อน *‘อาหลิน... เจ้าดูนั่นสิ’* เยว่ฉีส่งกระแสจิตผ่านห้วงความคิดไปยังเจ้ากระรอกขนสีเงินที่แอบอยู่บนไหล่ของนาง *‘ราชครูผู้เย็นชาผู้นี้ช่างชอบสั่งการนัก เรามาดูซิว่าถ้าข้าเทน้ำยา ‘ทำลายอาคม’ ลงไปบนโซ่เส้นนี้ เขาจะยังทำหน้าเย็นชาได้อีกนานแค่ไหน’* อาหลินที่นอนกลิ้งเกลือกอยู่ในซอกคอส่งเสียงจิ๊จ๊ะตอบกลับ *‘เจ้ามนุษย์คนนี้ไม่ใช่ไก่กา หากทำพลาด พวกเราได้กลายเป็นศพเฝ้าจวนเขาแน่’* *‘ข้ามีแผนสำรองเสมอ’* เยว่ฉีแอบวางแผนในหัว กฎข้อแรกห้ามปรุงยา... งั้นนางก็จะแอบปรุงในถ้วยชาของเขาแทน กฎข้อสองห้ามเข้าทิศตะวันตก... งั้นนางก็จะขุดอุโมงค์มุดใต้ดินไปแทน ส่วนข้อสามห้ามพูดเกินสิบประโยค... นางจะใช้วิธีส่งกระดาษเขียนคำด่าใส่เขาจนท่วมหัวแทน! ขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวผ่านประตูหินอ่อนเข้าสู่โถงกลางของจวน ความเงียบงันที่แสนอึดอัดก็ถูกทำลายลงโดยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนผู้หนึ่ง มู่หรงเฟยหยุดชะงักกะทันหัน ส่งผลให้เยว่ฉีที่เดินตามหลังมาพุ่งเข้าชนแผ่นหลังกว้างของเขาจนเซ “ราชครู... มาขัดจังหวะเวลาพักผ่อนของท่านเช่นนี้ ข้าคงเสียมารยาทเกินไปกระมัง?” น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็นอันคุ้นหูทำให้เยว่ฉีตัวแข็งทื่อ นางชะโงกหน้าจากด้านหลังของมู่หรงเฟยเพื่อมองไปยังผู้ที่ยืนรออยู่ตรงหน้าห้องโถง องค์ชายสาม—บุรุษผู้ที่มีใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพบุตร แต่ในดวงตานั้นกลับเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า—กำลังยิ้มให้พวกเขา แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา มู่หรงเฟยขยับตัวบังเยว่ฉีไว้ครึ่งหนึ่ง มือที่รัดข้อมือของนางกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม “องค์ชายสามเสด็จมาจวนข้าในยามวิกาลเช่นนี้ มีธุระอันใดกับศิษย์ตัวน้อยของข้าอย่างนั้นหรือ?” องค์ชายสามหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปรายตามองมาที่เยว่ฉีด้วยสายตาที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกงูพิษเลื้อยผ่าน “ข้าเพียงแค่ได้ยินมาว่าราชครูได้พบ ‘ไข่มุกเม็ดงาม’ จากชายป่า และบังเอิญเหลือเกินที่คนของข้ากำลังตามหาของชิ้นนั้นอยู่พอดี...” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของเยว่ฉีสะดุด “ส่งตัวนางมาเสียดีๆ ราชครู... ก่อนที่ข้าจะตัดสินใจทำลายกฎทุกข้อที่ท่านพยายามปกป้องไว้” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "เสี่ยวเถาฮวา" ในบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%