“เจ้าจะฆ่าคนหรือปรุงยา? มือที่สั่นระริกขนาดนั้น จะให้ข้าเชื่อใจให้เจ้าชงชาถวายฝ่าบาทได้อย่างไร!”
เสียงทุ้มต่ำดุจน้ำแข็งกระทบหินผาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในโถงตำหนักราชครู หลินเยว่ฉีสะดุ้งสุดตัวจนถาดเครื่องกระเบื้องในมือสั่นไหว กาน้ำชาที่บรรจุโอสถกลิ่นฉุนกึกเกือบจะหลุดจากอุ้งมือ
นางกวาดสายตาค้อนขวับไปยังบุรุษที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอมผู้นั้น มู่หรงเฟย ราชครูผู้มีใบหน้าดั่งสลักจากหยกเย็น ไม่ว่ายามโกรธหรือยามนิ่งขรึม ดวงตาคู่นั้นก็ยังคงไร้ระลอกคลื่นราวกับบ่อน้ำลึกที่ไม่เคยมีแสงแดดส่องถึง
“ท่านอาจารย์ ท่านดูถูกข้าเกินไปแล้ว” เยว่ฉีเอ่ยสวนทันควัน พยายามฝืนยิ้มที่เริ่มเบี้ยวบิด “ข้าไม่ได้มือสั่นเพราะกลัวพิษหรอกนะ แต่เป็นเพราะท่านเอาแต่จ้องข้าเหมือนข้าเป็นตัวประหลาดที่หลุดมาจากภูเขาต่างหาก!”
“เจ้าคือตัวประหลาดจริงๆ ตั้งแต่วันที่เจ้าเดินเข้าประตูวังด้วยชุดมอมแมมเหมือนขอทาน แล้วอ้างว่าเป็นศิษย์ที่ถูกส่งมาเพื่อ ‘ปรนนิบัติ’ ข้า” มู่หรงเฟยวางพู่กันลงในจานหมึกช้าๆ เสียงก้านไม้กระทบขอบเซรามิกดังกังวานบาดใจ “ข้ามีหน้าที่ค้ำจุนบัลลังก์ ไม่ใช่เปิดสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า”
“ข้าไม่ใช่เด็กกำพร้า!” เยว่ฉีเถียงเสียงแข็ง ทิ้งถาดเครื่องชาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังโครมคราม “ข้าเป็นหมอปรุงยา และท่านคือเป้าหมาย... เอ้ย! หมายถึง ท่านคืออาจารย์คนใหม่ที่ข้าต้องเรียนรู้ด้วยต่างหาก”
ภายในอกเสื้อของนาง เสียงเล็กแหลมดังขึ้นเบาๆ เป็น ‘อาหลิน’ สัตว์เทพรูปร่างคล้ายกระรอกหิมะที่แอบโผล่หัวออกมา “เฮอะ! เจ้ามนุษย์น้ำแข็งนี่ปากร้ายกว่าที่ข้าคิดนะเยว่ฉี ข้าอยากจะควักตากลมๆ นั่นออกมาจิ้มเกลือดูจังว่ามันเค็มหรือจืด!”
เยว่ฉีรีบตบหน้าอกเสื้อตัวเองเบาๆ เป็นเชิงปราม แต่ทว่ามู่หรงเฟยกลับชะงัก สายตาคมกริบของเขาวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาดุจเดิม เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวหิมะดูสง่างามทว่าเย็นเยียบราวกับเทพเซียนที่ไร้หัวใจ
“เจ้ามีเวลาสามวันในการทำให้ข้าเห็นว่าเจ้ามีประโยชน์มากกว่าการเป็นตัวสร้างปัญหา” มู่หรงเฟยเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและหิมะปะทะเข้าที่ปลายจมูกของนาง “หากทำไม่ได้ จงไสหัวออกไปจากตำหนักจันทรานิรันดร์นี้เสีย ก่อนที่หัวของเจ้าจะหลุดออกจากบ่าเพราะความซุ่มซ่ามของเจ้าเอง”
“สามวัน? ท่านจะทดสอบข้าด้วยเรื่องอะไร?” เยว่ฉีเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะเริ่มหวั่น แต่ความถือดีไม่ยอมคนทำให้ม่านตาของนางเป็นประกายท้าทาย
“ปรุงยาถอนพิษ ‘ร้อยราตรี’ ที่ไม่มีตำราเล่มไหนเขียนถึง” มู่หรงเฟยแสยะยิ้มที่มุมปาก “หากเจ้าทำสำเร็จ ข้าจะยอมรับเจ้าเป็นศิษย์ แต่หากเจ้าพลาด... เลือดของเจ้าจะเป็นส่วนผสมชิ้นสุดท้ายของยาถ้วยนั้น”
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารยามดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ตามด้วยเสียงประกาศของขันทีคนสนิทขององค์ชายสาม
“องค์ชายสามเสด็จ!”
ประตูบานคู่เปิดออกกว้าง องค์ชายสามก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองมู่หรงเฟยก่อนจะหยุดลงที่เยว่ฉี เขาไม่ได้มองนางเหมือนศิษย์ผู้น้อย แต่มองเหมือน ‘สมบัติ’ ที่กำลังรอการตีตรา
“ราชครู ข้าไม่ได้มาขัดจังหวะการสอนบทเรียนสำคัญของท่านใช่หรือไม่?” องค์ชายสามกล่าวพลางเหลือบมองถาดชาบนโต๊ะ “ดูท่าศิษย์คนใหม่ของท่านจะทำอะไรที่น่าตื่นเต้นเข้าเสียแล้ว เห็นทีข้าคงต้องขออนุญาตนำตัวนางไปตรวจสอบความบริสุทธิ์ที่ตำหนักตะวันตกสักสองสามวัน... เผื่อว่านางจะเป็นสายลับจากแดนไกลที่แฝงตัวมาสังหารคนสำคัญของข้า”
มู่หรงเฟยขยับตัวไปยืนขวางหน้าเยว่ฉีไว้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว มือของเขากดลงบนด้ามกระบี่ที่ข้างเอวเพียงเล็กน้อย แต่กระแสกดดันมหาศาลกลับแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนอากาศหนาวเย็นลงทันที
“นางเป็นคนของข้า องค์ชาย” เสียงของมู่หรงเฟยเรียบสนิท แต่แฝงด้วยคำขาดที่ทำให้คนฟังต้องชะงัก “ความบริสุทธิ์ของนาง ข้าจะเป็นผู้พิสูจน์ด้วยตัวเอง... ต่อให้ต้องใช้ชีวิตของนางเป็นเดิมพัน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ท่านต้องก้าวก่าย”
เยว่ฉีเบิกตากว้าง นางมองแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้าอย่างตกตะลึง ในหัวของนางไม่ได้มีความซาบซึ้งใจเลยสักนิด มีเพียงความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมา...
คนคนนี้กำลังใช้ชีวิตของนางเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเองชัดๆ! หรือนี่จะเป็นแผนการของเขาที่ต้องการกำจัดนางให้พ้นทางโดยไม่ต้องลงมือเอง?
ทว่าในตอนนั้นเอง อาหลินที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อก็กระซิบเสียงสั่นด้วยความตื่นตระหนก “เยว่ฉี... ระวัง! เงาที่เท้าขององค์ชายสาม... มันไม่ได้เป็นเงาของคน แต่มันเป็นเงาของ ‘ปีศาจเงา’ ที่เคยถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินแห่งนี้!”
เยว่ฉีมองไปที่ปลายเท้าขององค์ชายสาม เห็นเงาบนพื้นดินค่อยๆ ยืดขยายตัวออกคล้ายกับหยดหมึกที่หยดลงบนกระดาษเปียก มันกำลังคืบคลานเข้าหาเงาของมู่หรงเฟยอย่างเงียบเชียบ ขณะที่รอยยิ้มขององค์ชายสามยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนน่าขนลุก
“ราชครู ท่านมั่นใจนักนะ...” องค์ชายสามก้าวเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ตาดำ “แต่บางที... คนที่จะต้องเป็นเครื่องสังเวยในบทเรียนแรกของนาง อาจจะไม่ใช่ตัวนางอย่างที่ท่านคิด”
มู่หรงเฟยชักกระบี่ออกมาครึ่งฝัก แสงเย็นเยียบส่องประกายผ่านใบหน้าของเยว่ฉี ในวินาทีนั้นเอง กองทัพเงาที่พื้นพุ่งเข้าโอบล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งคู่ราวกับคุกเหล็กที่ไม่มีวันหนีรอด!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "เสี่ยวเถาฮวา" ในตอนแรกนี้ แล้วมาดูกันว่าเยว่ฉีจะเอาตัวรอดจากคุกเงาและพิษร้อยราตรีนี้ได้อย่างไร!
ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
ศิษย์สาวกับภารกิจท้าตาย
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!