"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงได้เอ่ยวาจาสามหาวเช่นนั้นต่อหน้าศิษย์ของข้า"
มู่หรงเฟยไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบดุจผิวน้ำในบ่อน้ำลึกกลับทรงพลังจนองค์ชายสามที่ยืนอยู่ตรงข้ามต้องชะงักฝีเท้า มือหนาของราชครูหนุ่มขยับเพียงนิดเดียว ร่างของเยว่ฉีที่กำลังตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลังก็ถูกดึงไปอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของเขาทันที
"ราชครูมู่ ท่านคงมิได้คิดจะขัดประสงค์ของข้าเพียงเพราะเด็กสาวข้างถนนคนเดียวกระมัง?" องค์ชายสามแค่นยิ้ม ดวงตาเรียวรีซ่อนแววอาฆาตไว้ภายใต้รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร
"นางมิใช่เด็กข้างถนน" มู่หรงเฟยเอ่ยสั้นๆ ทว่าเย็นเยียบ "นางคือศิษย์ที่ข้าเป็นผู้คัดเลือก และตราบใดที่นางยังอยู่ในเรือนรับรองของข้า กฎของวังหลวงย่อมคุ้มครองนาง"
"กฎหรือ? หึ... น่าขำสิ้นดี" องค์ชายสามหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานฉุนกึ้กที่ชวนให้อึดอัด
เยว่ฉีรีบก้าวออกมาจากหลังแผ่นหลังกว้างนั้น นางพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แต่หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นรัวราวกับกลองศึก มู่หรงเฟยไม่หันกลับมามอง นางเห็นเพียงไหล่กว้างที่ดูมั่นคงแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าในยามที่เขาผ่อนลมหายใจยาวออกมา
"ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปเถลไถลในที่ที่เจ้าไม่ควรอยู่" เขากล่าวโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงนั้นแห้งแล้งจนเยว่ฉีรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง
"ข้า... ข้าแค่จะไปหาตำราปรุงยาในห้องหนังสือส่วนตัวของท่านต่างหาก" เยว่ฉีรีบแก้ตัว เสียงของนางเบาหวิว "ท่านอาจารย์ ข้าแค่ต้องการช่วยท่านแบ่งเบาภาระ..."
มู่หรงเฟยหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาจดจ้องที่ดวงตากลมโตของนาง ราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงความรู้สึกที่นางพยายามซ่อนไว้ ความเหงาที่นางแบกรับมาตลอดชีวิตเหมือนจะถูกสายตาคู่นี้กระชากออกมาจนหมดสิ้น เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะโบกมือไล่
"ไปอยู่ในห้องหนังสือเสีย อย่าให้ออกมาจนกว่าข้าจะเรียก"
เยว่ฉีรีบทำตามคำสั่งราวกับหนีตาย นางผลักประตูบานไม้แกะสลักของห้องหนังสือเข้าไป กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกจีนตลบอบอวล แต่นางไม่ได้มาเพื่ออ่านหนังสือ นางเดินเตะฝุ่นไปมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะเหลือบไปเห็นม้วนเอกสารสำคัญที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกลางห้อง บนนั้นมีตราประทับของจักรพรรดิเด่นหรา
"อาหลิน ออกมาช่วยข้าหน่อยสิ ข้าหิวจะแย่แล้ว" เยว่ฉีบ่นพึมพำกับความว่างเปล่า
ทันใดนั้น สัตว์เทพตัวจิ๋วที่ดูเหมือนกระรอกขนปุยก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงาข้างชั้นวางหนังสือ "หิว? เจ้าก่อเรื่องไว้ขนาดนั้นยังมีหน้ามาหิวอีกรึยัยแม่มดน้อย เจ้าเกือบทำท่านราชครูถูกเนรเทศเพราะความอยากรู้อยากเห็นของเจ้านั่นแหละ!"
"เจ้าพูดมากไปแล้วนะ!" เยว่ฉีคว้าพู่กันขึ้นมาจะหยอกล้ออาหลิน แต่ทว่า... มือของนางดันปัดไปโดนหมึกที่เพิ่งฝนเสร็จใหม่ๆ
*โครม!*
น้ำหมึกสีดำข้นสาดกระจายไปทั่วแผ่นกระดาษสำคัญที่วางอยู่บนโต๊ะ—ซึ่งเป็นฎีกาเร่งด่วนจากแดนเหนือที่มู่หรงเฟยต้องส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ในยามเช้าตรู่
"ฉิบหายแล้ว..." เยว่ฉีหน้าซีดเผือด นางรีบคว้าชายเสื้อมาเช็ด แต่ยิ่งเช็ด หมึกก็ยิ่งกระจายตัวเป็นวงกว้างเหมือนรอยเลือดที่ไม่มีวันลบเลือน อาหลินถึงกับยกอุ้งเท้าขึ้นกุมขมับ
"ข้าบอกแล้วไงว่าอย่ามาใกล้โต๊ะตัวนี้! ครั้งนี้ต่อให้เป็นราชครูผู้ทรงธรรมแค่ไหน เขาก็คงตบเจ้าเข้าคุกหลวงแน่!"
เยว่ฉีลนลานจนทำอะไรไม่ถูก นางคว้ากระดาษแผ่นอื่นมาวางทับ หวังจะกลบเกลื่อนรอยหมึก แต่ยิ่งทำทุกอย่างก็ยิ่งดูน่าเกลียดขึ้นเรื่อยๆ จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของมู่หรงเฟยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู
เขากำลังเดินกลับมา...
เยว่ฉีรีบหมอบลงใต้โต๊ะทำงาน ผ้าม่านสีหม่นพริ้วไหวปิดบังร่างของนางไว้ในมุมมืด มู่หรงเฟยผลักประตูเข้ามา เขายังคงดูสุขุม เย็นชา และสงบนิ่งเหมือนรูปปั้นที่ไร้หัวใจ เขาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานโดยไม่แม้แต่จะมองซ้ายมองขวา
เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก มือหนาเอื้อมไปหยิบฎีกาแผ่นนั้นขึ้นมา
หัวใจของเยว่ฉีที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะแทบจะหยุดเต้น นางกลั้นหายใจจนปอดปวดร้าว เห็นเพียงปลายรองเท้าบูทหนังของเขาที่วางนิ่งอยู่ไม่ไกล มือของมู่หรงเฟยขยับแผ่นกระดาษขึ้นมาดูใกล้ๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปที่คราบหมึกดำปื้อน
ความเงียบในห้องน่าสะพรึงกลัวกว่าเสียงตะโกน มู่หรงเฟยไม่ได้โวยวาย แต่เขากลับวางกระดาษแผ่นนั้นลงช้าๆ ความกดดันในอากาศเริ่มหนาแน่นขึ้นจนเยว่ฉีรู้สึกเหมือนถูกบีบคอ
"ออกมา"
เขาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น่าเกรงขามจนเยว่ฉีต้องคลานออกมาด้วยความจำนน ใบหน้าของเขายังคงเย็นชา ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของเอกสาร
"ท่านอาจารย์... ข้า... ข้าขอโทษ" นางก้มหน้าจนคางชิดอก
มู่หรงเฟยโน้มตัวลงมา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับนางเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว จนเยว่ฉีได้กลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ จากตัวเขา เขายื่นมือมาเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตากับเขา
"เจ้าทำลายแผนการของข้าไปครึ่งหนึ่งแล้ว เยว่ฉี" เขากระซิบ น้ำเสียงแหบพร่าและดูรวดร้าว "เจ้าไม่รู้หรือว่าในฎีกานี้... มีชื่อของเจ้าอยู่ด้วย"
เยว่ฉีเบิกตากว้าง ชื่อของนาง? บนฎีกาของราชสำนักน่ะหรือ?
ก่อนที่นางจะได้เอ่ยถามอะไร เสียงประตูหน้าห้องหนังสือก็ถูกกระแทกจนเปิดออก ร่างขององค์ชายสามก้าวเข้ามาพร้อมกับองครักษ์นับสิบในมือถือหมายจับสีทอง
"ราชครูมู่! ถึงเวลาที่ท่านต้องส่งตัวศิษย์ของท่าน... ในข้อหากบฏทำลายเอกสารราชการและร่วมมือกับกบฏแดนเหนือแล้ว!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความวุ่นวายของศิษย์สาวตัวป่วนนะคะ - เสี่ยวเถาฮวา
ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 3
ความวุ่นวายในห้องหนังสือ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!