"เจ้า... ทำไมต้องเป็นเจ้า?"
น้ำเสียงของหลินเยว่ฉีสั่นพร่า ดวงตากลมโตที่มักจะเปี่ยมไปด้วยความสดใสยามนี้กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย เธอทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหินเย็นเยียบในโถงปรุงยาลับของสำนัก มือที่สั่นเทาพยายามกุมบาดแผลที่หัวไหล่ซึ่งถูกอาบด้วยยาพิษสีม่วงเข้ม เลือดสีคล้ำไหลซึมผ่านนิ้วมือที่เรียวบางลงสู่พื้นหินดั่งหยดหมึกที่แต้มลงบนกระดาษขาว
เบื้องหน้าของเธอคือ 'จ้าวหลิง' ศิษย์พี่ร่วมสำนักที่เธอเชื่อใจดั่งพี่น้องแท้ๆ เขายืนมองเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่า มือที่เคยหยิบจับตำราสมุนไพรช่วยเธอปรุงยาอยู่ทุกค่ำคืน บัดนี้กลับกุมกระบี่ที่มีหยดเลือดของเธอเปื้อนอยู่ปลายคม
"เยว่ฉี... เจ้าอย่าได้โทษข้าเลย" จ้าวหลิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามีร่องรอยของความกระอักกระอ่วนซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา "คนเราต่างก็มีทางเลือก ความภักดีที่ข้ามีต่อสำนักไม่อาจนำมาซึ่งอนาคตที่ข้าใฝ่ฝัน แต่องค์ชายสาม... เขาสามารถมอบอำนาจที่ข้าไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิตในสำนักเล็กๆ แห่งนี้ให้แก่ข้าได้"
"อำนาจหรือ?" เยว่ฉีแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดจากพิษแล่นริ้วไปตามเส้นเลือดราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง "ท่านขายวิญญาณให้คนผู้นั้นเพียงเพื่อตำแหน่งที่เขาสัญญาว่าจะให้งั้นหรือ ท่านไม่รู้หรืออย่างไรว่าเขาใช้ท่านเป็นแค่ทางผ่านเพื่อทำลายมู่หรงเฟย และเมื่อเขาได้สิ่งที่ต้องการแล้ว... คนที่รู้ความลับของเขาอย่างท่าน จะยังมีชีวิตรอดไปถึงวันนั้นหรือ!"
จ้าวหลิงชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตาเธอเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเบือนหน้าหนี "นั่นเป็นเรื่องของอนาคต แต่สำหรับตอนนี้ ข้าแค่ต้องการให้เจ้าหายไป... หายไปจากสายตาของราชครูมู่หรงเสีย"
ทันใดนั้น อาหลิน สัตว์เทพตัวน้อยในร่างแมวสีขาวขนปุยก็กระโจนออกมาจากมุมมืด ขนของมันตั้งชัน นัยน์ตาสีทองวาวโรจน์ด้วยโทสะ มันคำรามเสียงต่ำในลำคอราวกับเสือโคร่งก่อนจะกระโจนเข้าใส่จ้าวหลิงโดยไม่เกรงกลัว
"เจ้าคนทรยศ! เจ้ากล้าทำร้ายนางรึ!"
จ้าวหลิงสะบัดมือซัดเข็มพิษใส่เจ้าสัตว์ตัวน้อย อาหลินเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว แต่แรงลมจากกระบี่ของจ้าวหลิงก็เฉือนเข้าที่ขาหลังของมันจนเลือดอาบ มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดก่อนจะกระเสือกกระสนมาหมอบอยู่ข้างกายเยว่ฉี
"อาหลิน!" เยว่ฉีโอบกอดเพื่อนรักไว้แน่น ความเจ็บปวดจากพิษในร่างกายเริ่มทำให้นางสติพร่าเลือน ทว่าในหัวใจกลับมีความเด็ดเดี่ยวบางอย่างก่อตัวขึ้น
"เจ้าไม่มีทางหนีพ้นความผิดนี้หรอก จ้าวหลิง" เยว่ฉีกล่าวเสียงแผ่ว แต่แฝงด้วยความกังวานของอำนาจที่นางไม่เคยแสดงออกมา "ยาพิษที่เจ้าใช้... คือ 'ผงสลายวิญญาณ' ของข้าเอง ข้าเป็นคนปรุงมันขึ้นมา ย่อมรู้ดีว่าต้องถอนมันอย่างไร"
เยว่ฉีหยิบขวดยาสีหยกขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อด้วยมือซ้ายที่ยังพอขยับได้ นางไม่ได้ดื่มมัน แต่นางกลับปาขวดยานั้นลงบนพื้นจนแตกกระจาย กลิ่นหอมประหลาดโชยออกมาทันที มันไม่ใช่ยาถอนพิษ แต่มันคือยาที่ทำปฏิกิริยากับไอพิษในอากาศ ทำให้อากาศรอบกายจ้าวหลิงเปลี่ยนเป็นควันสีดำสนิท
"เจ้าทำอะไร!" จ้าวหลิงตื่นตระหนก พยายามกั้นลมหายใจแต่ควันนั้นซึมเข้าสู่ผิวหนังอย่างรวดเร็ว
"ข้าบอกแล้วว่าข้าคือคนปรุงยา" เยว่ฉีพยายามยันกายลุกขึ้น แม้ร่างกายจะอ่อนแรงลงทุกขณะ "ข้าไม่มีวันยอมตายในมือของคนที่ข้าเคยมอบความจริงใจให้หรอก"
จ้าวหลิงทรุดลงกับพื้น ร่างกายเริ่มสั่นกระตุกด้วยฤทธิ์ยาที่เขาสัมผัสได้โดยไม่ตั้งตัว ในขณะที่เยว่ฉีพยายามลากสังขารไปทางประตูทางออก ทว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากเบื้องนอกทำให้นางชะงักงัน
ประตูห้องปรุงยาถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดราชครูสีน้ำเงินเข้มปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา มู่หรงเฟยยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยสุขุมเย็นชาบัดนี้กลับเคร่งขรึมจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพที่เกิดขึ้นภายในห้องเพียงปราดเดียว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่บาดแผลบนหัวไหล่ของเยว่ฉี
"ราชครู..." เยว่ฉีเรียกชื่อเขาเสียงแผ่วด้วยความโล่งใจที่บอกไม่ถูก ทว่าวินาทีต่อมา นางกลับต้องใจสลาย
มู่หรงเฟยเดินผ่านร่างของจ้าวหลิงที่นอนชักดิ้นชักงอไปโดยไม่เหลือบแล เขาตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเยว่ฉี กลิ่นอายเย็นเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนนางรู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูก เขาไม่ได้ยื่นมือมาประคองนางอย่างที่เคย แต่กลับใช้ปลายนิ้วเชยคางนางขึ้น แววตาของเขาไร้ซึ่งความอบอุ่น
"ข้าเตือนเจ้าแล้วใช่หรือไม่... ว่าอย่าได้ไว้วางใจใครในสำนักนี้" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่าใจหาย "แต่เจ้าก็ยังทำตัวเป็นเด็กไร้เดียงสาจนต้องเจ็บตัวเช่นนี้"
"ท่าน... ท่านรู้เห็นด้วยหรือ?" เยว่ฉีถามเสียงสั่น ความหวังในอกพังทลายลงไม่เป็นชิ้นดี
มู่หรงเฟยไม่ตอบ แต่เขากลับก้มลงมากระซิบข้างหูนาง น้ำเสียงนั้นเบาจนแทบหายไปกับสายลม ทว่ากลับชัดเจนจนสลักลงไปในใจของนาง "ข้าต้องการเห็นว่าเจ้าจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีใด หากเจ้าไม่มีข้าคอยช่วยเหลือ... และดูเหมือนว่าเจ้าจะเลือกใช้หนทางที่ทำให้ข้าผิดหวังยิ่งกว่าเดิม"
ก่อนที่เยว่ฉีจะทันได้ตอบโต้ มู่หรงเฟยก็ดึงกระบี่ที่พกติดตัวออกมา แล้วตวัดปลายกระบี่ไปทางจ้าวหลิงที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น แรงลมมหาศาลทำให้จ้าวหลิงกระเด็นไปกระแทกกับผนังจนสลบไปในทันที มู่หรงเฟยหันกลับมามองเยว่ฉีด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"องค์ชายสามไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกนะเยว่ฉี..." เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ "แต่คนที่ส่งจ้าวหลิงมาในวันนี้ แท้จริงแล้วคือคนของสำนักราชครู ที่ได้รับคำสั่งโดยตรงจากข้าเอง"
แสงเทียนในห้องดับวูบลงพร้อมกับลมหายใจของเยว่ฉีที่แทบหยุดชะงัก นางเงยหน้ามองบุรุษที่นางมอบหัวใจให้ด้วยความหวาดกลัวที่เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก สิ่งที่นางคิดว่าเป็นความรัก แท้จริงแล้วเป็นเพียงหมากในกระดานที่เขาเป็นคนวางไว้ทั้งหมดงั้นหรือ?
เสี่ยวเถาฮวาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเอาใจช่วยเยว่ฉีในตอนที่แสนบีบคั้นหัวใจเช่นนี้นะคะ!
ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 29
การทรยศของคนใกล้ชิด
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!