ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 17

กับดักของศัตรู

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
“เจ้าโง่! ก้มหัวลง!” เสียงแหลมเล็กของอาหลินที่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นในห้วงความคิด ก่อนที่ร่างของหลินเยว่ฉีจะถูกแรงกระชากจากฝ่ามือปริศนาให้ถลาไปหลบหลังเสาหินหน้าร้านขายสมุนไพรเก่าคร่ำคร่า ในวินาทีถัดมา ประกายเย็นเยียบของคมดาบก็กรีดผ่านอากาศจุดที่นางเคยยืนอยู่เพียงไม่กี่ชิมิ หลินเยว่ฉีหอบหายใจถี่ หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก นางขยับตัวชิดเสา พยายามสงบสติอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิง “อาหลิน... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ข้าแค่จะมาซื้อรากบัวหิมะไปทำขนมให้ท่านราชครูนะ!” “ซื้อขนมหรือซื้อโลงศพกันแน่เจ้าแม่ตัวดี!” อาหลินที่ตอนนี้อยู่ในร่างจิ้งจอกขนสีขาวหม่นตัวจ้อยโผล่หัวออกมาจากปกเสื้อของนาง ดวงตาสีอำพันฉายแววดุดัน “ดูนั่น! พวกมันไม่ได้มาแค่คนสองคน แต่มีนักฆ่าฝีมือดีอย่างน้อยสิบคนซ่อนตัวอยู่บนหลังคา!” เยว่ฉีเม้มริมฝีปากแน่น นางมองลอดช่องว่างระหว่างเสาออกไปบนถนนย่านการค้าที่เคยจอแจ บัดนี้กลับเงียบเชียบผิดปกติ ชาวบ้านหายไปไหนหมด? ราวกับเมืองหลวงทั้งเมืองถูกปิดตายด้วยเจตจำนงสังหารเพียงอย่างเดียว ทว่าท่ามกลางความตึงเครียด นางกลับสังเกตเห็นบางอย่าง... ตราประทับรูปนกอินทรีสยายปีกบนแขนเสื้อของหนึ่งในนักฆ่าที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาของเยว่ฉีเบิกกว้าง องค์ชายสาม! การลอบสังหารกลางเมืองหลวงเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการประกาศสงครามอย่างโจ่งแจ้ง “เจ้าคิดจะทำอะไร?” อาหลินถามเมื่อเห็นเยว่ฉีเอื้อมมือเข้าไปในถุงย่าม หยิบขวดแก้วใบเล็กที่มีผงสีม่วงประหลาดออกมา “ในเมื่อพวกมันอยากเล่นนัก ข้าก็จะสนองให้” เยว่ฉีแสยะยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา นางสูดหายใจลึก “อาหลิน เจ้ามีวิชาตัวเบาที่พอจะพาข้าไปบนหลังคานั่นไหม?” “เจ้าจะบ้าหรือไง! นี่มันไม่ใช่การทดลองปรุงยาในห้องใต้ดินนะ!” “ถ้าข้าไม่ทำ ข้าก็ไม่ได้กลับไปเห็นหน้าคนเย็นชาอย่างมู่หรงเฟยอีกแล้วน่ะสิ!” เยว่ฉีตวาดกลับเบาๆ ก่อนจะกระโจนออกไปจากที่ซ่อน มือของนางสะบัดผงยาในอากาศเป็นวงกว้าง หมอกควันสีม่วงจางๆ กระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางหมอกนั้น นักฆ่าทั้งหลายต่างหยุดชะงัก พวกมันเริ่มกระอักเลือดออกมาเป็นก้อนสีดำ แต่เยว่ฉีไม่ได้หยุดแค่นั้น นางใช้จังหวะที่พวกมันเสียสมาธิ พุ่งตัวผ่านกลุ่มควันขึ้นไปบนหลังคาไม้เก่าๆ ตามแรงส่งของอาหลิน แต่อนิจจา... ความชะล่าใจคือศัตรูของความสำเร็จ เมื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุด นางกลับพบว่าไม่ใช่เพียงแค่นักฆ่าที่รออยู่ แต่มีร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายเย็นเยือกยืนตระหง่านอยู่ตรงกลาง เส้นผมสีดำขลับถูกรวบขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับจับจ้องมาที่นางด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา “เจ้าควรจะอยู่กับมู่หรงเฟย มากกว่าจะมาวิ่งเล่นในที่อันตรายเช่นนี้ หลินเยว่ฉี” เสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เยว่ฉีชะงักกึก ไม่ใช่เพราะกลัว แต่นางคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้ดี... น้ำเสียงที่มักจะใช้ตำหนินางเวลาที่นางทำแจกันในห้องหนังสือแตก “ท่าน... ท่านก็เป็นพวกเดียวกับองค์ชายสามงั้นหรือ?” เยว่ฉีเอ่ยถาม เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ความเชื่อใจที่เคยมีต่อคนรอบข้างดูเหมือนจะพังทลายลงในพริบตา ชายปริศนาคนนั้นค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เยว่ฉีต้องก้าวถอยหลังจนเกือบตกจากหลังคา นางไม่คาดคิดว่าคนผู้นี้จะมาปรากฏตัวอยู่ในดงนักฆ่า และสิ่งที่ทำให้หัวใจของนางแทบหยุดเต้นไม่ใช่คำขู่ของนักฆ่าข้างล่าง แต่เป็นคมดาบที่ชายผู้นี้ชักออกมา แล้วจ่อมาที่ลำคอของนางเอง “ข้าไม่ได้มาเพื่อฆ่าเจ้า แต่มู่หรงเฟยกำลังถูกพิษที่เจ้าเป็นคนปรุงให้เขาเอง... เจ้ายังจะกล้ากลับไปหาเขาอีกงั้นหรือ?” คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เยว่ฉีเบิกตากว้าง มือที่ถือขวดแก้วหลุดร่วงลงพื้นจนแตกกระจาย เสียงแตกของแก้วดังก้องในความเงียบงัน ก่อนที่เสียงฝีเท้าของกองกำลังทหารหลวงจะดังขึ้นล้อมรอบสถานที่เกิดเหตุ และหนึ่งในนั้น... มู่หรงเฟยในชุดเกราะสีเงินเงาวับกำลังก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนไร้จิตวิญญาณ เสี่ยวเถาฮวากราบขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักเหที่แสนเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%