"ท่านราชครูคะ ข้าว่าชุดหยกชิ้นนี้ช่างเข้ากับคุณหนูตระกูลเว่ยยิ่งนัก... ท่านดูสิเจ้าคะ สีหน้าของนางดูเบิกบานเพียงใดเมื่อได้รับของกำนัลจากท่าน"
น้ำเสียงสดใสเจือความประชดประชันของหลินเยว่ฉีดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงัดภายในห้องทำงานหลวงของราชครู มู่หรงเฟยชะงักปลายพู่กันที่กำลังจรดลงบนม้วนฎีกา หมึกสีดำสนิทหยดลงบนกระดาษจนเกิดรอยด่างพร้อยเป็นวงกว้าง เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่แรงกดที่นิ้วมือจนข้อกระดูกเปลี่ยนเป็นสีขาวนั้นบ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัว
"เจ้ามาทำอะไรที่นี่ เยว่ฉี" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท เย็นชาจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้าน หากทว่าเยว่ฉีกลับไม่นำพา นางวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะไม้กฤษณาด้วยท่าทีจงใจให้เกิดเสียงดัง 'เคร้ง' ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากที่ดูอย่างไรก็ไร้ความจริงใจ
"ข้าก็แค่มาส่งน้ำชาตามหน้าที่ศิษย์ที่แสนดีอย่างไรเล่าเจ้าคะ หรือท่านราชครูจะรำคาญใจที่มีข้าคอยรับใช้? หากเป็นเช่นนั้น ท่านก็รีบแต่งคุณหนูเว่ยเข้าจวนเสียเถิด ข้าจะได้หมดภาระและไปหาที่อยู่ใหม่ให้สบายใจ"
เยว่ฉีสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นจัดแจงเอกสารบนโต๊ะอย่างไม่เป็นระเบียบ ทั้งที่ในใจกลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่นางเองก็ไม่อาจนิยามได้ มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความเจ็บแปลบที่แล่นผ่านอกทุกครั้งที่เห็นเขามอบความสนใจให้สตรีอื่น โดยเฉพาะเมื่อเขามักจะมอบสายตาที่นิ่งสงบนั้นให้กับนางเพียงคนเดียวเสมอมา
มู่หรงเฟยวางพู่กันลงอย่างช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีครามเข้มก้าวเข้ามาประชิดตัวนางจนเยว่ฉีต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางตำรา กลิ่นอายหอมจางๆ ของไม้สนและตำรายาจากกายเขาโอบล้อมนางไว้จนแทบหายใจไม่ออก
"เจ้ากำลังประชดประชันข้าเรื่องอะไร" เขาถาม เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเล็กน้อยด้วยความอดกลั้น "ข้าไปหาคุณหนูเว่ยตามคำสั่งฝ่าบาท เพื่อหารือเรื่องงานรื่นเริง เจ้าเห็นมันเป็นเรื่องน่าขบขันหรืออย่างไร"
"ข้าไม่เห็นว่ามันจะน่าขบขันตรงไหนเจ้าค่ะ ข้าเพียงแต่เห็นว่า ท่านดูมีความสุขดีเมื่อได้สนทนากับนาง... ผิดกับเวลาที่อยู่กับข้า ที่ท่านมักจะเอาแต่สั่งสอน ดุว่า และตำหนิเรื่องไร้สาระ" เยว่ฉีเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ดวงตากลมโตของนางวาวโรจน์ด้วยหยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ "หรือข้ามันเป็นเพียงศิษย์ที่น่ารำคาญในสายตาท่าน?"
"เจ้ามัน..." มู่หรงเฟยกัดฟันกรอด นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปบีบคางมนของนางเบาๆ เพื่อให้เงยหน้ามองเขา "เจ้ารู้ดีที่สุดว่าทำไมข้าถึงต้องดุเจ้า... เยว่ฉี เจ้าซื่อบื้อหรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่?"
บรรยากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยความกดดัน อาหลินที่แอบสังเกตการณ์อยู่บนคานไม้ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ มันเกาหัวตนเองอย่างหงุดหงิดพลางพึมพำ "มนุษย์นี่น่ารำคาญเสียจริง... รักก็บอกว่ารัก จะมาทำปากแข็งตีกันไปเพื่ออะไรกันนะ"
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นในจังหวะที่แทบจะรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามด้วยเสียงรายงานที่ทำลายความเงียบอันเปราะบางนั้นลง
"ท่านราชครูขอรับ! องค์ชายสามเสด็จมาถึงหน้าจวนแล้ว พร้อมกับราชโองการด่วนจากฝ่าบาทให้ท่านรีบไปเข้าเฝ้าโดยเร็วที่สุดขอรับ!"
มู่หรงเฟยปล่อยมือจากคางของเยว่ฉีทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมตามหน้าที่อีกครั้ง เขาปรายตามองเยว่ฉีด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันหลังเดินออกไปโดยไม่กล่าวคำใด ทิ้งให้เยว่ฉียืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน
ทว่าก่อนที่ร่างสูงจะก้าวพ้นประตูไป เขาหยุดชะงักครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง "เย็นนี้... อย่าออกไปไหน ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า"
เยว่ฉียืนนิ่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว นางเฝ้ารอคอยคำพูดนั้นมาเนิ่นนาน แต่ทว่าในวินาทีที่เขาก้าวพ้นธรณีประตูไป ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างกลับแล่นเข้ามาแทนที่ นางสังเกตเห็นเงาดำสายหนึ่งที่แฝงตัวมากับกลุ่มองครักษ์ขององค์ชายสาม สายตานั้นจ้องมองมายังนางด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่นางเคยพบเจอเมื่อนานมาแล้ว... สายตาของคนที่เคยพยายามจะลอบสังหารนางในวันวาน!
นางไม่ได้อยู่คนเดียวในจวนแห่งนี้... และใครบางคนกำลังจะก้าวเข้ามาเพื่อกระชากความสุขเพียงน้อยนิดที่นางเพิ่งเริ่มจะสัมผัสได้ให้แตกสลายไปตลอดกาล!
เสี่ยวเถาฮวาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความปั่นป่วนในครั้งนี้นะคะ!
ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 16
ความหึงหวงที่ไม่รู้ตัว
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!