"นายท่าน... แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังลับของฮ่องเต้... แปรพักตร์แล้ว!"
เสียงรายงานขององครักษ์เงาที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบสงัดของห้องหนังสือหลวง ราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน มู่หรงเฟยชะงักปลายพู่กันในมือ น้ำหมึกสีดำสนิทหยดลงบนกระดาษซวนจื่อราคาแพงจนแตกกระจาย เป็นรอยด่างพร้อยที่ไม่อาจลบเลือน เช่นเดียวกับสถานการณ์บ้านเมืองในยามนี้ที่กำลังดิ่งลงสู่เหวลึก
ราชครูหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความตื่นตระหนกต่อหน้าผู้ใด ปรากฏรอยย่นระหว่างคิ้วเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองรายงานในมืออย่างรวดเร็ว กองกำลังลับที่ควรจะอยู่ใต้การควบคุมของพระองค์ กลับหันปลายดาบเข้าหาบัลลังก์... นี่ไม่ใช่แค่การกบฏธรรมดา แต่เป็นการจัดฉากเพื่อล้มล้างอำนาจจากภายใน
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วห้องนั้น ภาพใบหน้าของศิษย์สาวจอมแก่นผู้มักจะสร้างเรื่องปวดหัวให้เขาได้ทุกวี่วันกลับแวบเข้ามาในหัว หลินเยว่ฉี... ตอนนี้เด็กดื้อคนนั้นกำลังอยู่ที่หุบเขาโอสถไพศาล เพื่อตามหาสมุนไพรลึกลับตามคำสั่งของเขา นางจะรู้ตัวหรือไม่ว่าพายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น
ตัดภาพมายังหุบเขาโอสถไพศาลอันปกคลุมด้วยไอหมอกหนาทึบ หลินเยว่ฉีในชุดศิษย์สำนักแพทย์พกพาสมุนไพรเต็มตะกร้าหลัง นางกำลังปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความเหนื่อยอ่อน ขณะที่เจ้าอาหลิน สัตว์เลี้ยงเทพขนฟูรูปร่างคล้ายกระต่ายแต่มีเขาสองข้าง กำลังส่งเสียงฮึดฮัดบ่นอุบอิบไม่หยุดปาก
"มนุษย์โง่เขลา เจ้าพาข้าเดินวนมาสามรอบแล้วนะ! ขนงามๆ ของข้าเปียกชื้นหมดแล้ว หากข้าป่วยไข้ขึ้นมา เจ้าต้องรับผิดชอบด้วยการหาโสมพันปีมาให้ข้ากินติดต่อกันเจ็ดวันเจ็ดคืน!" อาหลินส่งเสียงทางจิตด้วยความหงุดหงิด
"เจ้ากระต่ายปากเสีย ข้าไม่ได้เดินวนสักหน่อย นี่คือค่ายกลอำพรางต่างหากเล่า!" เยว่ฉีเถียงกลับเสียงเบา พยายามซ่อนความหวั่นวิตกไว้ใต้รอยยิ้มทะเล้น แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัว แต่บรรยากาศวังเวงรอบตัวและหมอกหนาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงจางๆ ทำให้สัญชาตญาณของนางร่ำร้องว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
กลิ่นหอมเย็นของยาสมุนไพรโบราณโชยมาแตะจมูก กลิ่นนี้... มันช่างคุ้นเคยเสียเหลือเกิน คล้ายกับกลิ่นตำรับยาที่นางเคยใช้สมัยที่ยังศึกษาอยู่กับอาจารย์ผู้ลึกลับในวัยเด็ก เยว่ฉีชะงักฝีเท้า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจ
"อาจารย์..." พึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าวิ่งฝ่าสายหมอกไปโดยไม่ฟังเสียงเตือนของอาหลิน
เบื้องหน้าของนางคือเรือนไม้ไผ่เก่าแก่หลังหนึ่ง ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางแปลงสมุนไพรเรืองแสง ประตูเรือนเปิดแง้มไว้เล็กน้อย มีร่างเงาของชายชราผู้หนึ่งกำลังนั่งต้มยาอยู่หน้าเตาถ่าน แผ่นหลังนั้นโค้งงอเล็กน้อยตามกาลเวลา แต่รัศมีพลังลมปราณที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้สรรพสิ่งรอบข้างสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
เยว่ฉีหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อย นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความตื่นเต้น
"ท่าน... ท่านคืออาจารย์จริง ๆ หรือเจ้าคะ?" น้ำเสียงของนางสั่นเครือ มีทั้งความดีใจและความน้อยใจผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ตั้งแต่ที่อาจารย์หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อน นางต้องดิ้นรนใช้ชีวิตลำพัง จนกระทั่งได้มาพบกับราชครูผู้เย็นชาผู้นั้น
ร่างของชายชค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ... ดวงตาฝ้าฟางแต่ทว่าฉายแววคมปลาบกวาดมองศิษย์สาวตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มใจดีปรากฏขึ้นที่มุมปากเหี่ยวย่น
"ไม่เจอเจ้าเสียหลายปี เยว่ฉี... เจ้าโตขึ้นมาก จนกระทั่งกลไปเป็นตัวป่วนประจำเมืองหลวงไปเสียแล้วกระมัง" น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเอ่ยขึ้น
เยว่ฉีน้ำตาคลอเบ้า วิ่งเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าชายชราทันที นางซบหน้าลงกับตักของเขาเหมือนเด็กๆ ที่โหยหาความอบอุ่นมาเนิ่นนาน "อาจารย์... ท่านหายไปไหนมา รู้ไหมว่าข้าตามหาท่านแทบพลิกแผ่นดิน!"
ผู้เป็นอาจารย์ลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของศิษย์สาว ทว่า ในแววตาของชายชรากลับซ่อนประกายความซับซ้อนบางอย่างที่เยว่ฉีไม่มีวันสังเกตเห็นในยามนี้
"ข้ามีเหตุผลที่ต้องจากไป... เช่นเดียวกับที่เจ้าในตอนนี้ กำลังนำพาภัยพิบัติมาสู่หุบเขาแห่งนี้โดยไม่รู้ตัว" คำพูดราบเรียบแต่เยือกเย็นของอาจารย์ ทำให้เยว่ฉีชะงัก เงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงง
"ภัยพิบัติ? หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?"
ชายชราถอนหายใจยาวนาน ยื่นมือไปหยิบห่อกระดาษเก่าคร่ำครึส่งให้นาง "สิ่งที่เจ้ากำลังตามหา... และคนที่เจ้ากำลังปกป้องในเมืองหลวง ล้วนเป็นหมากในกระดานที่ถูกกำหนดไว้แล้ว มู่หรงเฟยคิดว่าตนเองเป็นผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดิน แต่หารู้ไม่ว่า... แม้แต่เงาของตนเอง เขาก็ยังปกป้องไว้ไม่ได้"
หัวใจของเยว่ฉีหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ภาพใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงความเหนื่อยล้าของมู่หรงเฟยผุดขึ้นมาในหัว ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบรัดลำคอจนหายใจไม่ออก
ในจังหวะที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหุบเขาโอสถไพศาล เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนขึ้นที่ทางเข้า พร้อมกับธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกที่พุ่งแหวกอากาศตรงมายังเรือนไม้ไผ่แห่งนี้!
"อาจารย์!" เยว่ฉีอุทานลั่นด้วยความตกใจ รีบชักกระบี่ประจำตัวออกมาเตรียมรับมือ
ทว่า อาจารย์ของนางกลับลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสงบนิ่งอย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มแปลกประหลาดปรากฏขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่น ก่อนที่เขาจะเอמהกระซิบข้างหูลูกศิษย์ด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของนางเย็นเฉียบ
"คนที่ส่งคนมาฆ่าเจ้าในวันนี้... ไม่ใช่ฮ่องเต้ และไม่ใช่ศัตรูของเจ้า... แต่เป็นคนใกล้ตัวที่สุดที่เจ้าไว้ใจต่างหากล่ะ เยว่ฉี"
เสี่ยวเถาฮวาหวังว่าตอนนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ใจเต้นแรงและอยากติดตามตอนต่อไปนะคะ!
ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 50
พบกับอดีตอาจารย์
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!