ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 9

สมุนไพรหายากในป่าต้องห้าม

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"อย่าแม้แต่จะคิดขยับตัว ถ้าไม่อยากให้ป้ายหยกนั่นกลืนกินเจ้าเข้าไปด้วยอีกคน!" เสียงคำรามแหบพร่าหลุดออกจากลำคอของมู่หรงเฟย มันไม่ใช่เสียงของราชครูผู้สง่างามที่เยว่ฉีเคยรู้จัก แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบกายดูจะหนักอึ้งเหมือนถูกถมด้วยก้อนหิน หลินเยว่ฉีหยุดชะงัก ร่างบางตัวแข็งทื่อ มือที่กำลังเอื้อมไปแตะรอยประทับสีแดงฉานบนลำคอเขาค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตากลมโตของนางสั่นระริก ยิ่งเห็นนัยน์ตาสีเลือดคู่นั้นกวาดมองนางด้วยความเย็นชาที่บาดลึกถึงกระดูก นางยิ่งรู้สึกเหมือนถูกคมมีดนับพันกรีดลงบนหัวใจ "ท่าน... ท่านกำลังแย่" เยว่ฉีฝืนกลั้นใจ พูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าขณะถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว "ข้าเป็นหมอหลวงฝึกหัด ข้ารู้ว่าชีพจรแบบนั้นมันหมายถึงอะไร ท่านกำลังถูกพลังปราณตีกลับ หรือแย่กว่านั้น... คำสาปนั่นกำลังกัดกินจิตวิญญาณท่าน!" มู่หรงเฟยไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นกุมขมับ ร่างสูงใหญ่โซเซพิงกับต้นไม้โบราณในป่าต้องห้ามที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกพิษสีม่วงจางๆ กลิ่นอายมรณะโชยมากับลมหายใจของป่า อาหลินที่ซ่อนตัวอยู่ในแขนเสื้อของเยว่ฉีสั่นเทาจนแทบหลุดออกมา "นายหญิง หนีไปเถอะ! นี่มันไม่ใช่คนแล้ว พลังปีศาจในตัวเขามันรุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์จะคุมได้!" อาหลินกระซิบเสียงลอดไรฟัน "ข้าไม่ทิ้งเขา" เยว่ฉีตอบสั้นๆ แววตาที่เคยขี้เล่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น นางรู้ดีว่าหากทิ้งเขาไว้ในป่าต้องห้ามที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรและหมอกพิษนี้ ในไม่ช้าเขาจะไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน "เจ้า... เจ้ามันโง่" มู่หรงเฟยแค่นยิ้มที่มุมปาก มือข้างที่ว่างคว้าด้ามกระบี่คู่กายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "สมุนไพร 'หญ้าโลหิตหิมะ' อยู่ลึกเข้าไปอีกสามลี้ หากเจ้าต้องการช่วยข้า จงเอาตัวรอดออกไปให้ได้ก่อนที่สติของข้าจะดับวูบ แล้วอย่าได้หันหลังกลับมาอีก" เยว่ฉีไม่ฟังคำเตือน นางพุ่งเข้าหาเขาก่อนจะใช้เข็มเงินปลายเคลือบพิษสะกดจุดสกัดพลังที่จุดชีพจรหลักอย่างแม่นยำ มู่หรงเฟยเบิกตากว้างก่อนจะหมดสติลงในอ้อมแขนของนาง ความหนักอึ้งของร่างกายชายหนุ่มทำให้เยว่ฉีแทบเซ แต่นางกัดฟันแน่น "ข้าไม่ยอมให้ศิษย์พี่สายโหดตายง่ายๆ หรอกนะ อย่างน้อยท่านก็ยังไม่ได้สอนข้าเขียนพู่กันให้สวยเลยสักครั้ง!" การเดินทางในป่าต้องห้ามไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หมอกพิษเริ่มหนาทึบจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า เยว่ฉีแบกร่างที่ไร้สติของราชครูไว้บนหลังพลางใช้พลังปราณหมุนเวียนคุ้มกันร่างกาย ทุกย่างก้าวคือกองทัพของแมลงพิษที่จ้องจะกัดกินเนื้อหนัง กลิ่นอายแปลกปลอมคอยหลอกล่อให้จิตใจไขว้เขว นางก้าวผ่านหุบเขาเงาจันทร์ที่เสียงกระซิบจากความว่างเปล่าดังระงม "ทิ้งเขาไปสิ... แล้วเจ้าจะมีชีวิตรอด... พลังของเขาจะกลายเป็นของเจ้า..." "หุบปากไปซะ!" เยว่ฉีตะโกนใส่ความว่างเปล่า น้ำตาแห่งความเหนื่อยล้าไหลผ่านแก้ม "ข้ามาเพื่อหาสมุนไพร ไม่ได้มาฟังเสียงเห่าหอนของพวกปีศาจชั้นต่ำ!" ในที่สุด นางก็พบกับใจกลางป่าหุบเขาที่แสงจันทร์ส่องลงมาเป็นสาย ปรากฏดอกไม้สีแดงราวกับเลือดบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะที่ไม่มีวันละลาย เยว่ฉีรีบวางมู่หรงเฟยลง มือเรียวหยิบมีดหยกตัดต้นสมุนไพรอย่างระมัดระวัง แต่ทันทีที่รากของมันขาดออกจากดิน พื้นดินใต้ร่างของมู่หรงเฟยก็เริ่มสั่นสะเทือน รอยประทับรูปป้ายหยกบนคอของมู่หรงเฟยสว่างวาบขึ้นราวกับได้รับพลังงานมหาศาล มันส่งกระแสไฟฟ้าสีดำทะลักออกมาครอบคลุมรัศมีรอบตัวเขา "แย่แล้ว! มันไม่ใช่แค่สมุนไพร แต่มันคือตราประทับผนึกพลังมังกรคลั่ง!" อาหลินร้องลั่น เยว่ฉีรีบคว้าต้นสมุนไพรไว้แน่น แต่ทันใดนั้น ร่างของมู่หรงเฟยก็ลอยขึ้นเหนือพื้นดิน ดวงตาที่หลับใหลอยู่ค่อยๆ เปิดออก—มันไม่ได้เปลี่ยนกลับเป็นสีนิล แต่มันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามที่ดูน่าเกรงขามและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ เขายื่นมือมาบีบคอของเยว่ฉีอย่างแรง แรงมหาศาลทำให้นางแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของเขาราบเรียบ ไร้ความรู้สึก แต่แววตาคู่นั้นกลับจ้องมองนางราวกับมองคนแปลกหน้า "เจ้าเป็นใคร... เหตุใดถึงได้กล้าเข้าใกล้ 'ร่างภาชนะ' ของข้า" เสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่เสียงของมู่หรงเฟย แต่เป็นเสียงที่ดังก้องกังวานราวกับเสียงจากสวรรค์ที่เต็มไปด้วยอำนาจการสั่งการ เยว่ฉีพยายามแกะมือแกร่งออก มืออีกข้างของนางกำต้นสมุนไพรไว้แน่นจนเลือดซึมออกมา "ข้า... ข้าคือคนที่... จะไม่ปล่อยให้ท่านตาย..." มู่หรงเฟยในร่างนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาไปที่ห่อผ้าในมือของนางที่สมุนไพรกำลังส่งกลิ่นหอมหวนออกมา ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะที่คุ้นหู "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ ราชครูผู้สูงส่ง บัดนี้กลับกลายเป็นเบี้ยล่างให้สตรีไร้ค่าคนหนึ่งดูแล" เยว่ฉีเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างขององค์ชายสามก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ พร้อมกับกองกำลังนักฆ่าชุดดำนับสิบชีวิตที่ล้อมรอบพวกเขาไว้ในวงแคบ และในมือขององค์ชายสาม เขากำลังถือแผ่นหยกชิ้นหนึ่งที่ส่องแสงประหลาด—แสงที่สะท้อนกับรอยประทับบนคอของมู่หรงเฟยอย่างพอดิบพอดี! เสี่ยวเถาฮวาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเยว่ฉีและมู่หรงเฟยในบทนี้ครับ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%