ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 25

ศึกชิงตำแหน่งขุนนาง

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"ท่านราชครูจะเดินหมากตาเดิมไปถึงเมื่อไหร่? หากจะแลกตำแหน่งขุนนางกับชีวิตคนในจวน ข้าเกรงว่าศิษย์ตัวน้อยของท่านคงไม่ยินดีนักหรอกนะ" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยกระแสข่มขวัญดังขึ้นกลางโถงประชุมลับ องค์ชายสามวางหมากสีดำลงบนกระดานด้วยจังหวะหนักแน่น สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าซึ่งนั่งตัวตรงราวกับรูปสลักหิน มู่หรงเฟยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย เขาเพียงใช้นิ้วเรียวยาวหยิบหมากสีขาวขึ้นมา ค่อยๆ วางลงในตำแหน่งที่บีบกระดานฝั่งตรงข้ามจนเกือบจนมุม "องค์ชายสาม ความกระหายอำนาจทำให้ท่านตาพร่ามัว ท่านลืมไปแล้วหรือว่าตำแหน่งขุนนางนั้นมีไว้เพื่อรับใช้แผ่นดิน มิใช่เครื่องมือต่อรองลมหายใจของผู้ใด" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง มู่หรงเฟยขยับยิ้มที่มุมปากเพียงน้อยนิด เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกถึงความหายนะมากกว่าความอบอุ่น ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดหลังฉากกั้น หลินเยว่ฉีกำลังกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด มือเล็กๆ ของนางกำขวดยาพิษที่ปรุงขึ้นเองไว้ในแขนเสื้อแน่น อาหลิน สัตว์เลี้ยงเทพในร่างแมวสีขาวขนปุยนอนหมอบอยู่ข้างๆ มันส่งเสียงขู่ฟ่อผ่านกระแสจิต 'เยว่ฉี เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! ที่นี่คือถ้ำเสือ หากท่านราชครูรู้ว่าเจ้าแอบตามมา เขาจะโกรธจนลืมหายใจเอาได้นะ' 'ข้าปล่อยให้เขาแบกรับเรื่องนี้คนเดียวไม่ได้' เยว่ฉีตอบกลับในใจ แววตาของนางปรากฏความแน่วแน่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางซุกซน 'องค์ชายสามวางแผนใส่ร้ายอาจารย์ว่าทุจริตงบประมาณจัดซื้อเสบียง หากข้าไม่หาหลักฐานจากจดหมายลับในกระเป๋าเสื้อขององครักษ์นั่น ชีวิตของอาจารย์ก็จบสิ้นแล้ว' มู่หรงเฟยในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆาดูสง่างามทว่าเงียบเหงา เขารู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวเล็กๆ หลังม่านกั้น แต่เขากลับแสร้งทำเป็นไม่รู้เห็น สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่กระดานหมาก ลึกๆ ในใจเขากำลังเต้นรัวด้วยความกังวลไม่ใช่เพราะกลัวองค์ชายสาม แต่กลัวว่าศิษย์สาวจะเอาตัวเข้ามาพัวพันในเกมการเมืองที่สกปรกนี้ "ท่านราชครูดูเหมือนจะจดจ่อกับหมากบนกระดานเกินไปจนลืมไปว่า... ในวังหลวงแห่งนี้มีหูมีตาอยู่ทุกที่" องค์ชายสามหัวเราะร่า ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ "ถ้าข้าเผาจดหมายฉบับนี้ทิ้งไปพร้อมกับคำให้การของพยาน ท่านคิดว่าองค์ฮ่องเต้จะยังเชื่อใจ 'ที่ปรึกษา' ที่ซื่อสัตย์ของพระองค์อยู่หรือไม่?" มู่หรงเฟยหยุดชะงัก นิ้วมือของเขาเกร็งแน่นเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ "พระองค์ทรงมีสายพระเนตรยาวไกล ความจริงย่อมกระจ่างในสักวัน" "แต่ข้าไม่ชอบรอ!" องค์ชายสามตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "ส่งตัวหลินเยว่ฉีมาให้ข้า แล้วข้าจะลืมเรื่องทั้งหมดนี้เสีย!" เสียงกริ๊กดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณของการตัดสินใจ หลินเยว่ฉีที่ทนฟังไม่ไหวอีกต่อไปก้าวพรวดออกมาจากหลังม่าน ใบหน้าจิ้มลิ้มของนางบัดนี้บึ้งตึงเสียยิ่งกว่าก้นกระทะ "ตำแหน่งขุนนางมีเกียรติเกินกว่าจะให้คนใจคดอย่างท่านมาเหยียบย่ำ!" เยว่ฉีประกาศกร้าว สายตาของนางจ้องมององค์ชายสามโดยไม่มีความเกรงกลัว "และข้า... ก็ไม่ใช่หมากในกระดานของใครทั้งนั้น!" มู่หรงเฟยเบิกตากว้าง ความเย็นชาที่ฉาบไว้พังทลายลงในพริบตา เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว บังร่างของเยว่ฉีไว้เบื้องหลังโดยสัญชาตญาณ "เยว่ฉี! เจ้าออกไปเดี๋ยวนี้!" "อาจารย์ ท่านไม่ต้องปกป้องข้าแล้ว!" เยว่ฉีขัดคำสั่งอย่างถือดี นางโยนหลักฐานที่อาหลินแอบฉกมาจากองครักษ์ลงบนโต๊ะกลางห้อง จดหมายลับที่มีตราประทับขององค์ชายสามปรากฏเด่นหราต่อหน้าคนทั้งคู่ องค์ชายสามหน้าเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวคล้ำ ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธแค้น "นังเด็กบ้า! เจ้ากล้าขโมยของของข้าหรือ!" ทว่า ทันใดนั้นประตูโถงประชุมก็ถูกพังเข้ามาโดยองครักษ์หลวงนับสิบชีวิต มู่หรงเฟยชักกระบี่ประจำกายออกมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า... ดาบเล่มหนึ่งกลับไม่ได้พุ่งเป้าไปที่องค์ชายสาม หากแต่เป็นองครักษ์ที่ปลอมตัวมาและพุ่งตรงเข้ามาที่เยว่ฉี เยว่ฉีหลบไม่พ้น ทว่ามู่หรงเฟยกลับขยับตัวเร็วกว่า เขาคว้าตัวนางเข้ามากอดไว้แน่นแล้วหมุนตัวหลบ ทำให้คมดาบเฉี่ยวผ่านแผ่นหลังของเขาไปจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเปื้อนชุดสีน้ำเงิน "อาจารย์!" เยว่ฉีหวีดร้อง น้ำตาเม็ดโตเริ่มคลอเบ้า แต่ทว่าเสียงหัวเราะเยือกเย็นขององค์ชายสามกลับดังขึ้นขัดจังหวะ "หึๆ... มู่หรงเฟย เจ้าปกป้องนางจนได้รับบาดเจ็บ ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ" องค์ชายสามก้าวเข้ามาใกล้ แววตาเต็มไปด้วยเล่ห์กล "แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... จดหมายฉบับนั้นที่นางขโมยมาน่ะ มันคือ 'ของปลอม' ที่ข้าจงใจวางไว้ให้เจ้าติดกับดัก!" มู่หรงเฟยขมวดคิ้วแน่น เขารีบก้มลงดูหลักฐานในมือ ทันทีที่เขาสัมผัสกระดาษ ตัวอักษรสีดำก็เริ่มเลือนหายไปและแทนที่ด้วยข้อความกล่าวโทษเขาว่าเป็นกบฏ! ประตูห้องโถงเปิดออกกว้างอีกครั้ง พร้อมกับชายวัยกลางคนในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย... องค์ฮ่องเต้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง! มู่หรงเฟยชะงักค้าง ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะบาดแผล แต่เพราะความจริงที่ว่า... แผนการณ์ทั้งหมดนี้ถูกจัดฉากขึ้นเพื่อกำจัดเขาให้สิ้นซากโดยมีองค์ฮ่องเต้เป็นผู้เห็นดีเห็นงามด้วย "ราชครู... เจ้ามีคำแก้ตัวอย่างไร สำหรับหลักฐานกบฏที่อยู่ในมือของเจ้าตอนนี้?" น้ำเสียงของฮ่องเต้เย็นชาดุจน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือ เยว่ฉีมองหน้าอาจารย์ของนางด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของนางเต้นรัวเหมือนกลองรบ ในขณะที่มู่หรงเฟยค่อยๆ ปล่อยมือจากนาง สายตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับว่างเปล่าราวกับคนหมดหวัง "กระหม่อม... ไม่มีคำแก้ตัวพ่ะย่ะค่ะ" มู่หรงเฟยคุกเข่าลงช้าๆ พลางวางกระบี่ที่เปื้อนเลือดลงกับพื้น ทิ้งให้หลินเยว่ฉียืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของทหารที่พร้อมจะปลิดชีวิตพวกเขาได้ทุกเมื่อ... เสี่ยวเถาฮวาหวังว่าเรื่องราวในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%