ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 24

ความจริงจากอดีต

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
“ข้าไม่เคยสอนให้เจ้าทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ผู้ใด... โดยเฉพาะคนที่มือเปื้อนเลือดคนในตระกูลเจ้าเอง” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบจนน่าขนลุกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในจวนร้างชายป่า หลินเยว่ฉีแทบหยุดหายใจ ดวงตาคู่กลมโตที่มักจะซุกซนเป็นประกายยามนี้เบิกกว้างจนสั่นระริก ร่างกายของนางแข็งทื่อราวกับถูกคำสาปแช่แข็ง ยามเงาร่างในชุดดำสนิทก้าวพ้นจากมุมมืดออกมาเบื้องหลังองค์ชายสาม องค์ชายสามแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูอบอุ่นยามอยู่ต่อหน้านาง บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความเหยียดหยาม “ท่านอาจารย์ผู้สูงส่ง ท่านยังยึดติดกับอดีตที่ฝังกลบไปนานแล้วหรือ? เยว่ฉี... เจ้าก็น่าจะรู้ดีว่าคนผู้นี้คือใคร ไม่ใช่ศิษย์รักที่แสนซื่ออย่างที่เจ้าเคยเชื่อหรอก” เยว่ฉีเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ความทรงจำในวัยเยาว์ที่เคยเลือนรางกลับพุ่งชนเข้าสู่สมองราวกับคมมีด ภาพของชายในชุดดำที่เคยสอนนางปรุงยา สอนการใช้ชีวิตในป่าลึก และเป็นคนเดียวที่ลูบหัวนางด้วยความเมตตา... เขายืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะศัตรูของคนที่นางรักที่สุดอย่างมู่หรงเฟย “อาจารย์... ท่านหลอกข้ามาตลอดหรือคะ?” เสียงของนางสั่นพร่า มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในอก ชายชุดดำขยับหน้ากากเงินขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน “ข้าไม่ได้หลอกเจ้า... ข้าเพียงแต่ต้องการปกป้อง ‘เศษเสี้ยว’ สุดท้ายที่เหลืออยู่ของสายเลือดแห่งเผ่าพยัคฆ์หิมะ ซึ่งคนอย่างมู่หรงเฟยไม่มีวันเข้าใจ” “พอได้แล้ว!” เสียงทุ้มดุดันของมู่หรงเฟยแทรกขึ้นมาทันควัน เขากระโดดปราดลงมาจากหลังคาจวน ร่างสูงสง่าในชุดสีครามเข้มยืนตระหง่านขวางหน้าเยว่ฉีไว้ดุจกำแพงเหล็ก สายตาของราชครูหนุ่มไม่ได้มององค์ชายสามแม้แต่น้อย เขามองเพียงชายชุดดำเบื้องหน้าด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด “เจ้ากลับมาเพื่อทำลายชีวิตที่เหลือของนางหรืออย่างไร?” “ชีวิตที่เหลือ?” ชายชุดดำหัวเราะเยาะ “ชีวิตที่นางถูกเลี้ยงดูมาเหมือนนกในกรงทองของเจ้าน่ะหรือ มู่หรงเฟย? เจ้าปกป้องนาง หรือเจ้าเพียงแค่กักขังนางไว้เพื่อใช้เป็นตัวประกันในเกมการเมืองที่เจ้าสร้างขึ้นกันแน่!” อาหลินที่แอบอยู่บนขื่อหลังคาพยายามจะพุ่งตัวลงมาช่วยเยว่ฉี แต่ถูกกระแสพลังที่มองไม่เห็นตรึงไว้จนขยับไม่ได้ มันได้แต่คำรามในลำคอด้วยความแค้นเคือง บรรยากาศรอบข้างบีบคั้นจนเยว่ฉีรู้สึกเหมือนอากาศในปอดกำลังจะหมดลง นางมองแผ่นหลังกว้างของมู่หรงเฟยที่สั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธ ก่อนจะก้าวออกมาจากด้านหลังเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป นางไม่ได้เป็นศิษย์สาวจอมแก่นเซี้ยวคนเดิมอีกต่อไป ในยามนี้ แววตาของนางดุดันและเยือกเย็นราวกับหิมะแรกในฤดูหนาว “หยุดเถียงกันสักที!” นางตะโกนก้อง เสียงนั้นกังวานจนทั้งสามคนชะงัก “ข้าไม่ใช่หมากขององค์ชายสาม และข้าก็ไม่ใช่ตุ๊กตาให้ท่านอาจารย์กับท่านราชครูมาแย่งชิงกัน!” มู่หรงเฟยหันกลับมามองนางด้วยสายตาที่ตื่นตะลึง ความเจ็บปวดในแววตาของเขาทำให้นางเกือบจะใจอ่อน แต่ความจริงที่ได้รับรู้ว่าเขาเองก็มีความลับซ่อนเร้นเกี่ยวกับชาติกำเนิดของนาง ทำให้ความเชื่อใจที่มีมาตลอดร้าวฉาน “เยว่ฉี...” มู่หรงเฟยเอ่ยเสียงแผ่ว “ข้ามีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น ข้าเพียงต้องการให้เจ้า...” “ต้องการให้ข้าลืมอดีต? หรือต้องการให้ข้าตายไปพร้อมกับความลับที่ท่านซ่อนไว้กันแน่?” เยว่ฉีสวนกลับทันควัน สายตาของนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมู่หรงเฟย “ท่านอาจารย์... บอกข้ามาสิคะ ว่าความจริงที่ท่านซ่อนไว้ในขวดแก้วใบนั้นที่ท่านหวงแหนนักหนา คืออะไร?” ชายชุดดำชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองสลับไปมาระหว่างเยว่ฉีและมู่หรงเฟย ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างสมเพช “ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่รู้สินะ เยว่ฉี... เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายเจ้า ไม่ใช่เลือดของมนุษย์ธรรมดา และขวดนั่น... คือสิ่งที่มู่หรงเฟยใช้ ‘สูบ’ พลังชีวิตของเจ้าทุกคืนยามเจ้าหลับใหล!” เยว่ฉีรู้สึกเหมือนพื้นดินที่ยืนอยู่กำลังถล่มลงมา นางหันไปมองมู่หรงเฟยที่ใบหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันที เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ ทว่าเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นจากประตูจวน เป็นสตรีในชุดนางกำนัลที่นางคุ้นตาที่สุด... สตรีที่คอยปรนนิบัตินางมาตลอดสิบปี นางกำนัลผู้นั้นถือมีดสั้นไว้ในมือ แววตาที่เคยอ่อนน้อมยามนี้กลับว่างเปล่าไร้ความรู้สึก นางก้าวตรงมาที่เยว่ฉีพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ขออภัยเพคะคุณหนู... แต่ราชครูมีคำสั่งให้ข้าปิดปากท่าน หากท่านเริ่มถามถึงเรื่อง ‘ขวดแก้ว’ มากเกินไป” มู่หรงเฟยหน้าถอดสี “ข้าไม่เคยสั่ง! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ทว่าสายไปแล้ว เมื่อนางกำนัลคนนั้นพุ่งเข้าใส่เยว่ฉีด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ในจังหวะที่คมมีดกำลังจะปาดผ่านลำคอของนาง เยว่ฉีกลับไม่ได้หลบ แต่กลับคว้าข้อมือของสตรีผู้นั้นไว้ได้ด้วยมือเปล่า พลังสีครามอมม่วงที่นางไม่เคยรู้ตัวว่ามี ได้ระเบิดออกจากร่างของนางจนทุกคนในที่นั้นกระเด็นถอยหลังไปคนละทิศละทาง เยว่ฉียืนนิ่งอยู่กลางวงล้อม แววตาของนางกลายเป็นสีเงินวาวโรจน์ นางหันมามองมู่หรงเฟยด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง “ท่านบอกข้าว่าท่านปกป้องข้า... แต่ดูเหมือนว่าคนที่ข้าควรกลัวที่สุด ตั้งแต่ต้น... คือตัวท่านเองนะคะ ท่านราชครู” เสี่ยวเถาฮวาหวังว่าทุกท่านจะยังไม่ลืมกลิ่นอายของความรักที่ซ่อนอยู่ในเงามืดนี้ แล้วพบกันในตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%