ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 33

คำบอกรักที่ไม่ได้พูดออกไป

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"หากเจ้ายังไม่หยุดวาจาอวดดีเช่นนี้ เกรงว่าศีรษะของเจ้าคงอยู่บนบ่านานเกินไปแล้ว" มู่หรงเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งนั้นกลับรุนแรงจนทำให้อากาศรอบกายดูเหมือนจะแข็งตัว องค์ชายสามหัวเราะร่าอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาคู่คมดุจงูพิษเหลือบมองร่างบอบบางของหลินเยว่ฉีที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงไม้สลักลายดอกท้อ นางยังคงหลับใหลไร้สติจากพิษสงที่เขาส่งคนไปลอบวางไว้เมื่อครู่ "ท่านราชครูผู้ทรงธรรม... ท่านกำลังปกป้องศัตรูของแผ่นดิน หรือกำลังปกป้อง 'หัวใจ' ของท่านกันแน่?" องค์ชายสามก้าวเข้ามาใกล้ แสงตะเกียงที่วูบไหวสะท้อนเงาของพวกเขาให้ดูยาวบิดเบี้ยวบนผนัง "สายเลือดของแคว้นศัตรูไหลเวียนอยู่ในตัวนาง แม้แต่ท่านก็ลบเลือนมันไม่ได้ ความลับนี้หากแพร่งพรายออกไป ท่านคิดหรือว่าบัลลังก์มังกรจะยอมปล่อยให้ศิษย์สาวผู้นี้มีชีวิตรอด?" มู่หรงเฟยขยับกายบังร่างของศิษย์สาวไว้มิดชิด แววตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก "เรื่องนั้นไม่ใช่หน้าที่ของคนอวดดีเช่นท่าน ข้าจะตัดสินชะตานางเอง... ออกไปเสีย ก่อนที่ข้าจะลืมไปว่าท่านยังมีสถานะเป็นองค์ชาย" เมื่อเสียงฝีเท้าขององค์ชายสามค่อยๆ ห่างหายไปจนเงียบสนิท ราชครูหนุ่มจึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา ร่างที่เคยดูแข็งแกร่งประดุจขุนเขาพลันอ่อนล้าลงทันที เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง มือหนาที่เคยจับกระบี่พิชิตศึกสั่นระริกขณะเอื้อมไปแตะข้างแก้มของหลินเยว่ฉีอย่างแผ่วเบา "เจ้ามันเด็กดื้อ... รู้ทั้งรู้ว่าอันตราย แต่ก็ยังเอาตัวเข้ามาพัวพัน" มู่หรงเฟยพึมพำกับความว่างเปล่า เขาเฝ้ามองใบหน้ายามหลับใหลของนางมาเนิ่นนาน เยว่ฉีในยามนี้นิ่งสงบเหลือเกิน ไม่มีรอยยิ้มซุกซน ไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วที่คอยก่อกวนสมาธิเขาในยามค่ำคืน ความเงียบนี้ช่างทรมานหัวใจเขายิ่งกว่าคมดาบ "หากข้าเลือกทางที่ถูกต้องตามกฎระเบียบ ข้าต้องส่งเจ้าเข้าคุกหลวง... ต้องเห็นเจ้าถูกทรมานเพื่อเค้นเอาความลับของแคว้นศัตรู" นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากนางออกอย่างทะนุถนอม "แต่ข้ากลับทำไม่ได้... ข้าไม่อาจยอมให้ดวงตาคู่นี้ต้องหม่นแสงเพราะน้ำมือข้า" เขาก้มลงต่ำจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างใบหูของนาง เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมาตลอดหลายปี "เยว่ฉี... เจ้าเด็กโง่... ข้าไม่เคยอยากเป็นราชครูผู้เย็นชา ข้าไม่เคยอยากแบกรับกฎเกณฑ์ที่จองจำวิญญาณตนเองไว้" เขาหยุดชะงักไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่เก็บไว้ลึกสุดใจออกมาด้วยความแผ่วเบา "หากวันหนึ่งข้าต้องเลือกระหว่างแผ่นดินกับเจ้า... ข้าคงเป็นกบฏที่เลวร้ายที่สุด เพราะต่อให้ต้องแลกด้วยทุกอย่างที่ข้ามี ข้าก็ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากเจ้าไปจากข้า... รักษาชีวิตของเจ้าไว้ให้ดีเถิด... เพราะชีวิตของเจ้า คือลมหายใจเดียวที่เหลืออยู่ของข้า" มู่หรงเฟยหลับตาลง กดจูบเบาๆ ลงบนขมับของนางอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่านางจะตื่นขึ้นมาพบความเปราะบางของเขา ในขณะนั้นเอง ร่างของ 'อาหลิน' เจ้าสัตว์เทพตัวจ้อยที่แอบซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดก็ค่อยๆ คลานออกมา ดวงตาใสแป๋วของมันจับจ้องไปยังราชครูหนุ่มด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทว่าในจังหวะที่มู่หรงเฟยกำลังจะถอนกายออก เขากลับชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงบีบเบาๆ ที่ชายเสื้อ หลินเยว่ฉีไม่ได้ลืมตาขึ้น แต่ริมฝีปากบางกลับขยับยิ้มเล็กน้อยราวกับละเมอ ร่างบางพลิกตัวเข้าหาความอบอุ่นจากเขาตามสัญชาตญาณ มู่หรงเฟยหัวใจเต้นผิดจังหวะ เขาเฝ้ารอคอยดูว่านางจะลืมตาขึ้นหรือไม่ ทว่าในขณะที่ความเงียบกำลังครอบงำอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลวงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากหน้าห้อง พร้อมกับเสียงตะโกนแจ้งข่าวที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ใต้เท้าขอรับ! ฮ่องเต้มีรับสั่งด่วนให้ควบคุมตัวศิษย์สาวหลินเยว่ฉีเข้าวังหลวงในบัดนี้ ฐานต้องสงสัยเป็นสายลับแคว้นศัตรู... และมีพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่หน้าห้องโถงแล้วขอรับ!" มู่หรงเฟยเบิกตากว้าง หันไปมองเยว่ฉีที่ยังคงไร้สติ ก่อนจะมองไปยังหน้าต่างที่เปิดกว้างออกสู่ความมืดมิดเบื้องนอก ในใจเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่าพยานหลักฐานนั้นคืออะไร และใครกันที่เป็นคนทรยศพวกเขา! เสี่ยวเถาฮวาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความรักของศิษย์สาวกับราชครูนะคะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%