ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา•ตอนที่ 12

ศิษย์สาวตัวแสบกับแผนการแก้แค้น

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"ท่านราชครูเจ้าคะ... ท่านจะปล่อยให้ข้าเจ็บจนตายอยู่ตรงนี้จริงๆ หรือคะ?" เสียงหวานใสที่เคยสดใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสั่นเครือ หลินเยว่ฉีทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหญ้าข้างตำหนักคัมภีร์ มือเล็กกุมข้อเท้าตนเองไว้แน่น ใบหน้าเนียนละเอียดบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษสา เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามไรผม ดวงตากลมโตคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาที่คลอหน่วยอย่างน่าสงสาร มู่หรงเฟยที่กำลังก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามดั่งเทพเซียนหยุดฝีเท้าลงทันที แผ่นหลังกว้างภายใต้ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์นิ่งสนิท ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมามองศิษย์สาวตัวดีด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าลึกลงไปในแววตานั้น กลับมีความไหววูบที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเฉยเมย "เจ้าหยุดการแสดงเสียทีเถอะ เยว่ฉี" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้อารมณ์ดังขึ้น "เจ้าเพิ่งจะวิ่งไล่จับกับเจ้าอาหลินไปเมื่อครู่ มิใช่หรือ?" "นั่นมันเมื่อครู่... แต่ตอนนี้ข้าเจ็บจริงๆ นะเจ้าคะ!" เยว่ฉีเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำราวกับกระต่ายน้อยที่ถูกรังแก เธอแสร้งทำเป็นสูดจมูกฟืดฟาด "พื้นศิลาที่นี่มันช่างเย็นและแข็งเหลือเกิน หรือว่าท่านจะใจดำกว่าพื้นศิลาพวกนี้ไปเสียแล้ว?" อาหลิน สัตว์เลี้ยงเทพในร่างแมวสีหิมะที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ด้านหลัง พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ราวกับจะประชดประชัน 'เจ้ามนุษย์จอมมารยาเอ๋ย... คราวที่แล้วก็บอกว่านิ้วเคล็ด คราวนี้ข้อเท้าแพลง คราวหน้าเจ้าจะบอกว่าหัวใจหยุดเต้นเพราะข้าด้วยหรือไม่?' มันสื่อสารผ่านจิตด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม แต่เยว่ฉีทำเพียงตวัดสายตาค้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว มู่หรงเฟยถอนหายใจยาว แววตาเคร่งขรึมนั้นมีร่องรอยของความอ่อนใจฉายชัด เขาเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น ก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้า ความสูงที่แตกต่างทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังกดดันเธอ แต่สำหรับเยว่ฉี มันคือตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบในการ 'เรียกร้องความสงสาร' "ขอดูแผล" เขาเอ่ยสั้นๆ มือหนาเอื้อมไปหมายจะจับข้อเท้าของเธอ ทว่าทันทีที่นิ้วของเขาแตะสัมผัสผิวเนียน เยว่ฉีกลับอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวดเกินจริง "โอ๊ย! ท่านราชครู เบาหน่อยเจ้าค่ะ! ข้าเจ็บจนแทบจะใจขาดอยู่แล้ว ท่านช่างไร้ความปรานีต่อศิษย์ตัวน้อยๆ ผู้นี้เสียจริง" มู่หรงเฟยชะงัก สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาคำลวงในแววตาซุกซน ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับเป็นความเหงาที่ซ่อนลึกอยู่ในนั้น—ความเหงาที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบที่อกโดยไม่มีสาเหตุ เขาไม่รู้เลยว่าเยว่ฉีใช้ความรู้สึกจริงๆ ของเธอในการแสดงละครบทนี้ ความเจ็บปวดที่เธอกลัวที่สุดไม่ใช่ข้อเท้าที่เคล็ด แต่คือการที่เขาหันหลังให้เธออย่างไม่แยแส "ถ้าเจ็บถึงเพียงนั้น... ก็จงนั่งอยู่นี่" เขากล่าวพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ข้าจะไปเอายาหม่องที่ตำหนักแพทย์มาให้" "ไม่ต้องไปหรอกเจ้าคะ!" เยว่ฉีรีบคว้าชายเสื้อเขาไว้ มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาจากกายเขา "เพียงแค่ท่าน... นั่งเป็นเพื่อนข้าตรงนี้สักครู่ก็พอ ข้ากลัวความมืด" มู่หรงเฟยมองไปรอบกาย แสงอาทิตย์ยามอัสดงกำลังจะลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมแดง บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของคนทั้งสองเต้นรำไปพร้อมกัน เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอ ทิ้งระยะห่างไว้พอประมาณ "ท่านรู้ไหมเจ้าคะ..." เยว่ฉีเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเธอแผ่วเบาและจริงจังกว่าที่เคย "ในโลกนี้มีผู้คนมากมายที่รอคอยคำสั่งจากท่าน แต่มีเพียงข้าที่รอคอยเพียงแค่รอยยิ้มจากท่าน... ราชครูเจ้าคะ ท่านไม่เหนื่อยบ้างหรือที่ต้องแบกความเงียบขรึมไว้ทั้งชีวิต?" มู่หรงเฟยหันมามองเสี้ยวหน้าของศิษย์สาว แสงตะวันสุดท้ายกระทบใบหน้าของเธอให้ดูนวลละมุน "หน้าที่ของข้าคือการรักษาสมดุลของแผ่นดิน ไม่ใช่การเอาใจใคร" "แต่สมดุลที่ไม่มีความสุข ก็เป็นเพียงกรงขังที่สวยงามเท่านั้นนะเจ้าคะ" เยว่ฉีขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่ของทั้งคู่แทบจะชิดกัน "หากวันหนึ่ง ข้าหายไปจริงๆ ท่านจะรู้สึกไหมเจ้าคะว่าโลกที่ไร้เสียงหัวเราะของข้า... มันเงียบเหงาเกินไป?" คำถามนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงไปกลางใจของราชครูผู้เย็นชา มู่หรงเฟยนิ่วหน้าเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดถึงวันที่เยว่ฉีจะไม่อยู่ตรงนี้ วันที่ศิษย์สาวตัวป่วนผู้แสบสันคนนี้จะเลิกทำเรื่องวุ่นวายและหายไปจากชีวิตที่ราบเรียบของเขา ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลายนายก็ดังขึ้นมาจากทางเดินหลัก ตามมาด้วยเสียงกังวานของบุรุษผู้หนึ่งที่คุ้นเคย "ท่านราชครู! ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะช่วงเวลาซึ้งใจของอาจารย์กับศิษย์เสียแล้วสินะ" องค์ชายสามก้าวเข้ามาในลานกว้าง แววตาของเขามีประกายเล่ห์เหลี่ยมยามจ้องมองไปยังเยว่ฉีที่รีบถดตัวออกจากมู่หรงเฟย เขายิ้มเย็นเยือกก่อนจะหันไปทางราชครู "ท่านพ่อให้ข้ามาตามตัวท่านเข้าวังด่วน มีข่าวลือเรื่องการลอบสังหารที่ชายแดน และดูเหมือนว่า... หลักฐานชิ้นสำคัญจะตกไปอยู่ในมือของคนใกล้ตัวท่านเสียด้วย" สายตาขององค์ชายสามพุ่งตรงไปยังห่อผ้าที่เยว่ฉีซุกซ่อนไว้ข้างกาย มู่หรงเฟยขมวดคิ้วแน่น เขารู้ทันทีว่าความวุ่นวายที่เยว่ฉีสร้างขึ้นในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความเหงา แต่มันคือแผนการบางอย่างที่อาจเกี่ยวพันถึงชีวิตของคนทั้งคู่! ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะไปพร้อมกับข้าในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สาวตัวป่วนกับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%