เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ดังขึ้นติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึดอัดภายในเพนต์เฮوسหรูใจกลางเมืองเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... มันยิ่งเพิ่มแรงกดดันจนออกซิเจนรอบตัวแทบจะระเหยหายไปหมด
พิมพ์พิชชาตวัดสายตากลับมาจากการมองวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนผ่านกระจกใสบานยักษ์ เธอจงใจทิ้งระยะห่างระหว่างตัวเองกับร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ปลายเตียงให้มากที่สุด ทิฐิในใจพุ่งสูงเป็นริ้วคลื่นจนน่ากลัว ไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ หลังจากเหตุการณ์ชวนหัวใจสลายเมื่อชั่วโมงก่อนจบลงด้วยความเงียบ คริษฐาเลือกที่จะปิดปากเงียบสนิท ปล่อยให้ความเย็นชาเข้าครอบงำพื้นที่ทุกตารางนิ้ว ราวกับต้องการลงทัณฑ์เธอด้วยความไร้เยื่อใย
"ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว... ฉันขอตัวไปนอนห้องรับแขกค่ะ"
น้ำเสียงที่พยายามดัดให้ราบเรียบและมั่นคงที่สุดหลุดรอดจากริมฝีปากบาง พิมพ์พิชชาหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินหนีจากสถานการณ์บีบคั้นหัวใจนี้ แต่ทว่า...
"คิดจะหนีปัญหาอีกแล้วสินะ พิมพ์พิชชา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นไล่หลังมา ประโยคห้วนสั้นแต่นัยน์ตากลับไหววับด้วยความเจ็บปวดที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาوادเย่อหยิ่ง คริิษฐายังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ยอมขยับเขยื้อน แต่รัศมีรอบตัวกลับดึงรั้งร่างของเธอไว้ราวกับมีสนามแม่เหล็ก
พิมพ์พิชชาชะงักเท้าที่ก้าวออกไป เม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธระลอกใหม่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับประธานสาวสายซึนทันที ดวงตากลมโตฉายแววพยศและท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว
"หนีเหรอคะ? ใครกันแน่ที่วิ่งหนีความจริง คุณต่างหากคริษฐา... คุณเลือกที่จะเงียบ เลือกที่จะผลักไสทุกอย่างออกไป แล้วจะให้ฉันยืนบื้อเป็นคนโง่อยู่ตรงนี้เพื่ออะไรล่ะคะ ในเมื่อคุณแสดงออกชัดเจนขนาดนี้แล้วว่าฉันมันไม่มีค่าพอที่คุณจะอธิบายอะไรเลย!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทำเอาคริษฐาถึงกับผะเผด็จลมหายใจสะดุด ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงเพรียวก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว เร็วจนพิมพ์พิชชาถอยหลังหนีไม่ทัน แผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบอย่างไร้ทางหนี
คริษฐายื่นมือเรียวเข้ามายันผนังทั้งสองข้าง กักขังร่างของเธอไว้ในอ้อมแขน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดที่คุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวโชยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ทว่า... แววตาของคนที่ยืนคุมเกมอยู่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและรauร้าวไม่แพ้กัน
"เธอคิดว่าฉันไม่อยากพูดหรือไงพิมพ์..." คริษฐาก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบจับไม่ได้ "เธอคิดว่าการเห็นเธอยืนกรานจะไปจากฉันมันง่ายมากนักเหรอไง... หм?"
"ถ้ามันยากนัก... ทำไมคุณถึงไม่รั้งฉันไว้ด้วยความจริงใจล่ะคะ? ทำไมต้องใช้ความเย็นชาและความเงียบมาทำร้ายกันแบบนี้ด้วย!" พิมพ์พิชชาสวนกลับทันควัน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจ เธอเงยหน้าสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวแค่ไหนก็ตาม "คุณมันใจร้าย... คริษฐา ใจร้ายที่สุด"
นิ้วเรียวของคริษฐายกขึ้นเกลี่ยไล้กรอบหน้าแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่ลิบลับ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านปลายนิ้วนั้นเกือบทำให้เกราะป้องกันของพิมพ์พิชชาพังทลายลงมาในเสี้ยววินาที แต่ความทิฐิและบาดแผลในใจยังคงทำหน้าที่ตอกย้ำให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้นสู้
"ฉันแค่อยلا... กลัว" คริษฐาพึมพำแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยหลบวูบลงชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "กลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้ว... ฉันจะรั้งเธอไว้ไม่ได้จริงๆ"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของคนทั้งคู่ดังแข่งกับความเงียบงัน เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันกำลังแผดเผาความรู้สึกของพวกเธอจนแทบหลอมละลาย ทิฐิที่เคยตั้งกำแพงสูงชันเริ่มสั่นคลอนลงทีละน้อย เมื่อปลายนิ้วของคริษฐาเลื่อนลงมาแตะที่ริมฝีปากบางเบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้พูดคำที่ทำร้ายจิตใจกันอีก
พิมพ์พิชชาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้กำลังดึงดูดพวกเธอให้เข้าหากันอีกครั้งอย่างต้านทานไม่ได้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น สายตาที่ประสานกันสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาอธิบาย ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความโหยหาและแรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดเอาไว้
คริษฐาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มใสแผ่วเบา จนพิมพ์พิชชาต้องหลับตาลงรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านด้วยความคาดหวัง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศโรแมนติกและเร่าร้อนลงในพริบตาเดียว ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต คริษฐาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด ดวงตาคมกริบตวัดมองไปทางประตูห้องด้วยความไม่พอใจ
ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะเอ่ยปากอนุญาต ประตูห้องนอนบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาด้วยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับเชิญ ร่างสูงสมส่วนของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนจะเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะที่ทำให้เลือดในกายของพิมพ์พิชชาเย็นเฉียบลงทันที
"อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ ประธานคริส... พอดีฉันมี 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' ที่คุณน่าจะอยากดูตอนนี้เลยล่ะค่ะ"
สการ์เล็ตโรสขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความฟินและอินไปกับความดราม่านี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 30
ความเงียบที่บาดลึก
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!