เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 29

กำแพงที่ถูกสร้างขึ้นใหม่

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
เสียงปิดประตูห้องทำงานของท่านประธานดังขึ้นเพียงเบาๆ แต่มันกลับก้องกังวานในความรู้สึกของพิมพ์พิชชาจนแทบจะกลายเป็นเสียงระเบิด ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองแผ่นอกกว้างที่เพิ่งถอยห่างออกไปเมื่อครู่ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความเคลิบเคลิ้มหลงใหลอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นความตื่นตระหนกที่พุ่งทะยานขึ้นมาจนถึงขีดสุด—เธอเกือบไปแล้ว... เกือบจะพ่ายแพ้ให้กับแรงดึงดูดบ้าๆ ของผู้หญิงคนนี้อีกครั้ง "ออกไปก่อนค่ะคุณศิริน ฉันยังไม่มีธุระอะไรด่วน" น้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบขาดของคริษฐาเอ่ยตวัดไล่เลขาหน้าห้องที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่ตรงกรอบประตู บรรยากาศรอบตัวประธานสาวแผ่รังสีความหงุดหงิดคุกรุ่นออกมาเสียจนใครก็ไม่กล้าหายใจแรง ทว่าก่อนที่เลขาหน้าห้องจะทันได้โค้งตัวถอยหลัง พิมพ์พิชชา พิมพ์พิชชาผุดลุกขึ้นจากโซฟาตัวยาวราวกับถูกไฟลวก ร่างเพรียวบางขยับถอยหลังกรูดเว้นระยะห่างทันทีสามก้าว สายตาที่เคยมีความไหวหวั่นเจืออยู่เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองอย่างรวดเร็ว "ฉันว่า... เราคุยกันเรื่องงานแค่นี้พอค่ะท่านประธาน เอกสารส่วนที่เหลือ เดี๋ยวฉันให้คนส่งอีเมลมาให้ตรวจสอบอีกรอบนะคะ" พิมพ์พิชชารัวคำพูดใส่รัวเร็ว มือเรียวรีบคว้ากระเป๋าหนังใบโปรดมาแนบไว้กับอกราวกับมันคือโล่กำบังชั้นดี คริษฐาชะงักไป ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและเต็มไปด้วยความไม่พอใจระคนแปลกใจจดจ้องร่างบางที่กำลังจะก้าวเดินเลี่ยงไปทางประตู "เดี๋ยวก่อนพิมพ์..." "ขอตัวนะคะ พอดีฉันมีงานด่วนต้องเคลียร์ข้างนอกต่อค่ะ" พิมพ์พิชชาตัดบททันควันโดยไม่ยอมเปิดโอกาสให้ประธานสาวได้เอ่ยท้วงแม้แต่ครึ่งคำ หญิงสาวก้มศีรษะให้เล็กน้อยตามมารยาททางธุรกิจ ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวผ่านหน้าเลขาออกไปอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหนีตายจากสนามรบ ปัง! เสียงประตูปิดลงสนิท ทิ้งให้ห้องทำงานกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด คริษฐายืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจหล่นวูบไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกหน่วงหนับที่กลางอกเล่นงานจนเธอต้องยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ภาพแผ่นหลังที่รีบเร่งเดินหนีราวกับรังเกียจที่จะต้องอยู่ใกล้เธอนั้น บาดลึกเข้ามาในความรู้สึกจนน่าหงุดหงิด ทำไมกัน... ทั้งๆ ที่เมื่อครู่เราเกือบจะหลอมรวมเป็นคนเดียวกันอยู่แล้วเชียว ทำไมยายตัวแสบถึงเลือกที่จะวิ่งหนีอีกครั้ง? คล้อยหลังร่างบางที่เดินลิ่วๆ ออกมาจนถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน พิมพ์พิชชาถึงกับต้องทรุดตัวลงพิงกับประตูรถมินิคูเปอร์สีแดงคันเก่ง มือเรียวยกขึ้นทาบอกซ้ายที่กำลังเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ ลมหายใจเข้าออกหอบถี่จนน่าตกใจ *เกือบไปแล้ว... เกือบจะใจอ่อนให้อีกแล้วนะยายพิมพ์!* หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความทรงจำจากบาดแผลเก่าๆ วิ่งย้อนเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ความเจ็บปวดจากการถูกทิ้งให้อยู่ข้างหลัง ความหวาดกลัวที่จะต้องเอาความรู้สึกทั้งหมดไปฝากไว้ในมือของคนใจร้ายอย่างคริษฐา มันคือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าเธอไม่มีทางเดินกลับไปสู่หลุมพรางเดิมซ้ำสองเป็นอันขาด กำแพงที่เคยถูกเจาะรูจนแสงลอดผ่านได้ ตอนนี้ถูกโบกปูนทับถมหนาเตอะขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ในเมื่อเกมนี้... การเข้าใกล้กันมีแต่จะทำให้เธอเจ็บปวด ฝ่ายที่ต้องถอยหลังกลับไปตั้งหลักเพื่อความปลอดภัย ก็ควรจะเป็นเธอไม่ใช่หรือไง? ผ่านไปสามวันเต็มๆ ที่มาตรการเว้นระยะห่างถูกนำมาใช้อย่างเคร่งครัด ชนิดที่เรียกว่า 'ไร้รอยต่อ' แต่เป็นรอยร้าวในความรู้สึกแทน ตลอดสัปดาห์นี้ คริษฐาต้องเผชิญกับความหงุดหงิดระดับสิบเอ็ด ประธานสาวนั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ในห้องทำงาน เอกสารกองโตบนโต๊ะไม่ได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็วเหมือนเคย เพราะสติสัมปชัญญะของเธอถูกดึงดูดไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางนิ่งสนิทไร้การแจ้งเตือนจากใครบางคน ไม่มีข้อความกวนประสาท ไม่มีคำถามยียวนกวนใจ และไม่มีแม้แต่เงาของตัวแสบที่เคยเดินเข้าออกห้องนี้เป็นว่าเล่น "คุณศิริน..." คริษฐาเอ่ยเรียกเลขาผ่านอินเตอร์คอมด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจนปลายสายสะดุ้ง "ตารางงานของตัวแทนโปรเจกต์พิเศษวันนี้มีอะไรบ้าง ทำไมฉันไม่เห็นรายงานความคืบหน้า" *(เอ่อ... คือว่า คุณพิมพ์พิชชาแจ้งผ่านมาทางอีเมลกลางค่ะท่านประธาน ว่าขออนุญาตทำงานแบบ Work from Home และส่งงานผ่านทางทีมงานเบื้องหลังโดยตรงเพื่อความรวดเร็วและเป็นมืออาชีพค่ะ)* คำว่า 'เพื่อความรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ' กระแทกเข้ากลางใจของคริษฐาเข้าอย่างจัง ประธานสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธผสมความน้อยใจลึกๆ ที่อีกฝ่ายพยายามขีดเส้นแบ่งเขตระหว่างเธอกับเขาอย่างชัดเจนชนิดที่เรียกว่าไม่เผื่อพื้นที่ให้หายใจร่วมกันเลย ให้มันได้อย่างนี้สิ! หลบหน้ากันเก่งนักใช่ไหมยายตัวแสบ คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะหนีฉันพ้นหรือไง? ตกเย็น... ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ที่พักส่วนตัวของพิมพ์พิชชา หญิงสาวในชุดนอนผ้าซาตินสีครีมสบายๆ กำลังยืนฮัมเพลงเบาๆ พลางคนช็อกโกแลตร้อนในแก้วโปรดอย่างอารมณ์ดี ความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อสามวันก่อนเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยการถอยหลังกลับมาตั้งหลักในเซฟโซนของตัวเอง ก็ทำให้เธอไม่ต้องไปนั่งลุ้นระทึกกับสายตาดุๆ และสัมผัสอันตรายจากประธานสาวจอมเผด็จการคนนั้นอีก ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหันในยามวิกาล ทำให้พิมพ์พิชชาชะงักมือที่กำลังถือแก้วช็อกโกแลต คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความฉงน ใครกันที่จะมาหาเธอเอาป่านนี้ ในเมื่อเธอไม่ได้สั่งอาหารเดลิเวอรี และเพื่อนสนิทก็รู้กฎดีว่าห้ามมารบกวนโดยไม่นัดล่วงหน้า ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม และดูเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าจะหยุด "รู้แล้วค่ะๆ รอแป๊บสิคะ" พิมพ์พิชชาบ่นพึมพำกับตัวเอง เดินสับเท้าไปยังหน้าประตู ร่างบางเอื้อมมือไปปลดล็อกกลอนประตูโดยไม่ได้ส่องดูตาแมวให้ดีเสียก่อน เพราะคิดว่าเป็นนิติบุคคลมาตรวจเช็กความเรียบร้อย แกร็ก... ทันทีที่บานประตูถูกเปิดออกกว้างครึ่งหนึ่ง ความตั้งใจที่จะเอ่ยปากถามกลับต้องกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อร่างสูงโปรดของใครบางคนพุ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนเธอแทบตั้งตัวไม่ทัน แรงปะทะทำให้แผ่นหลังบางแนบติดกับบานประตูที่ถูกผลักให้ปิดลงด้วยเท้าของแขกยามวิกาลอย่างแม่นยำ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เจือจางด้วยกลิ่นไอร้อนชื้นยามค่ำคืนโชยเข้าแตะจมูก พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่ยกขึ้นกักตัวเธอไว้ระหว่างอ้อมอกกับบานประตู ปิดตายทุกทางหนี พิมพ์พิชชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายไฟคุโชนและความดุดันที่อัดอั้นมานานหลายวัน "คุณคริส...!" "คิดจะหนีหน้ากันไปถึงไหน หืม... พิมพ์พิชชา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยชิดริมฝีปากนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ระเบิดออกมาจนน่ากลัว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดรดแก้ว สการ์เล็ตโรสขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของยัยตัวแสบกับท่านประธานสายซึนคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%