"ขอโทษด้วยนะคะคุณ... พอดีว่าตอนนี้ 'แฟนของฉัน' กำลังไม่ว่างจะคุยกับคนแปลกหน้าค่ะ"
ประโยคแสบสันที่เพิ่งพ่นใส่หน้าหนุ่มไฮโซตระกูลดังเมื่อครู่ ยังคงลอยเคว้งอยู่ในบรรยากาศกึ่งสลัวของบาร์ลับสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทว่าคนพูดกลับไม่ได้มีทีท่าสะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด พิมพ์พิชชาลอยหน้าลอยตากอดอก มองตามหลังแขกไม่ได้รับเชิญที่เดินหน้าเสียถอดสีออกไปจากโต๊ะวีไอพีด้วยความสะใจ
ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่สวยจะค่อยๆ เบนกลับมาสบเข้ากับดวงตาคมกริบของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
คริษฐากำลังมองเธอนิ่งสนิท
ภายใต้แสงไฟนีออนสีอำพันที่สาดส่องลงมาบนเรือนผมยาวสลวยและชุดสูทเข้ารูปสีเข้มของประธานสาว ภาพลักษณ์ของคริสในยามนี้ดูราวกับพญาเสือดาวที่กำลังจ้องเหยื่อด้วยความสนใจระคนฉงน ปรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากนั่น... ไม่ใช่รอยยิ้มโกรธขึงอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือความแพรพราวที่ทำเอาคนมองต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อตั้งหลัก
"เมื่อกี้... ว่ายังไงนะคะ" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงเพรียวที่ขยับเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งพิมพ์มากขึ้นจนแทบไร้ระยะห่าง คริ้าวแขนข้างหนึ่งพิงพนักโซฟา สายตาคมกริบจับจ้องใบหน้าเนียนที่เริ่มขึ้นสีเรื่ออย่างรู้ทัน
"ฉันก็แค่... ช่วยกันแมลงหวี่แมลงวันให้คุณตามมารยาทค่ะ" พิมพ์พิชชาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นไหว ทั้งที่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรำทำเพลงผิดจังหวะไปเสียแล้ว เมื่อกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับวานิลลาจางๆ จากตัวคริสโชยเข้ามารangรบกวนประสาทสัมผัส
"อ๋อเหรอคะ..." คริษฐาลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "แต่หูฉันดันได้ยินไม่ชัด... ไหนลองพูดคำว่า 'แฟน' ให้ฉันฟังใหม่อีกรอบสิคะ พิมพ์พิชชา"
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้อันตรายเป็นบ้า!
พิมพ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนึกอยากจะตบปากตัวเองนักที่ดันปากไวพูดคำนั้นออกไปเพื่อแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ใครจะไปคิดว่ายัยประธานน้ำแข็งนี่จะหยิบยกมันมาล้อเลียนแถมยังรุกไล่เสียจนเธอแทบจะถอยหลังตกโซฟา
"หูคุณก็ปกติดีหนนิคะ คุณคริส... เลิกแกล้งฉันสักทีเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว ฉันว่าเราควรเคลียร์เรื่องโปรเจกต์แล้วแยกย้ายกันกลับบ้านดีกว่า" พิมพ์ตัดบท เปลี่ยนเรื่องดะดื้อ พยายามคว้าแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาทำเป็นตรวจเอกสาร เพื่อหลบสายตาคุกคามคู่นั้น
ทว่า... มือเรียวยาวของคริษฐากลับเอื้อมมาแตะลงบนหลังมือของพิมพ์ที่ถือแท็บเล็ตอยู่
สัมผัสอุ่นจัดจากเรียวนิ้วของอีกฝ่ายทำเอาพิมพ์สะดุ้งสุดตัว แท็บเล็ตเกือบหลุดร่วงจากมือ แต่คริสไวกว่า เธอรวบมือพิมพ์ไว้มั่น แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ร่างบางต้องขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม จนไหล่ของเราแทบจะแนบชิดกัน
ในระยะประชิดนี้ พิมพ์ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปะปนกับความหอมเฉพาะตัวของคริส มันไม่ใช่กลิ่นที่ทำให้เมามาย แต่เป็นกลิ่นที่ทำให้คนสูญเสียการควบคุมสติสัมปชัญญะได้อย่างน่าประหลาด
"เรื่องงาน... พักไว้ก่อนเถอะค่ะ" คริษฐากระซิบชิดริมหูกลิ่นอายความอบอุ่นเป่ารดต้นคอขาวผ่องของพิมพ์จนขนลุกชัน "เพราะตอนนี้... มีเรื่องสำคัญกว่าโปรเจกต์หลายร้อยเท่ากำลังรอให้เราเคลียร์กันอยู่"
หัวใจของพิมพ์เต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่บริเวณซอกคอทำให้เธอสมองตื้อตันไปหมด คำพูดโต้เถียงที่เคยเตรียมไว้เป็นร้อยแปดพันเก้าพลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและความวับวามแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปทั่วท้องน้อย
"เรื่อง... เรื่องอะไรล่ะคะ" พิมพ์เค้นเสียงถามออกไปได้แค่นั้น พยายามดันไหล่อีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงประท้วง แต่คริสกลับไม่มีทีท่าจะถอยหนี กลับกัน เธอกลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนของพิมพ์ไปนิดเดียว
ความเงียบงันรอบตัวราวกับถูกมนต์สะกด เสียงเพลงจังหวะเร้าใจจากฟลอร์แดนซ์ด้านนอกกลายเป็นเพียงเสียงอื้ออึงที่อยู่ไกลแสนไกล ในห้วงเวลานี้ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ และสายตาที่เว้าวอนแก่อมดดื้อของประธานสาวคนเก่ง
"ก็เรื่องที่เธอ... ประกาศตัวว่าเป็นแฟนฉันเมื่อกี้ยังไงล่ะคะ" คริสจงใจเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความแพรพราวชนิดที่ต่อให้เป็นเหล้าชั้นดีก็เทียบไม่ติด "พูดออกมาเองแท้ๆ... รับผิดชอบคำพูดของตัวเองหน่อยสิคะ พิมพ์"
"ฉัน... ฉันแค่พูดแก้ขัด..."
"แต่ฉันไม่ได้ขัดนะคะ..." คริษฐาตัดบท น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลงจนน่าใจหาย นัยน์ตาคู่คมที่เคยดุดันและเย่อหยิ่งบัดนี้กลับฉายแววความจริงจังและลึกซึ้งบางอย่างที่พิมพ์ไม่เคยเห็นมาก่อน "และเอาเข้าจริง... ฉันก็ไม่ได้รังเกียจสถานะที่คุณเพิ่งมอบให้สักนิด"
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์ก็รู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ความรู้สึกหวานล้ำที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอกทำเอาเธอพูดไม่ออก ได้แต่เบิกตากว้างมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน
นี่คริษฐา... กำลังหยอกเล่น หรือกำลังพูดจริงจังกันแน่?
ทว่า ก่อนที่พิมพ์จะได้ทันอ้าปากเอ่ยอะไรเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนใจเต้นระทึกนี้ เรียวแขนแข็งแรงของคริสก็เอื้อมมาโอบกระชับเอวบางของเธอไว้แน่นขึ้น พร้อมกับดึงร่างของเธอนั่งเข้ามาแนบชิดตักในจังหวะที่รวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว
"คุณคริis!" พิมพ์อุทานเสียงหลง มือเล็กกำเสื้อสูทของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยอัตโนมัติเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้ม ขณะที่ใบหน้าของเราห่างกันเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่พราวระยับด้วยประกายความปรารถนาอย่างชัดเจน
"ชูส์..." คริษฐายกนิ้วเรียวขึ้นแตะริมฝีปากอิ่มของพิมพ์เบาๆ เพื่อห้ามปรามคำพูดโวยวาย "อย่าเพิ่งโวยวายค่ะ... คนมองกันหมดแล้ว"
พิมพ์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าทุกครั้งทำให้เผลอคิดไปไกล และก่อนที่เธอจะได้ทันตั้งสติ ร่างสูงของคริสก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากอุ่นจัดเคลียคลออยู่ข้างใบหู ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่สั่นคลอนสติของเธอจนกระเจิง
"คืนนี้... คิดเหรอคะว่าจะรอดเงื้อมมือ 'แฟน' คนนี้ไปได้ง่ายๆ"
ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนของห้องวีไอพีดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อณุญาต
"คุณคริสคะ! เอกสารสรุปยอดดิลลับตัวนั้น... อ้าว... ขอโทษค่ะ ฉันเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่าคะ?"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินและความแซ่บในตอนนี้ด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 8
กระซิบข้างหู
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!