"คุณคริสคะ! เอกสารสรุปยอดดิลลับตัวนั้น... อ้าว... ขอโทษค่ะ ฉันเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่าคะ?"
น้ำเสียงของพิมพ์พิชชาสะดุดกึกทันที เมื่อบานประตูห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานเปิดผางเข้ามา แล้วพบกับภาพที่ชวนให้เลือดสูบฉีด คริษฐากำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยท่าทางเซื่อซึม ริมฝีปากแห้งผากและซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือด ดวงตากลมโตที่มักจะตวัดมองเธอด้วยความเฉี่ยวคมและดุดันเสมอ บัดนี้กลับหรี่ปรอยและฉาบไว้ด้วยหยาดน้ำใสจากพิษไข้
เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งยับยู่ยี่บ่งบอกถึงความไม่เรียบร้อย และที่สำคัญ... บนหน้าผากเนียนนั้นมีแผ่นเจลลดไข้แปะอยู่ ลุคสาวมั่นสายแบดผู้ทรงอำนาจหายวับไปกับตา เหลือเพียงลูกแมวป่วยเจ็บที่กำลังพยายามฟอร์มจัดใส่เธอเท่านั้น
"ใครอนุญาตให้เธอพรวดพราดเข้ามา... พิมพ์พิชชา"
เสียงแหบพร่าหลุดลอดมาจากลำคอที่แห้งผากของคนบนเก้าอี้ คริษฐายังคงพยายามยืดตัวตรง แม้ว่าเรียวขาคู่นั้นจะสั่นระริกจนน่าใจหาย มือบางกำขอบโต๊ะแน่นเพื่อพยุงร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
"สภาพคุณตอนนี้ บอกว่าใกล้ลงโลงยังน่าเชื่อมากกว่ามานั่งเซ็นเอกสารนะคะคุณประธาน" พิมพ์พิชชาถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวคนดื้อรั้นทันที "เป็นไข้หัว 39 ขนาดนี้ ยังมีหน้ามาทำเสียงดุใส่ฉันอีกเหรอคะ"
"ฉัน... แค่เอกสารกองนี้..."
"เอกสารมันไม่ตายหรอกค่ะ แต่ถ้าคุณยังดึงดันนั่งตรงนี้ คนที่จะตายก่อนคือคุณนั่นแหละ!"
ไม่รอให้ประธานสาวจอมซึนได้เถียงอะไรต่อ พิมพ์พิชชาตัดสินใจก้าวเข้าไปประคองต้นแขนเรียวทันที ความร้อนที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าของเสื้อเชิ้ตทำเอาหญิงสาวต้องขมวดคิ้วมุ่น ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้... ปล่อยไว้มีหวังได้ช็อกคาห้องทำงานแน่ๆ
"ปล่อยนะ... ฉันเดินเองได้" คริษฐาปัดมือเรียวออกอย่างไม่ยอมแพ้ แม้แรงปัดนั้นจะเบาหวิวราวกับลูกแมวข่วนก็ตาม "ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะพิมพ์พิชชา"
"ค่ะ! ไม่ใช่เด็ก แต่เป็นคนแก่ดื้อรั้นที่กำลังจะน็อคคาสายตาฉันอยู่แล้ว" พิมพ์พิชชาสวนกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังใบหน้าที่แดงก่ำเพราะพิษไข้ "ถ้าไม่อยากให้ฉันอุ้มคุณพาดบ่าออกไปประจานพนักงานทั้งบริษัทล่ะก็... กรุณาให้ความร่วมมือแล้วเดินไปที่ห้องพักรับรองหลังห้องนี้ดีๆ ค่ะ"
คริษฐากัดริมฝีปากล่างที่แห้งแตกอย่างขัดใจ ดวงตาคู่สวยมองค้อนคนตัวเล็กกว่าที่กล้าออกคำสั่งกับเธอ แต่เพราะพิษไข้ที่เล่นงานจนสมองตื้อตัน บวกกับร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน สุดท้ายประธานสาวผู้เย่อหยิ่งก็จำต้องยอมจำนน พยักหน้าน้อยๆ อย่างจำใจ
"ก็ได้... แต่อย่ามาบ่นทีหลังก็แล้วกัน"
บรรยากาศภายในห้องพักรับรองส่วนตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ พิมพ์พิชชาค่อยๆ พยุงร่างสูงโปร่งของคริษฐาลงนอนราบิบนเตียงนอนนุ่มอย่างระมัดระวัง ประธานสาวหลับตาลงทันทีเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับฟูก ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาทางริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อย
"นอนนิ่งๆ เลยนะคะ ห้ามลุกขึ้นมาเด็ดขาด" พิมพ์พิชชาสั่งเสียงเฉียบ พลางหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กและกะละมังใบย่อมที่เตรียมไว้จากห้องน้ำออกมา
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งลงที่ขอบเตียง มือเรียวจุ่มลงในน้ำอุ่นพอเหมาะ บิดให้หมาดพอดีแล้วเริ่มบรรจงเช็ดไล่จากหน้าผากมนลงมายังพวงแก้มแดงก่ำ สัมผัสแผ่วเบาและความเย็นชื้นของผ้าขนหนูช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มบนใบหน้าของคนป่วยได้เป็นอย่างดี คริษฐาสส่งเสียงครางฮือในลำคออย่างสบายตัว เปลือกตาที่ปิดสนิทขยับไหวเล็กน้อย
"อืม..."
พิมพ์พิชชาชะงักมือไปชั่วขณะเมื่อเผลอไล่ปลายนิ้วผ่านริมฝีปากอิ่มที่แห้งผาก ใบหน้าของประธานสาวในยามไร้ซึ่งพิษสงและความเย่อหยิ่งช่าง... ดูน่าทะนุถนอมอย่างประหลาด แพขนตางอนหนาทาบลงบนผิวแก้มขาวเนียน จมูกโด่งรั้นรั้นเชิดขึ้นนิดๆ ตามนิสัยดื้อรั้น แม้กระทั่งยามหลับใหล
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้ต่อให้ป่วยจนปางตาย ก็ยังทำเอาหัวใจคนมองเต้นผิดจังหวะได้อยู่ดี
หญิงสาวสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว แล้วเริ่มปลดกระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตคริษฐาออกอย่างเบามือ เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้น แต่จังหวะที่นิ้วเรียวแตะโดนผิวเนื้อเนียนร้อนผ่าว เจ้าของร่างบนเตียงก็ลืมตาโพรงขึ้นมาทันที คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอไว้แน่น
"เธอ... จะทำอะไร" เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม ดวงตาสบเข้ากับดวงตาของพิมพ์พิชชานิ่งนาน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่เป่ารดกันและกัน
"เช็ดตัวค่ะคุณคริส... ตัวคุณร้อนจะเป็นไข้ป่าอยู่แล้ว ปลดกระดุมออกหน่อยจะได้ระบายความร้อน ไม่ได้จะปล้ำคุณหรอกค่ะ วางใจได้" พิมพ์พิชชาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามซ่อนอาการใจสั่นระรัวไว้ใต้ใบหน้าเรียบตึง
คริษฐาจ้องมองนัยน์ตาคู่สวยของเลขาฯ สาวอย่างค้นหา นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีรังสีความรำคาญ มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากเก่ง ประธานสาวแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างนึกขัน
"ห่วงฉันเหรอ..."
"หลงตัวเองค่ะ ฉันแค่กลัวว่าถ้าคุณตายคาออฟฟิศขึ้นมา ฉันจะไม่ได้เงินเดือนเดือนนี้ต่างหาก"
"ปากแข็ง..." คริษฐาพึมพำเบาๆ ก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากข้อมือของอีกฝ่ายแต่โดยดี "ถ้าฉันตายไปจริงๆ เธอคงเป็นคนแรกที่จุดพลุฉลองสินะ"
"ก็ไม่แน่หรอกค่ะ..." พิมพ์พิชชาพึมพำตอบเบาๆ ขณะที่ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดไล่ลงมาตามลำคอระหงและลาดไหล่เนียน สัมผัสที่ลูบไล้ไปตามเนื้อตัวทำให้คริษฐาสั่นสะท้านเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือเพราะสัมผัสของคนตรงหน้ากันแน่ที่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายมันพุ่งสูงขึ้นไปอีก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ กะละมังน้ำถูกเปลี่ยนไปถึงสองรอบ จนในที่สุดความร้อนบนตัวของคริษฐาก็เริ่มลดลง ลมหายใจสม่ำเสมอขึ้นบ่งบอกว่าพิษไข้เริ่มทุเลาลงแล้ว พิมพ์พิชชาถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอกวาดสายตามองคนป่วยที่ตอนนี้หลับสนิทไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มือเรียวเอื้อมไปดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมให้ถึงอก
หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นยืน เตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้องเพื่อให้คนป่วยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่ทว่า...
หมับ!
เรียวมือแข็งแรงคว้าเข้าที่ข้อเท้าของเธอไว้เสียก่อน พิมพ์พิชชาสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับมามอง
คริษฐายังคงหลับตาอยู่ แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับคลายยิ้มบางๆ ออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ทั้งๆ ที่เมื่อครู่ยังแทบจะไม่มีแรงลุกขึ้นยืนด้วยซ้ำ
"ใครบอกให้เธอไป... อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อน"
"คุณคริส! ไหนบอกว่าหลับแล้วไงคะ ปล่อยเลยนะ ฉันจะออกไปเคลียร์งานข้างนอก" พิมพ์พิชชาหน้าแดงก่ำ พยายามบิดข้อเท้าออกจากการเกาะกุม แต่แรงของคนป่วยกลับมหาศาลเสียจนน่าตกใจ
"ไม่ปล่อย..." คริษฐาลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของพิมพ์พิชชาเต้นรัวระเบิด "ถ้าเธอกล้าก้าวออกไปจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะหักเงินเดือนเธอสามเดือนรวด ข้อหาทิ้งคนป่วย"
"คุณมัน... เผด็จการที่สุด!" พิมพ์พิชชาโวยวายหน้ามุ่ย แต่ก็ต้องยอมทรุดตัวลงนั่งที่เดิมอย่างจำยอม
คริษฐายิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ มือเรียวยังคงไม่ยอมปล่อยจากข้อเท้าของเธอ ประธานสาวขยับตัวเข้าด้านในเตียงเล็กน้อยเพื่อเว้นที่ว่างข้างกาย แล้วตบเบาๆ ลงบนฟูกนุ่ม
"ขึ้นมานอนนี่... เตียงออกจะกว้าง จะนั่งหลังแข็งอยู่ทำไม"
"วะ... ว่ายังไงนะคะ!" พิมพ์พิชชาเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ หัวใจเต้นแรงโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกกับคำชวนที่ชวนให้คิดลึกสุดๆ
"บอกให้ขึ้นมานอน... หรืออยากให้ฉันลุกไปลากเธอขึ้นมาเอง หื้ม?" คริษฐาเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าแววตากลับแพรวพราวไปด้วยเล่ห์กลร้ายกาจที่พร้อมจะขยี้หัวใจคนฟังให้แหลکคามือ
พิมพ์พิชชาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลแทบไม่ทันเมื่อร่างสูงของประธานสาวจอมซึนขยับเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด พร้อมกับดึงรั้งข้อมือเธอให้ล้มตัวลงนอนเคียงข้างบนเตียงเดียวกันโดยไม่ทันตั้งตัว...
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"คืนนี้... เธอหนีฉันไม่พ้นหรอกนะ พิมพ์พิชชา"
— สการ์เล็ตโรส —
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 9
ไข้หวัดกับคนใจแข็ง
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!