"ถ้าคุณยังดื้อดึงจะก้าวขาออกไปจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณยอมแพ้... และเตรียมตัวรับบทลงโทษในฐานะผู้แพ้ได้เลย พิมพ์พิชชา"
เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าด้วยพิษไข้เจือความเอาแต่ใจดังขึ้นในความมืดสลัว มีเพียงแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาแต่งแต้มบรรยากาศภายในห้องนอนโทนโมเดิร์นให้ดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน พิมพ์พิชชาสะดุ้งสุดตัว มือเรียวที่กำลังเอื้อมแตะลูกบิดประตูชะงักกึก เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่กำลังนอนซมอยู่บนเตียงคิงไซส์
ให้ตายเถอะ! นี่เขาป่วยจนเพ้อหรือว่าสันดานดิบมันกำเริบกันแน่ ถึงได้ยังสรรหาคำพูดเผด็จการมาขู่เธอได้ในสภาพที่แทบจะทรงตัวไม่ไหวแบบนี้
"คุณคริสคะ กรุณามีสติหน่อยเถอะค่ะ ตัวคุณร้อนจัดขนาดนี้ ทำไมยังมาทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจอยู่ได้ ยาสานไข้อยู่ตรงหัวนอน กินเข้าไปแล้วก็นอนหลับซะ ฉันไม่ใช่พยาบาลส่วนตัวของคุณนะคะ และที่สำคัญ... เราไม่ได้เป็นอะไรกันที่จะต้องมาคอยปรนนิบัติพัดวีกันขนาดนี้!" พิมพ์พิชชาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างชัดเจน ถึงแม้ภายในใจจะแอบหวั่นไหวกับภาพตรงหน้าไม่น้อย
ร่างของคริษฐาในยามนี้ช่างน่ามองและน่าแกล้งให้เข็ดหลาบในคราวเดียวกัน เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่อีกฝ่ายสวมใส่หลุดลุ่ยเผยให้เห็นลาดไหล่เนียนและไหปลาร้าชัดเจน เส้นผมสีดำสนิทลู่ปรกกรอบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจัดด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองคนอื่นด้วยความเย่อหยิ่งและดุดัน ตอนนี้กลับฉายแววออดอ้อนอย่างที่พิมพ์พิชชาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"ไม่ได้เป็นอะไรกันงั้นเหรอ..." คริษฐาพึมพำเสียงเบาหวิว ดวงตาปรือปรอยจ้องมองร่างบางที่ยืนกอดอกอยู่ปลายเตียง ร่างกายที่รุมร้อนด้วยอุณหภูมิความไข้ทำให้สติสัมปชัญญะของประธานสาวจอมซึนเริ่มกระเจิง "ปากเก่งนักนะ... เวลาปกติทำเป็นเก่ง ทำเป็นผลักไสไล่ส่ง แต่พอฉันล้มลงจริงๆ ทำไมถึงไม่ยอมเดินออกไปล่ะ... หื้ม?"
ประโยคหลังลากเสียงยาวอย่างเย้ายวน พร้อมกับที่เรียวขาวยาวก้าวลงจากเตียงช้าๆ ทว่าเพราะพิษไข้ทำให้ร่างนั้นเซเล็กน้อย พิมพ์พิชชาผวาเข้าไปรับตามสัญชาตญาณทันที มือบางคว้าหมับเข้าที่เอวสอบเพื่อพยุงร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ ปะทะเข้ากับกล้ามเนื้อแน่นและไอร้อนที่แผ่ซ่านออกมาผ่านเนื้อผ้า จนคนตัวเล็กต้องสูดปากด้วยความตกใจ
"ว이! คุณคริส! นี่คุณจะบ้าหรือไง ล้มตัวลงไปนอนบนเตียงเดี๋ยวนี้เลยนะ!" พิมพ์พิชชาเอ็ดเสียงดุ พยายามดันร่างสูงให้กลับขึ้นไปบนนอน แต่คริษฐากลับใช้แรงที่เหลือทั้งหมดคว้าข้อมือเธอไว้ แล้วดึงรั้งจนร่างบางเซถลาล้มลงไปนอนทับบนร่างของเธอพอดิบพอดี
ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำเอาพิมพ์พิชชาขนลุกซู่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เธอนอนค้างเติ่งอยู่บนอกอ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดรอบเอวเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย
"ปล่อยนะคะ คุณคริส... เล่นอะไรเนี่ย!"
"ไม่ได้เล่น..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมหู ลมหายใจที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และกลิ่นมิントประจำตัวทำให้พิมพ์พิชชาแทบคลั่ง คริษฐาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ สูดดมความหอมหวานเข้าปอดลึกราวกับคนอดอยากมานาน "พิมพ์... อย่าใจร้ายกับฉันนักเลย"
น้ำเสียงนั้น... น้ำเสียงที่ราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความถือดีหายไปไหนหมด เหลือเพียงความเว้าวอนและเปราะบางที่พิมพ์พิชชาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากผู้หญิงที่ชื่อคริษฐา
ดวงตาของพิมพ์พิชชาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเคืองและท่าทีตั้งแง่ก่อนหน้านี้มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความสับสนระคนตกใจ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ปล่อยให้ร่างสูงกอดกุมเธอไว้แนบแน่นใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา
"คุณ... พูดอะไรของคุณน่ะ เมาไข้หรือไง" พิมพ์พิชชาเค้นเสียงถามออกไป แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
คริษฐาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าหวานอยู่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน มีประกายบางอย่างไหวระริกอยู่ในดวงตาคู่สวยของประธานสาวสายซึน ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันครู่หนึ่งก่อนจะขยับเอื้อนเอยถ้อยคำที่ทำให้โลกทั้งใบของพิมพ์พิชชาราวกับหยุดหมุน
"ฉันไม่ได้เมา... แล้วก็ไม่ได้เพ้อ" คริษฐาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ น้ำเสียงจริงจังจนน่ากลัว "ตั้งแต่แรก... ที่เธอเข้ามาในชีวิตฉัน ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่คิดถึง... ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่หึงเวลาเธอไปยืนยิ้มให้ไอ้หน้าอ่อนพวกนั้น"
ตึ้บ! ตึ้บ! ตึ้บ!
เสียงหัวใจของพิมพ์พิชชากระหน่ำรัวยิ่งกว่าเสียงกลอง สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนปากแข็งระดับพระกาฬ มันทรงพลังและทำลายล้างกำแพงความเย่อหยิ่งของเธอจนพังทลายไม่เป็นท่า
นี่เธอ... หูฝาดไปใช่ไหม? หรือยัยคริสแค่พูดเพ้อเจ้อเพราะพิษไข้เล่นงานกันแน่?
แต่แววตาจริงจังและหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าของอีกฝ่าย มันฟ้องชัดเจนว่านี่คือความจริง... ความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่แสนจะเย่อหยิ่งและปากร้ายของคริษฐา
พิมพ์พิชชากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางตอบโต้หรือปฏิเสธคำสารภาพกะทันหันนี้ แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เปล่งเสียงคำว่า 'บ้าไปแล้ว' หรือ 'คุณกำลังละเมอ' ออกไป
กริ๊ก! เสียงปลดล็อกประตูห้องนอนด้านนอกดังขึ้นแผ่วเบา... ตามด้วยแสงไฟสว่างวาบที่ลอดผ่านใต้ช่องประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องชุดส่วนตัวของคริษฐาอย่างถือวิสาสะ!
"คริส! ลูกอยู่ไหน แม่เอาซุปมาให้... เอ๊ะ!"
เสียงทุ้มทรงอำนาจของมารดาคริษฐาดังขึ้นก้องห้องนอน และวินาทีนั้นเอง... โลกทั้งใบก็เหมือนจะถล่มทลายลงมาตรงหน้า เมื่อประตูกถูกผลักเปิดออกกว้างเต็มที่!
— สการ์เล็ตโรส —
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินและอินไปกับเล่ห์ร้ายของยัยตัวแสบด้วยกันนะคะ!
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 10
ความลับใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!