"คุณแม่คะ..."
เสียงหวานที่ปกติมักจะแฝงความพยศและคมกริบราวกับใบมีด กลับหล่นหายไปในลำคอราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบไว้แน่น เมื่อบานประตูไม้สักทองถูกผลักเปิดออกกว้างเต็มวงกบ เผยให้เห็นร่างสง่างามของท่านผู้หญิงมณีรัตน์ที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่ตรงนั้น สายตาคมกวาดมองสภาพการณ์บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ด้วยความตกตะลึงแกแกมระ2อา คริษฐาที่เพิ่งผละตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเย็นชาในยามปกติบัดนี้กลับตึงเครียดขึ้นมาจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ
พิมพ์พิชชาอยากจะมุดแผ่นดินหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอด สภาพของเธอในตอนนี้... เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของคริษฐาที่กระดุมหลุดลุ่ยไปครึ่งแผง กับท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา มันฟ้องชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพถ่ายพรีเวดดิ้ง ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างในห้องนี้!
"นี่มันหมายความว่ายังไง... ยัยคริส!"
น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน สายตาดุดันเหลือบไปมองบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนสลับกับร่างบางบนเตียงที่พยายามดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมไหล่ด้วยความลนลาน
"ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่ พิมพ์แค่... ตกใจตื่นแล้วทำกาแฟหกใส่เสื้อตัวเอง เฉยๆ ค่ะ" คริษฐาชิงตอบเสียงเรียบ แม้ใบหน้าจะพยายามรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ แต่แววตาไหววูบชั่วขณะนั้นไม่สามารถรอดพ้นสายตาคมของมารดาไปได้
"หกท่าไหนถึงได้มาอยู่บนเตียงนอนของลูกฉันได้ แถมสภาพพวกเธอสองคน..." ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ปรายตามองสภาพยับเยินของทั้งคู่ด้วยความไม่เชื่อถือ "ฉันแก่แล้วนะคริส ไม่ได้ตาบอด!"
พิมพ์พิชชากัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ ความรู้สึกร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่พวงแก้มอย่างช่วยไม่ได้ เธอไม่ใช่คนยอมคน และไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใครหน้าไหน แต่สถานการณ์บ้าๆ บอๆ นี้มันกลับทำให้เธอพูดไม่ออกเอาเสียเลย ยิ่งหันไปสบตากับคริษฐาที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นรัวระรัวอย่างไม่มีเหตุผล
"คุณแม่คะ กลับไปคุยกันข้างล่างเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูตามลงไป" คริษฐาตัดบท เสียงทุ้มต่ำกดต่ำลงเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณเตือนว่าหล่อนไม่อยากให้มารดาซักไซ้ไล่เลียงไปมากกว่านี้
ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอา ปราบตามองพิมพ์พิชชาอีกครั้งด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกลับออกไป พร้อมกับปิดประตูเสียงดังปัง! เพื่อไว้หน้าให้บุตรสาว
ความเงียบงันกลับมาโรยตัวปกคลุมทั่วทั้งห้องนอนอีกครั้ง บรรยากาศอึมครึมและชวนอึดอัดยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
พิมพ์พิชชาค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง พยายามรักษาระยะห่างจากร่างสูงที่ยืนขวางทางเดินอยู่ เธอไม่อยากสบตา ไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้นในตอนนี้ สมองมันตื้อตันไปหมด ภาพเหตุการณ์เมื่อคืน—สัมผัสอุ่นร้อน แววตาคมกริบที่มองมา และลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ข้างแก้มนั่น... วนเวียนกลับเข้ามาในหัวจนน่าหงุดหงิด
"จะไปไหนล่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รั้งข้อแขนเรียวไว้เบาๆ ด้วยปลายนิ้วอุ่นจัด
"ปล่อยค่ะ" พิมพ์พิชชาสะบัดแขนออกทันทีราวกับโดนของร้อน ดวงตากลมโตตวัดมองคริษฐาด้วยความขุ่นเคือง "อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ คุณคริส... เรื่องเมื่อคืนนี้ ถือว่าเราต่างคนต่างฝันไปก็แล้วกัน!"
"ฝันงั้นเหรอ?" คริษฐาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่อ่านยาก "ฝันบ้าอะไรที่ทำให้เธอตัวสั่นแล้วเรียกชื่อฉันทั้งคืนล่ะ พิมพ์พิชชา"
"คุณ...!" พิมพ์พิชชาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เถียงไม่ออกเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายพูดความจริงบางส่วน "คนฉวยโอกาส! ไหนคุณบอกว่าเราจะเป็นแค่คู่ค้าทางธุรกิจไงคะ แล้วทำไมคุณถึง..."
"ก็เพราะเธอมันน่ารำคาญ..." คริษฐาขยับเข้าไปใกล้ทีละก้าว ขายาวๆ ก้าวเข้ามาบีบพื้นที่จนพิมพ์พิชชาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "ปากดีเก่งนัก แต่พอโดนเข้าหน่อยก็ทำเป็นเก่งไม่ออก"
"ถอยไปนะ!" พิมพ์พิชชายกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ แต่คริษตากลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างรวบไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มจนคนตัวเล็กต้องเบือนหน้าหนี
ระยะห่างที่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ทำให้หัวใจของทั้งสองคนเต้นผิดจังหวะ พิมพ์พิชชาเม้มริมฝีปากแน่น สายตาคู่สวยหลบวูบลงต่ำ ไม่กล้าสบกับนัยน์ตาสีนิลที่พราวระยับด้วยความท้าทายและ... ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะยอมรับ
คริษฐามองริมฝีปากอิบอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ความนิ่งเงียบของคนตรงข้ามทำให้บรรยากาศยิ่งทวีความเร่าร้อนและชวนใจเต้นแรง ปลายนิ้วเรียวที่ไม่ได้พันธนาการข้อมือเล็ก ค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาพิมพ์พิชชาสะท้านเฮือก ขนลุกชันไปทั่วร่าง
"ถ้าคิดว่ามันเป็นแค่ความฝัน..." เสียงกระซิบพร่าทุ้มดังอยู่ชิดริมใบหู จนคนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว "ทำไมตอนนี้... ตัวเธอถึงได้สั่นขนาดนี้ล่ะ หื้ม?"
พิมพ์พิชชาเงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่ตั้งใจ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... โลกทั้งใบก็เหมือนจะหยุดหมุน เมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกันเนิ่นนาน ทิ้งปมความรู้สึกที่ค้างคาและสับสนไว้กลางอากาศ โดยไม่มีใครยอมละสายตากหนีไปไหนเลย
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สการ์เล็ตโรส" เสมอนะคะ
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 11
เส้นแบ่งที่เริ่มบางลง
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!