เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 12

ปาร์ตี้ออฟฟิศพิศวง

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
"ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของท่านประธาน ก็ช่วยถอยออกไปให้ห่างจากรัศมีสามเมตรเดี๋ยวนี้ค่ะ พิมพ์พิชชา" เสียงกระซิบแหบพร่าทว่าเฉียบคมดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวที่เอื้อมมาแตะกลีบปากของฉันเบาๆ เพื่อปิดกั้นคำพูดใดๆ ที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยออกไป ในระยะประชิดขนาดนี้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมผสานกับความเย้ายวนเฉพาะตัวของคริษฐายิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของฉันกระเจิดกระเจิง หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันเข้าจริงๆ เราค้างอยู่ในท่าทางล่อแหลมนั้นเนิ่นนาน ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลา สายตาสีเข้มของคนตรงหน้าไม่ได้ซ่อนความรู้สึกเอาไว้เลย มันทั้งดื้อรั้น ดึงดูด และ... เรียกร้องอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งเสียงกระแอมกระไอจากปลายสายทางเดินทำลายมนต์สะกดนั้นลง "อุ๊ย ดูเหมือนเราจะมาขัดจังหวะสำคัญอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?" เสียงแซوของ 'มินตรา' หัวหน้าแผนกการตลาดดังขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนที่เดินตามกันมาติดๆ ในชุดราตรีสั้นสำหรับงานเลี้ยงปีประจำปีของบริษัท คริษฐาชักสีหน้ากลับสู่โหมดประธานสาวผู้เยือกเย็นในเสี้ยววินาที ร่างสูงโปรดปรานผละตัวออกห่างจากฉันอย่างเนิบนาบ แต่สายตายังคงวัดรอยยิ้มของบรรดาพนักงานด้วยความเรียบนิ่งที่แฝงไอเย็นเยียบ "ถ้าว่างมากจนมีเวลามายุ่งเรื่องของคนอื่น ฉันว่าเอาเวลาไปเช็คยอดขายไตรมาสหน้าดีกว่านะคะ ทุกคน" คริษฐายิ้มเย็นจนคนฟังต้องรีบหุบยิ้มแทบไม่ทัน "โถ ท่านประธานคะ ก็พวกเราเห็นคุณคริสกับคุณพิมพ์ยืนสบตากันหวานซึ้งซะขนาดนั้น ใครจะไม่แซวไคล่ะคะ ยิ่งงานเลี้ยงคืนนี้ธีม 'Secret Desire' ด้วยแล้ว... เคมีมันพาไปใช่ไหมล่ะคะคุณพิมพ์?" มินตราหันมาขยิบตาใส่ฉันอย่างล้อเลียน ทำเอาฉันต้องรีบกลืนก้อนความร้อนผ่าวลงคอแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา "ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่มินตรา พิมพ์แค่เกือบจะสะดุดล้ม ท่านประธานแค่... ช่วยพยุงไว้ตามมารยาทเท่านั้นเองค่ะ" ฉันตอบเสียงฉาดฉาน แม้ในใจจะอยากเอาปี๊บคลุมหัวชะมัดที่ดันมาโป๊ะเช๊ะต่อหน้าตัวแมวของบริษัทแบบนี้ "มารยาทเหรอคะ?" คริษฐาทวนคำเสียงสูง ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ในความปากเก่งของฉัน "งั้นมารยาทของฉันคงต้องแสดงให้เห็นชัดเจนกว่านี้สินะคะ ถึงได้กล้าปฏิเสธหน้าตาเฉยแบบนี้" งานเลี้ยงในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมใจกลางเมืองถูกเนรมิตขึ้นอย่างอลังการ แสงไฟสลัวสีอำพันขับเน้นให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเย้ายวนและเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ แต่สำหรับฉันแล้ว บรรยากาศรอบตัวกลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาผิง เมื่อโดนสายตาของบรรดาเพื่อนร่วมงานคอยเหลือบมองและกระซิบกระซาบกันเป็นระยะ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับสถานะ 'แขกพิเศษ' ที่คริษฐาเป็นคนเอ่ยปากบังคับแกมขู่ให้มาด้วยกัน "ดื่มอะไรดีคะคุณพิมพ์ หน้าตาดูเครียดๆ เหมือนคนกำลังจะไปลานประหารเลยนะ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหู พร้อมกับแก้วทรงสูงบรรจุของเหลวสีอำพันที่ยื่นมาตรงหน้า ฉันหันไปมองคริษฐาที่สลัดลุคทางการด้วยชุดสูทสีดำเข้ารูปที่ลึกช่วงคอเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียด ช่างเป็นความเซ็กซี่ที่อันตรายต่อหัวใจคนมองเสียจริง "พิมพ์ไม่ได้เครียดค่ะ แค่กำลังคิดว่า... ท่านประธานควรจะปล่อยให้พิมพ์กลับไปนอนตั้งนานแล้ว มากกว่าจะมานั่งฟังคนในออฟฟิศแซวแซะจนหูชาแบบนี้" ฉันจิบเครื่องดื่มในแก้วแก้เก้อ พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "กลัวเหรอคะ?" คริษฐาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเส้นผมสีเข้มเคลียอยู่ข้างแก้ม กลิ่นกายหอมกรุ่นยิ่งทำให้สมาธิของฉันหลุดลอย "เวลาคนอื่นมองเราด้วยกัน ทำไมล่ะคะ... หรือว่ากลัวคนอื่นจะรู้ว่าเราไม่ได้เป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องธรรมดา" "ท่านประธาน! พูดอะไรเนี่ย..." ฉันสำลักน้ำในแก้วจนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปาก หน้าตาคงแดงแจ๋ด้วยความเขินอายและโกรธระคนกัน "ก็พูดความจริง" คริษฐายักไหล่อย่างไม่ยี่หาระหว่างหมุนแก้วในมือเล่น "อีกอย่าง... ฉันไม่ชอบให้ใครมามองคุณด้วยสายตาแบบนั้นด้วย" "สายตาแบบไหนคะ?" "สายตาแบบที่อยากจะเข้ามาทำความรู้จักคุณเกินพิกัดไงคะ" คริษฐาหรี่ตามองไปยังกลุ่มชายหนุ่มจากฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยืนมองมาทางเราเป็นระยะ "โดยเฉพาะไอ้รองประธานแผนกไอทีคนนั้น... ยืนมองคุณมาสามรอบแล้วนะพิมพ์พิชชา" ฉันหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ "หึงเหรอคะคุณคริษฐา? ในฐานะอะไรไม่ทราบคะ เจ้านาย หรือง... อุ๊บ!" คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อมือเรียวคว้าต้นคอฉันเข้าไปประชิดอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่ไฟในฮอลล์หรี่ลงเหลือเพียงแสงเทียนบนโต๊ะ คริษฐาโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับขอบใบหูของฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนผิวเนื้อทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ในฐานะคนที่จองคุณไว้แล้ว... ไม่ได้หรือไงคะ" คำพูดนั้นทำเอาฉันสมองตื้อตันไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวรากับกลองเพลจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เคมีที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามจะผลักแต่ก็ดันดึงดูดกันอย่างรุนแรง ทำให้ฉันแทบจะละลายหายไปกับอ้อมแขนของเธออยู่รอมร่อ แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะไต่ระดับความฟินจนปรอทแตก เสียงประกาศจากพิธีกรบนเวทีก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ "และในช่วงเวลาไฮไลต์ของค่ำคืนนี้ ขอเรียนเชิญท่านประธานคนสวยของเรา ขึ้นมากล่าวเปิดฟลอร์เต้นรำคู่กับ... เอ๊ะ! ใครดีน้าที่เป็นผู้โชคดีค่ำคืนนี้?" เสียงกรี๊ดกร๊าดและเสียงปรบมือดังสนั่นฮอลล์ ฉันรีบผลักตัวคริษฐาให้ออกห่างด้วยความตกใจ ขณะที่คริษฐาสบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจที่โดนขัดจังหวะความหวาน "รอดตัวไปนะคะคุณพิมพ์" คริษฐายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเลื้อ "พิมพ์ไม่เคยคิดจะหนีไปไหนหรอกค่ะ..." ฉันกระซิบตอบเสียงเบา ท้าทายสายตาคู่สวยกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ "แต่อย่าหวังว่าจะได้เต้นรำกับพิมพ์ง่ายๆ นะคะ ท่านประธาน" คริษฐาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ดวงตาระยิบระยับเต็มไปด้วยความท้าทายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อสาวปากเก่งคนนี้ให้จมเขี้ยว แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายจากด้านหลังก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคริษฐาแข็งค้างไปในทันที "สวัสดีครับคุณคริส... ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่งานนี้ด้วยนะ แล้วก็..." น้ำเสียงนุ่มทุ้มคุ้นหูเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดปรานของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเรา "อ้าว... พิมพ์?" ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อหันไปสบตากับผู้มาใหม่ หัวใจที่เคยเต้นรัวเพราะความเขินอายเมื่อครู่ กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มในพริบตาเดียว ...เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน? ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางความฟินไปพร้อมกับสการ์เล็ตโรสนะคะ
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%