"ถ้าคุณกร بهชอบดื่มกาแฟรสชาตินี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้พิมพ์ซื้อมาฝากอีกนะคะ พอดีแถวคอนโดพิมพ์มีร้านโปรดอยู่ร้านหนึ่ง อร่อยมากเลยค่ะ"
น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยเจือรอยยิ้มสด ภายนอกช่างดูเป็นกันเองและจริงใจ แต่สำหรับคนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูกระจกใสของห้องประชุมใหญ่อย่าง 'คริษฐา' แล้ว ประโยคนี้มันกรีดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจยิ่งกว่าโดนเอามีดกรีดเสียอีก!
ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะเฉิดฉายความมั่นใจและดื้อรั้นยามต่อปากต่อคำกับเธอ บัดนี้กลับทอดมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาดี ดีกรีสถาปนิกหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมโปรเจกต์ใหม่ด้วยแววตาพราวระยับ แถมยังส่งยิ้มพิมพ์ใจชนิดที่เรียกว่าละมุนละไมซะจนคนมองอยากจะเดินเข้าไปคว้าคอเสื้อแล้วดึงตัวออกห่างจากตรงนั้นรัศมีสามเมตร
ให้ตายเถอะ... พิมพ์พิชชา! นี่หล่อนกล้าดียังไงถึงไปยิ้มเรี่ยราดใส่ผู้ชายคนอื่นแบบนั้น ทั้งๆที่สถานะของหล่อนในตอนนี้... หึ!
"รบกวนคุณพิมพ์แย่เลยครับ แต่ท่าทางจะอร่อยจริงเพราะคุณพิมพ์พูดถึงมันมาตั้งแต่เช้าแล้ว" กรณ์ หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง "ถ้าได้ดื่มกาแฟอร่อยๆ ฝีมือคนซื้อ น่าจะทำให้งานวันนี้ราบรื่นขึ้นเยอะเลยครับ"
"ราบรื่นเหรอคะ?"
น้ำเสียงเยียบเย็นที่ดังแทรกขึ้นกลางวงสนทนาทำเอาบรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น กรณ์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปตามต้นเสียง ส่วนพิมพ์พิชชาถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มหุบฉับทันทีเมื่อหันไปสบเข้ากับดวงตาดุจดั่งพญายมของท่านประธานสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดหินและไร้ความปรานี
คริษฐาก้าวเท้าเข้ามาในห้องประชุมด้วยจังหวะก้าวที่หนักแน่นและสง่างาม ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นทรวดทรงให้ดูทรงพลังและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสถาปนิกหนุ่มรุ่นน้องหัวจรดเท้าด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนแทบจะสัมผัสได้
"ท่านประธาน..." กรณ์ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเกรงใจ
"งานในเวลางาน ไม่ใช่เวลามานั่งสัพยอกกันเล่นนะคะ คุณกรณ์" คริสติน่าเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังเสียวสันหลังวาบ "โปรเจกต์นี้บริษัทเราทุ่มงบไม่อั้น ดิฉันไม่ได้จ้างพวกคุณมาเป็น 'นักชิมกาแฟ' หรือมา 'สร้างปฏิสัมพันธ์ส่วนตัว' กันในเวลานานซะหน่อย จริงไหมคะ... คุณพิมพ์พิชชา"
ประโยคสุดท้าย ประธานสาวจงใจหันไปสบตาเต็มๆ กับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่ม นัยน์ตาคู่คมวาววับด้วยเพลิงริษยาที่ถูกจุดขึ้นเงียบๆ แต่ร้อนแรงเสียจนพิมพ์พิชชาต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
ให้ตายสิ ยัยป้าจอมเผด็จการนี่... หึงก็บอกว่าหึงสวะ! ทำมาเป็นอ้างเรื่องงานกลบเกลื่อนอยู่ได้
"พิมพ์กับคุณกรณ์คุยกันเรื่องงานนอกรอบค่ะท่านประธาน อีกอย่าง... การสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ก็ช่วยกระตุ้นไอเดียใหม่ๆ ได้นะคะ" พิมพ์พิชชาเชิดหน้าขึ้นสู้ทันที ไม่มีทางที่หล่อนจะยอมก้มหัวให้ท่าทีเผด็จการไร้เหตุผลนี่เด็ดขาด ปากเรียวสีพีชเอ่ยตอบโต้ด้วยน้ำเสียงฉะฉานไม่มียอมแพ้ "หรือท่านประธานคิดว่า... การที่ลูกน้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มันผิดกฎบริษัทข้อไหนเหรอคะ?"
โอโห... กล้ามาก!
คริษฐากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความขัดเคืองระคนหมั่นไส้ ยัยตัวแสบนี่นับวันยิ่งพยศหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ กล้าต่อปากต่อคำเธอต่อหน้าคนอื่นแถมยังส่งยิ้มหวานหยดให้ผู้ชายคนอื่นก่อนหน้านี้อีก นึกแล้วมันน่าจับมาตี้นัก!
กรณ์ที่ยืนอยู่ตรงกลางเริ่มรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นแปลบปะทะกันระหว่างผู้หญิงสองคน เขาหัวเราะแห้งๆ ออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบหาทางถอยฉาก "เอ่อ... ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปตรวจแบบแปลนตึก A ก่อนนะครับ พอดีมีจุดที่ต้องแก้ไขนิดหน่อย เชิญท่านประธานกับคุณพิมพ์ตามสบายเลยครับ"
พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็รีบสาวเท้าเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็วราวกับรู้ชะตากรรมว่า หากยังยืนอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ เขาอาจจะโดนรังสีอำมหิตของท่านประธานเผาจนไหม้เกรียมเป็นจุลไปเสียก่อน
บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่กลับมาเงียบงัดอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยความอึดอัดและแรงปะทะทางอารมณ์ที่พุ่งสูงลิ่ว
พิมพ์พิชชาถอนหายใจออกมาเบาๆ หล่อนหันไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปบ้าง ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับคนอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนตามอารมณ์ไม่ทัน แต่ก้าวเท้าได้แค่ก้าวเดียว...
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าหมับเข้าอย่างแรง แรงดึงนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและไม่อนุญาตให้ขัดขืน ร่างของพิมพ์พิชชาถูกกระชากกลับหลังอย่างรวดเร็วก่อนที่แผ่นหลังบางจะชนเข้ากับอกอุ่นของใครบางคนที่มีกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคย—กลิ่นกุหลาบป่าผสมวานิลลาที่มักจะทำให้หัวใจหล่อนเต้นผิดจังหวะอยู่เสมอ
"ปล่อยนะคะท่านประธาน! เล่นอะไรเนี่ย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า..." พิมพ์พิชชาเอ็ดเบาๆ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดึง มือเรียวใหญ่ของอีกฝ่ายก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นจนแทบจะฝังรอยนิ้วมือลงบนผิวเนื้อ
คริษฐาไม่พูดเปล่า ร่างระหงขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของพิมพ์พิชชาแนบชิดกับอกอุ่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเจือความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด
"กลัวคนอื่นเห็น... แต่เมื่อกี้กลับยืนยิ้มหวานฉ่ำให้ไอ้เด็กนั่นจนตาหยี... หื้ม?" ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดติ่งหูจนพิมพ์พิชชาต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้และวาบหวามในเวลาเดียวกัน "สนิทกันเร็วจังนะ ถึงขั้นจะซื้อกาแฟให้กินทุกวัน... อยากได้ยินเสียงฉันพูดประโยคนี้บ้างไหมล่ะ พิมพ์พิชชา?"
"นี่คุณคริส! บ้าหรือเปล่าคะ ใครจะไปซื้อให้คุณ... คุณไม่ใช่เด็กๆ สักหน่อย กาแฟดำขมๆ รสชาติแย่แบบนั้น ฉันไม่ซื้อมาปรนเปรอให้เสียเงินเล่นหรอกค่ะ!" พิมพ์พิชชาหันขวับกลับมาเถียงหน้าดำหน้าแดง ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนค้อนควักใส่ใบหน้าสวยคมที่โน้มเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
ใกล้... ใกล้จนเกินไปแล้ว
คริษฐายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองใจสั่นระทึก ดวงตาสีเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอายปนความโกรธ มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มใสของอีกฝ่ายอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับสร้างความสั่นสะทหวาดไหวให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล
"ปากเก่งนักนะ... แต่หน้าแดงแจ๋เลยนี่ หึงฉันเหรอที่พูดถึงเด็กนั่น หรือว่า... หึงที่ฉันไม่ได้สนใจเธอคนเดียว?"
"หลงตัวเองที่สุด! ใครจะไปหึงคุณกันคะ ประธานโรคจิต!" พิมพ์พิชชาเถียงเสียงแข็ง พยายามจะเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่ทรงพลังเกินกว่าจะสบตานานๆ แต่มือเรียวแกร่งของคริสติน่ากลับล็อกคางมนเอาไว้บังคับให้หันกลับมามองตรงๆ
"ปากแข็งจังนะพิมพ์..." คริษฐาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังแทบละลาย "งั้นพิสูจน์ให้ฉันดูหน่อยสิ... ว่าปากเก่งๆ ของเธอบอกว่าไม่แคร์เนี่ย มันจริงสักแค่ไหน"
ยังไม่ทันที่พิมพ์พิชชาจะได้เอ่ยคำด่าทอใดๆ ออกมา เรียวปากอิ่มก็ถูกปิดสนิทด้วยริมฝีปากนุ่มหยุ่นที่ทาบทับลงมาอย่างอุกอาจแต่แฝงไว้ด้วยความโหยหา!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสร้อนผ่าวรุกรานเข้ามาอย่างรวดเร็วและเอาแต่ใจ คริษฐากดจูบย้ำเน้นยึดครองความหวานล้ำจากเรียวปากที่เคยต่อปากต่อคำกับเธอมานักต่อนัก มือเรียวที่เคยล็อกข้อมือเปลี่ยนมาโอบกระชับเอวบางให้เข้ามาแนบชิดติดตัวจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
พิมพ์พิชชาพยายามจะทุบไหล่ประท้วงแต่แรงที่มีกลับละลายหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่อีกฝ่ายจงใจมอมเมา ปลายลิ้นร้อนที่เกี่ยวพันอย่างชำนาญดึงสติสัมปชัญญะของหล่อนให้หลุดลอยไปไกลลิบ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธขึงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
และในวินาทีที่พิมพ์พิชชาเผลอใจอ่อนยอมเผยริมฝีปากตอบรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างไม่รู้ตัว...
แกร๊ก... เสียงเปิดประตูห้องประชุมจากด้านนอกดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของพนักงานหลายคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ!
หัวใจของพิมพ์พิชชาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม หล่อนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด พยายามออกแรงผลักร่างสูงสมส่วนของคริสติน่าให้ออกห่างอย่างสุดกำลัง
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ส่งกำลังใจให้พิมพ์และยัยท่านประธานสุดซึนคนนี้เสมอนะคะ! — สการ์เล็ตโรส
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 24
คนขี้หวงขั้นสุด
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!