เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 23

เช้าวันใหม่ที่สดใสกว่าเดิม

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
“คุณแม่... เข้ามาได้ยังไงคะเนี่ย” คริษฐาแทบจะกลืนคำพูดส่วนที่เหลือลงคอไปพร้อมกับลมหายใจที่สะดุดกึก ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมอาบน้ำเนื้อนุ่มยืนแข็งทื่ออยู่หน้าบานประตูห้องนอน ประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมต่อไปยังโซนแต่งตัวถูกเปิดอ้าค้างไว้ เผยให้เห็นแขกผู้มาเยือนที่ไม่คาดฝัน—คุณหญิงรัตนาภรณ์ มารดาผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลอัครวรกุล กำลังกวาดสายตาคมกริบสำรวจห้องนอนส่วนตัวของลูกสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ไม่ใช่แค่การมาเยือนกะทันหัน แต่สายตาคู่นั้น... กำลังเคลื่อนผ่านความว่างเปล่า ไปหยุดนิ่งอยู่ที่... เตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ยังมีร่องรอยยับย่นจากการใช้งาน และร่างระหงของพิมพ์พิชชาที่เพิ่งขยับตัวลุกขึ้นนั่ง งัวเงียด้วยความตกใจจากเสียงเปิดประตู พร้อมกับเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈ตัวโคร่งของคริษฐาที่สวมอยู่บนร่างบาง ร่นขึ้นมาจนเห็นเรียวขาเนียนสวยชัดเจน “แม่มีคีย์การ์ดคอนโดนี้ค่ะ คริส ลืมไปแล้วหรือยังไง” คุณหญิงรัตนาภรณ์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังพอจะทำให้ประธานสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น “แล้วนี่... แปลกใจอะไรนักหนาคะ ลูกสาวแม่ หรือว่า... ห้องนี้ไม่ได้มีไว้ต้อนรับแค่คนเดียว” “คุณแม่มีธุระอะไรด่วนเหรอคะ ถึงต้องมาเช้าขนาดนี้” คริษฐาปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งอย่างรวดเร็ว แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความร้อนรน นางพญาตัวแม่ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องโดยไม่รอคำเชิญ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูลอยปะทะจมูก พร้อมกับสายตาที่กวาดมองไปทั่วห้องราวกับเรดาร์ตรวจจับความผิดปกติ พิมพ์พิชชาที่เพิ่งตั้งสติได้ รีบดึงชายเสื้อเชิ้ตลงมาคลุมเข่าอย่างลิบลับ ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคอะเขินปนหงุดหงิด เธอส่งสายตาคาดโทษมาให้คริษฐา ราวกับจะบอกว่า *‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!’* แต่ปฏิกิริยาของคริษฐากลับทำให้พิมพ์ต้องประหลาดใจ... แทนที่ประธานสาวปากร้ายจะลิ่วลั่นตื่นตระหนกเหมือนทุกที คริษฐากลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินตรงดิ่งมาที่เตียงนอน วางมือลงบนลาดไหล่บางของพิมพ์พิชชาอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นไม่ได้เป็นการคุกคาม แต่เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างแนบเนียน และทริมการปกป้องที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของพิมพ์กระตุกวูบ “พิมพ์ เป็นยังไงบ้างคะ หิวน้ำไหม หรือปวดหัวหรือเปล่า” น้ำเสียงที่คริษฐาใช้พูดกับเธอนั้น... อ่อนโยนจนน่าตกใจ ความซึนเดระที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาระยิบระยับที่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ พิมพ์พิชชาอ้าปากค้างเล็กน้อย เผลอกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลไม่ทันกับโหมด ‘ตามใจและคลั่งรัก’ ที่ถูกเปิดใช้งานอย่างไร้รอยต่อนี้ “เอ่อ... คริส ฉัน—” “ไม่ต้องพูดค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” คริษฐาตัดบทด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับมารดาที่ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยสายตาพิจารณา “คริสคะ” คุณหญิงรัตนาภรณ์ปรายตามองหญิงสาวแปลกหน้าบนเตียง “นี่หนูพิมพ์... คู่กัดทางธุรกิจของลูกไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้ล่ะ หรือว่าข่าวลือที่บริษัทช่วงนี้... จะไม่ใช่เรื่องล้อเล่น” “คุณแม่ก็เห็นอยู่แล้วนี่คะ จะถามให้ได้คำตอบแบบไหนล่ะ” คริษฐาตอบเสียงเรียบ ไม่ยอมหลบสายตาคมของมารดา ร่างสูงขยับเข้าไปยืนขวางบังร่างของพิมพ์พิชชาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ป้องกันไม่ให้สายตาจับผิดของมารดาล่วงล้ำไปมากกว่านั้น “พิมพ์ไม่ใช่คนอื่นคนไกลค่ะ และถ้าคุณแม่จะมาเพื่อจับผิด... คริสคงต้องขอตัว เพราะพิมพ์ยังไม่สบาย และคริสต้องดูแลเธอ” *‘เดี๋ยวนะ... เมื่อกี้ัยัยตัวแสบพูดว่าอะไรนะ?’* พิมพ์พิชชาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังเธออยู่ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความตกใจ กลับเปลี่ยนเป็นจังหวะเต้นระทึกเพราะความไหวหวั่น นี่สินะ... ที่เรียกว่าความสัมพันธ์ที่ขยับสถานะโดยไม่ต้องมีคำพูด! คริษฐาไม่ได้ปฏิเสธสถานะระหว่างพวกเธอเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังแสดงออกอย่างชัดเจนชนิดที่เรียกว่าประกาศกรวดต่อหน้ามารดาบังเกิดเกล้า คุณหญิงรัตนาภรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ท่าทีประหลาดใจระคนทึ่งฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของท่าน ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มบางๆ อย่างนึกสนุก “โอho... กล้าต่อปากต่อคำกับแม่เพื่อปกป้องผู้หญิงคนนี้เลยเหรอคะ คริษฐา ลูกสาวแม่โตเป็นผู้ใหญ่จริงๆ แล้วสินะ” ท่านทอดถอนหายใจเบาๆ “แม่ไม่ได้จะมาจับผิดอะไรหรอกค่ะ แค่แวะเอาเอกสารสำคัญมาให้เซ็น แล้วกะว่าจะมาชวนไปทานมื้อเช้าด้วยกัน... แต่ดูท่าทางแล้ว ลูกสาวแม่คงมีแผนจะดูแล ‘แขกคนสำคัญ’ คนนี้เป็นพิเศษเสียมากกว่า” “ค่ะ คริสมีธุระต้องดูแลพิมพ์” คริษฐากล่าวเสียงหนักแน่น ไม่มีทีท่าเกรงกลัวอำนาจมืดของมารดาเลยแม้แต่น้อย “คุณแม่วางเอกสารไว้ตรงนั้นเถอะค่ะ เดี๋ยวสายๆ คริสจัดการให้เอง” คุณหญิงรัตนาภรณ์วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานใกล้ๆ ก่อนจะกวาดสายตากลับมามองพิมพ์พิชชาด้วยรอยยิ้มที่เดาความรู้สึกไม่ได้ “หนูพิมพ์คะ... อาการป่วยเป็นยังไงบ้างล่ะ ดูท่าทางแล้ว คนดูแลน่าจะมือหนักอยู่พอสมควร ถึงได้ไข้ขึ้นขนาดนี้” ประโยคแซวเชิงผู้ใหญ่ทำเอาพิมพ์พิชชาหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที ร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู อยากจะหาปี๊บมาคลุมหัวเสียเดี๋ยวนี้ “คะ... คุณอา สบายดีค่ะ พิมพ์แค่...” “เรียกแม่สิคะ” คุณหญิงขัดขึ้นยิ้มๆ “เดี๋ยวจะได้คุ้นเคยกันไว้” คริษฐาถึงกับสำลักลมหายใจตัวเองเบาๆ ขณะที่พิมพ์พิชชานิ่งอึ้ง สมองน็อตหลุดไปชั่วขณะ ยัยคุณหญิงแม่นี่ร้ายกาจไม่แพ้ลูกสาวเลยจริงๆ! “คุณแม่คะ พอเลยค่ะ อย่าไปแกล้งพิมพ์เขา” คริษฐารีบออกโรงปกป้องทันที มือเรียวเอื้อมไปดันหลังมารดาเบาๆ เป็นเชิงไล่กลายๆ “เดี๋ยวคริสจัดการทางนี้เองค่ะ คุณแม่กลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวตอนเย็นค่อยทานข้าวกัน” “จ้าๆ แม่เข้าใจแล้วค่ะ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ หวงซะยิ่งกว่าไข่ในหิน” คุณหญิงรัตนาภรณ์ส่ายหัวเบาๆ อย่างระอาปนเอ็นดู ก่อนจะยอมก้าวเดินออกไปจากห้อง โดยไม่ลืมหันมาขยิบตาให้พิมพ์พิชชาหนึ่งที “หายไวๆ นะคะหนูพิมพ์ เดี๋ยวคริสเขาจะใจจะขาดเสียก่อน” ปัง! เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนสู่ห้องนอนอีกครั้ง ทิ้งให้คนทั้งสองจมอยู่กับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหวานลึกและระอุแปลกๆ พิมพ์พิชชาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงนอนราบกับหมอนนุ่มทันทีด้วยความหมดแรง ใบหน้าสวยแดงก่ำซุกซบลงกับผ้าปูที่นอนเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่หุบไม่ได้ “คุณแม่เธอนี่... ร้ายกาจเป็นบ้าเลยคริส!” เสียงอู้อี้ดังลอดออกมาจากหมอน คริษฐายืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มละมุนที่หาดูได้ยากยิ่ง ร่างสูงเดินกลับมาที่เตียง ทิ้งตัวลงนั่งลงข้างๆ จนที่นอนยุบลงไป มือเรียวยื่นไปสะกิดกลุ่มผมนุ่มของคนขี้อายเบาๆ “เขินเหรอคะ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้าแหย่ ปราศจากความเย็นชาหรือความปากร้ายแบบเคย มีแต่ความอ่อนโยนที่ล้นปรี่จนคนฟังหัวใจสั่นไหว พิมพ์พิชชาพลิกตัวกลับมานอนหงาย ช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวสูงที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกันและกัน “ใครเขิน... ไม่มีซะหน่อย” ปากเก่งยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี แม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะแดงแจ๋ฟ้องความจริงไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ตาม “แล้วนี่... ใครใช้ให้เธอไปบอกคุณแม่แบบนั้นเล่า ทำเอาฉันวางตัวไม่ถูกเลยนะ” “บอกอะไรคะ ก็บอกความจริง” คริษฐาก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์และคลั่งรัก “หรือพิมพ์จะเถียงว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน?” คำถามนั้นทำเอาพิมพ์พิชชาลมหายใจสะดุด นัยน์ตาสองคู่ประสานกันนิ่ง ท่ามกลางความเงียบที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ไร้ซึ่งคำปฏิเสธ ไร้ซึ่งข้อโต้แย้ง มีเพียงความยินยอมพร้อมใจที่สะท้อนผ่านประกายตาของคนทั้งคู่ คริษฐายกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ มือเรียวเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นอบอุ่นและทะนุถนอมราวกับพิมพ์เป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต “อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เดี๋ยวฉันทำให้กิน” คริษฐาเอ่ยเสียงนุ่ม เปลี่ยนเรื่องดื้อๆ แต่การเอาใจใส่ระดับสิบนี้ทำเอาพิมพ์ใจยวบยาบ “อะไรก็ได้ที่เธอทำ... ฉันกินหมดแหละ” พิมพ์พิชชาพึมพำตอบเสียงเบา หลบสายตาพราวระยับคู่นั้นด้วยความเขินอายขั้นสุด “ดีมากค่ะ เป็นเด็กดีแบบนี้... ฉันจะตามใจเธอให้ถึงที่สุดเลย” คริษฐากระซิบชิดริมหีบปากบาง แววตาคมฉายประกายความหวานหยดที่พร้อมจะละลายใจคนฟังให้เป็นจุล แต่ทว่า... ในวินาทีที่คริษฐากำลังจะโน้มใบหน้าลงมาประทับจูบอรุณสวัสดิ์ที่แสนหวาน ทันใดนั้นเอง... กริ๊งงงง! เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคริษฐาที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็ดังแผดเสียงขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ คริษฐาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด พิมพ์พิชชาเองก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ ประธานสาวเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... ใบหน้าที่กำลังเปี่ยมสุขเมื่อครู่ กลับถอดสีลงทันที นัยน์ตากลมโตฉายแววตึงเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจนพิมพ์พิชชาสัมผัสได้ “ใครเหรอคริส...” พิมพ์เอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนกังวล คริษฐานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ไม่ยอมตอบคำถามทันที มือที่ถือโทรศัพท์สั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่ ดวงตาคมกริบมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่พิมพ์เคยได้ยินมา “คุณโทรมาทำไม... ไตรภพ” ————————————————————————— (ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของพิมพ์และคริสตินะคะ!) - สการ์เล็ตโรส
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%