เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 25

ดินเนอร์ใต้แสงเทียน

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
กลิ่นอายของไวน์แดงบอร์โดซ์ราคาแพงเคล้าคลอไปกับเสียงเปียโนแจ๊สแผ่วเบาจากลำโพงซ่อนรูป แต่นั่นยังไม่น่าเวียนหัวเท่ากับข้อความบนการ์ดใบเล็กที่วางอยู่ตรงหน้าพิมพ์พิชชา—*‘ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่องดีลลับแตกกลางบริษัท พรุ่งนี้... ไม่สิ คืนนี้ ห้ามปฏิเสธคำเชิญของฉัน’* ให้ตายเถอะ! ยัยท่านประธานหน้าตายอย่างคริษฐาคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าพ่อมาเฟียในซีรีส์เกาหลีหรือยังไง ถึงได้ชอบบังคับขู่เข็ญคนอื่นด้วยวิธีเชยๆ แบบนี้ แต่ปัญหาคือ... เท้าเจ้ากรรมของเธอดันก้าวเข้ามานั่งรออยู่ในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูหราใจกลางเมืองตามคำสั่งแกมบังคับนั้นเรียบร้อยแล้วค่ะ! เพนต์เฮาส์กว้างขวางถูกเนรมิตให้กลายเป็นโลกอีกใบ แสงไฟสีส้มสลัวจากเทียนหอมอโรมากลิ่นวานิลลาและกุหลาบป่าเคลียคลอไปทั่วห้อง บนโต๊ะอาหารหรูหราสไตล์ฝรั่งเศสมีสเต็กเนื้อนุ่มส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าเจ้าของห้องตัวจริงยังไม่ออกมา... มีเพียงเสียงน้ำจากห้องน้ำด้านในที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังจัดการตัวเองอยู่ "นึกว่าจะใจเสาะหนีกลับไปเสียอีกค่ะ คุณพิมพ์พิชชา" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นจังหวะปกติกระตุกวูบ พิมพ์พิชชาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันขวับกลับไปมอง ร่างสูงโปร่งของคริษฐาในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทเข้ารูปเผยให้เห็นสัดส่วนเย้ายวนชวนมอง เส้นผมสีเข้มที่ยังคงมีความชื้นเล็กน้อยจากการเพิ่งสระถูกปล่อยสยายเคลียไหล่บาง ดวงตากลมโตคมกริบคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่คนตัวเล็กเห็นแล้วหมั่นไส้จนอยากจะหยิกให้เนื้อเขียว "ฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวนะคะคุณคริส... แค่สงสัยว่าประธานบริษัทผู้แสนงานยุกยิกคนนี้ เอาเวลาว่างจากกองเอกสารมาเล่นเกมต้มตุ๋นอะไรอีกต่างหาก" พิมพ์พิชชาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามซ่อนความประหม่าภายใต้รอยยิ้มเยาะหยันตามสไตล์สาวปากเก่งที่ไม่เคยยอมแพ้ใคร คริษฐากระตุกยิ้มมุมปาก เดินน่องเรียวยาวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งกลิ่นหอมเฉพาะตัวของอีกฝ่ายลอยเข้าแตะจมูก กลิ่นหอมเย้ายวนที่ทำเอาสติของพิมพ์พิชชาเริ่มกระเจิดกระเจิง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของคนตรงข้ามราวกับเสือสาวกำลังจ้องตะครุบเหยื่อ "เกมเหรอคะ? เปล่าเลย... ฉันแค่คิดว่า เราสองคนมีเรื่องเคลียร์กันหลายเรื่องที่ 'นอกเหนือ' จากเรื่องงาน" คริษฐายื่นมือเรียวรินไวน์ลงในแก้วทรงสูงอย่างเชื่องช้า สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าของพิมพ์พิชชาที่เริ่มขึ้นสีเรื่อ "และดินเนอร์คืนนี้... คือการเคลียร์คัทแบบส่วนตัวที่สุด" "ส่วนตัวเกินไปหรือเปล่าคะ ประธานคริสเรียกมันว่าดินเนอร์กระชับมิตร หรือดินเนอร์ขู่กรรโชกทรัพย์กันแน่" พิมพ์พิชชาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะมีความสั่นไหวเล็กน้อยแต่ก็ยังคงความแสบสันต์เอาไว้ครบถ้วน เธอยกแก้วน้ำขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในช่องท้องที่จู่ๆ ก็ตีรวนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ คริษฐาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ ร่างสูงโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางพยักบนโต๊ะ มือเรียวประสานกันไว้ใต้คาง ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงคำไม่ตกฟาก "ปากเก่งเสียจริงนะคะ... ไม่รู้ว่าเวลาอื่นจะเก่งแบบนี้ด้วยหรือเปล่า" "คุณคริส!" พิมพ์พิชชาหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความหมายแฝงอันตรายในประโยคR-Ratedนั้น เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ "ช่วยพูดจาให้มันรื่นหูกว่านี้หน่อยจะได้ไหมคะ ฉันมาทานข้าวตามคำเชิญ ไม่ได้มาให้คุณแทะโลมเล่นนะ!" "ใครแทะโลมกันคะ ฉันพูดความจริงต่างหาก" คริษฐายักไหล่อย่างไม่ยี่หรา ก่อนจะผายมือไปยังจานอาหารตรงหน้า "ทานสิคะ ฉันตั้งใจสั่ง... ไม่สิ ตั้งใจเลือกวัตถุดิบและกำชับเชฟด้วยตัวเองเลยนะ เพื่อคุณคนเดียวโดยเฉพาะ" บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มเปลี่ยนไปจากความตึงเครียดกลายเป็นความระอุแปลกๆ อาหารเลิศรสถูกตักเข้าปากสลับกับการปะทะคารมคมคายที่ไม่มีใครยอมใคร คริษฐมักจะหาจังหวะหยอกเย้าด้วยสายตาและคำพูดกำกวม จนพิมพ์พิชชาแทบจะสำลักไวน์อยู่หลายรอบ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... อาหารมื้อนี้และรสสัมผัสของไวน์ รวมถึงบรรยากาศรอบตัวมันช่างหวานฉ่ำเกินกว่าจะต้านทาน เมื่อจานอาหารว่างเปล่า ไวน์ในขวดก็พร่องไปเกือบครึ่ง คริษฐาก็ลุกขึ้นเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของพิมพ์พิชชา ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูขาวสะอาด เสียงกระซิบพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ย้ายไปคุยกันที่โซฟาดีกว่าค่ะ ตรงนี้มัน... แคบไปหน่อย" พิมพ์พิชชาไม่ได้ปฏิเสธ เธอยอมปล่อยให้ร่างสูงประคองแขนพาเดินไปยังโซฟากำมะหยี่ตัวนุ่มที่ตั้งอยู่ริมกระจกใสบานใหญ่ มองเห็นวิวทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน ทว่า ทันทีที่พิมพ์พิชชาหย่อนตัวลงนั่ง คริษฐากลับไม่ได้นั่งลงข้างๆ เหมือนทุกที แต่ร่างสูงกลับทรุกตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมตรงหน้าเธอ มือเรียวเอื้อมมาจับข้อพับขาของพิมพ์พิชชาไว้อย่างถือวิสาสะจนคนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว "คุณคริส! จะ... จะทำอะไรน่ะคะ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" พิมพ์พิชชาตกใจจนแทบสิ้นสติ พยายามจะขยับหนีแต่เรียวขาถูกมือเรียวของท่านประธานสาวล็อกเอาไว้แน่นด้วยแรงที่คาดไม่ถึง คริษฐาเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่คมคู่นั้นไม่มีเค้าลางของความหยอกล้อเล่นสนุกอีกต่อไป เหลือเพียงความจริงจังและความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดจนน่ากลัว ใบหน้าสวยคมขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ผิวแก้ม "คุณรู้ไหมคะคุณพิมพ์... ตั้งแต่คุณเข้ามาในชีวิตฉัน ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันจะได้อยู่อย่างสงบสุข" เสียงของคริษฐานุ่มทุ้มและแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ปลายนิ้วเรียวไล้ขึ้นมาตามเรียวขาใต้กระโปรงทำงานอย่างแผ่วเบา ทำเอาพิมพ์พิชชาตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก "คุณกวนใจฉัน... ปั่นป่วนหัวใจฉัน จนฉันต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้คุณมาอยู่ตรงนี้" "คุณคริส... อย่า..." พิมพ์พิชชาพยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ แต่เสียงมันช่างเบาหวิวราวกับกระซิบ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แรงดึงดูดระหว่างพวกเธอมันรุนแรงเกินกว่าจะผลักไส คริษฐายิ้มมุมปาก มือเรียวเลื่อนขึ้นมาสัมผัสที่พวงแก้มเนียนนุ่ม นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก "ดึกแล้วค่ะ... และเกมระหว่างเรา มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริง ๆ เท่านั้น" ร่างสูงขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาหาหมายจะมอบจุมพิตหวานล้ำปิดท้ายค่ำคืนนี้ให้สาสมกับความอดกลั้นที่ผ่านมา พิมพ์พิชชาหลับตาลงพริ้ม เตรียมรับสัมผัสวาบหวามที่กำลังจะเกิดขึ้น หัวใจยอมจำนนต่อเสน่ห์อันร้ายกาจของคนตรงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ **ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!** เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความหวานฉ่ำทะลุจอลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก "คุณคริสคะ! แย่แล้วค่ะ! เอกสารด่วนจากสำนักงานใหญ่ที่นิวยอร์กส่งมาแฟกซ์เข้าเครื่องกลางดึก และ... และทางบอร์ดบริหารกำลังประชุมฉุกเฉินผ่านวิดีโอคอลตอนนี้เลยค่ะ!" คริษฐาชะงักกึก ใบหน้าสวยคมบึ้งตึงลงทันทีด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมตวัดมองไปทางประตูห้องด้วยความอยากจะฆ่าคนให้ตายคามือ พิมพ์พิชชาลืมตาขึ้นมาทันที พวงแก้มที่แดงก่ำอยู่แล้วยิ่งแดงจัดด้วยความโล่งอกผสมกับความเสียดายเล็กน้อยที่เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับกับตัวเอง คริษฐาสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะหันมามองหน้าพิมพ์พิชชาที่กำลังเม้มปากกลั้นยิ้มด้วยความหมั่นไส้ระคนโล่งใจ ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความจำยอม "ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะ... คุณพิมพ์พิชชา" คริษฐากระซิบด้วยน้ำเสียงคาดโทษ ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวไปเปิดประตูห้องด้วยใบหน้าถมึงทึง แต่ทว่า... บุคคลที่ยืนหอบแฮกอยู่หน้าประตูไม่ใช่เลขาฯ ส่วนตัวอย่างที่คาดคิด กลับเป็นร่างสูงปรูปของ 'ใครบางคน' ที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาไว้ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคริษฐาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้ความสัมพันธ์ของสองคนนี้มาโดยตลอดนะคะ — สการ์เล็ตโรส
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%