“ถ้าจะยืนเป็นหุ่นขี้ผึ้งโชว์ความโง่เขลาอยู่ตรงนั้น ก็ช่วยกรุณาไสหัวออกไปแล้วปิดประตูให้สนิทด้วยค่ะคุณเลขา!”
เสียงหวีดหวิวของความหงุดหงิดระคนกระดากอายดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน พิมพ์พิชชาสะดุ้งสุดตัวจนเอกสารในมือเกือบหลุดร่วง เธอรีบผุดลุกขึ้นจากตักของประธานสาวคนสวยราวกับโดนไฟลวก สองมือบางปัดป่ายเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเองอย่างลนลาน ใบหน้าหวานฉ่ำตอนนี้แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตารีดมาแนบไว้ใกล้ๆ
ในขณะที่คู่กรณีตัวต้นเรื่องอย่างคริษฐากลับลอยหน้าลอยตา ประธานสาวปรายตามองเลขาหนุ่มที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ตาแตกด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความกระอักกระอ่วนใจใดๆ ทั้งสิ้น ร่างระหงเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างเกียจคร้าน ยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยท่าทางเย้ายوان ชวนหมั่นไส้เป็นที่สุด
“เอ่อ... ขอประทานโทษครับท่านประธาน ผม... ผมแค่จะเอาแฟ้มรายงานสรุปยอดขายไตรมาสนี้มาให้เซ็นด่วนครับ เห็นห้องไม่ล็อกก็เลย...” เลขาหนุ่มละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตาคู่อริสาวที่ยืนหายใจฟึดฟัดอยู่ข้างกายท่านประธาน
“วางไว้บนโต๊ะแล้วก็ออกไปได้แล้วค่ะ” คริษฐาตัดบทเสียงเรียบ เย็นชาจนคนฟังต้องรีบทำตามคำสั่งอย่างลนลาน ประตูห้องทำงานบานใหญ่ปิดสนิทลงอีกครั้ง พร้อมกับความเงียบที่โรยตัวกลับมาครอบคลุมพื้นที่สีชมพูอมความตึงเครียดนี้อีกครา
พิมพ์พิชชาหันขวับมาถลึงตาใส่ร่างสูงที่ยังคงนั่งเอกเขนกทำหน้ามึนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่บนโซฟาเบดตัวยาว แม่คณารมณ์ดีพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาด้วยความฉุนเฉียว
“นี่คุณคริส! ตั้งใจใช่ไหมคะ? ตั้งใจไม่ล็อกประตูห้องเพื่อให้ใครต่อใครเข้ามาเห็นสภาพเราเมื่อกี้ใช่ไหมรึไง!” เสียงหวานแหวใส่ทันทีโดยไม่ต้องรอให้บรรยากาศเป็นใจ นิ้วเรียวชี้หน้าคาดโทษคนตัวสูงที่แกล้งทำเป็นเสมองเล็บตัวเองหน้าตาเฉย
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะคะว่าคุณเลขาตัวดีของคุณจะพรวดพราดเข้ามาโดยไม่เคาะประตูมารยาททรามแบบนั้น” คริษฐาลอยหน้าลอยตาตอบ เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเล็กน้อย ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า “หรือว่า... คุณพิมพ์กลัวคนอื่นเขาจะเข้าใจความสัมพันธ์ของเราผิดล่ะคะ?”
“มันก็แน่นอนอยู่แล้วสิคะ! เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ฉันมาที่นี่ในฐานะ... ในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจต่างหากเล่า!” พิมพ์พิชชาสวนกลับทันควัน พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมสติและจังหวะการเต้นของหัวใจที่กระหน่ำรัวราวดรัมเมอร์ในอก
“คู่ค้าเหรอคะ?” คริษฐาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ดังขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวพิมพ์พิชชาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงจนคนตัวเล็กต้องถอยหลังกรูดไปจนสะโพกชนเข้ากับพนักโซฟา “คู่ค้าที่ไหนเขา ‘นั่งตัก’ กันจนเนื้อแนบเนื้อขนาดนั้นล่ะคะ หืม... คุณพิมพ์ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยสิคะ ว่าฉันต้องจัดเจนการค้ารูปแบบไหน ถึงจะเรียกว่าเป็นการเจรจาธุรกิจที่ถูกต้องตามหลักสากล”
รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์บนใบหน้าสวยเฉี่ยวทำเอาพิมพ์พิชชาพูดไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นกายสะอาดชวนเคลิบเคลิ้มเล่นเอาสมองของเธอเริ่มรวนเร
“ถอยไปเลยนะคะคุณคริส! ฉันจะกลับโต๊ะทำงานของฉันแล้ว เอกสารบ้าบออะไรนั่น ฉันไม่ตรวจมันต่อแล้วค่ะ เสียเวลาชีวิต!” พิมพ์พิชชาเบี่ยงตัวหนี แต่มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์จะยอมปล่อยเหยื่ออันโอชะให้หลุดมือไปง่ายๆ
มือเรียวยาวคว้าข้อมือเล็กไว้ทันคราว รั้งร่างบางให้เซกลับมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดิมอย่างนิ่มนวล โดยมีคริษฐาทิ้งตัวลงนั่งทาบทับประกบข้างอย่างไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน
“จะรีบไปไหนล่ะคะ งานยังไม่เสร็จเลยนะ” คริษฐาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มแหบพร่าจงใจเป่ารดลมหายใจอุ่นๆ จนคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “นี่ค่ะ... เอกสารงบประมาณโครงการใหม่ที่คุณพิมพ์ต้องรับผิดชอบ อ่านให้ละเอียดทุกบรรทัดเลยนะคะ... ฉันอยากให้คุณ *‘โฟกัส’* กับมันให้มากๆ”
น้ำเสียงเน้นย้ำคำว่า ‘โฟกัส’ พร้อมกับสายตาหวานเชื่อมที่ทอดมองริมฝีปากอิ่มของเธอนั้น ทำเอาพิมพ์พิชชารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งหน้า เอกสารในมือสั่นระริกด้วยความประหม่า เธอนึกอยากจะหยิกแขนตัวเองแรงๆ สักทีเพื่อเรียกสติ แต่ตากลมโตกลับเผลอไปสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ฉายแววคลั่งรักอย่างปิดไม่มิดของคนตรงหน้าเข้าเสียได้
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามประสานกัน คริษฐาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนใสไปนิดเดียวอย่างจงใจหยอกเย้า
“คุณคริส... ออกไปห่างๆ เลยนะ สายตาแบบนี้หมายความว่ายังไงคะเนี่ย” พิมพ์พิชชาเอ่ยเสียงสั่น พยายามดันไหล่กว้างของอีกฝ่ายออกเบาๆ แต่แรงแค่นั้นมันแทบไม่มีผลอะไรกับประธานสาวสายแบดเลยสักนิด
“ก็ไม่ได้หมายความว่ายังไงนี่คะ...” คริษฐายิ้มละมุน รอยยิ้มที่นานๆ ทีจะได้เห็นจากผู้หญิงปากร้ายคนนี้ ทำเอาพิมพ์พิชชาถึงกับใจกระตุกวูบ “แค่คิดว่า... ข้ออ้างในการเรียกคุณมาใกล้ๆ แบบนี้ มันได้ผลดีเกินคาดต่างหากล่ะคะ”
คำสารภาพหน้าตาเฉยพร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจทำเอาพิมพ์พิชชาอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ ให้สมกับความหมั่นไส้ แต่ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะได้อ้าเถียงอะไรกลับไป...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนความระอุอย่างไม่รู้กาลเทศะอีกครั้ง และยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะเออนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยฝีมือของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด!
“พิม! อยู่ในนี้หรือเปล่า พี่ตามหาซะทั่ว... เอ๊ะ! ขอโทษที พี่ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย?”
ร่างสูงโปรดของ ‘ภาคิน’ อดีตแฟนเก่าหนุ่มรูปหล่อดีกรีนักเรียนนอก ที่เพิ่งบินกลับมารับตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายการตลาดหมาดๆ ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ค้างอยู่บนใบหน้า เมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ—ท่านประธานสาวสุดฮอตกำลังนั่งคร่อมทับและโอบกอดหญิงสาวคนสนิทของเขาอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันอย่างแนบชิด!
คริษฐาหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พิมพ์พิชชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด... งานนี้บอกได้คำเดียวว่า *‘บรรลัย’* ของแท้แน่นอนค่ะ!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วมาลุ้นระทึกกับศึกชิงนางฉบับสการ์เล็ตโรสในตอนหน้ากันต่อนะคะ!
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 14
ข้ออ้างในการใกล้ชิด
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!