กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย้ายวนของวานิลลาในห้องรับรองพิเศษของตระกูลอัครเดชากุลไม่ได้ช่วยให้ปอดของพิมพ์พิชชาขยายตัวได้ดีขึ้นเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังหายใจเอาออกซิเจนที่เจือสารกัมมันตรังสีเข้าไปในร่างกาย ทุกจังหวะการสูดลมหายใจเข้าออกเต็มไปด้วยความอึดอัดที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
เบื้องหน้าของเธอคือคุณหญิงมณฑา แม่สามีในนามที่ถือคติว่า ‘ความลับไม่มีในโลก แต่ถ้ามี... ฉันต้องรู้คนแรก’ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นแบรนด์ดังกำลังกวาดมองสำรวจคนทั้งคู่ราวกับสแกนเนอร์รุ่นล่าสุดที่ตั้งค่ามาเพื่อจับผิดโดยเฉพาะ
“แปลกนะคะ... ตั้งแต่แต่งงานกันมาเป็นปี แม่เพิ่งเคยเห็นตาคริสตักเอาใจใส่ภรรยาขนาดนี้”
ซุปตาร์สาวในจอแก้วอย่างพิมพ์พิชชาเกือบจะหลุดหัวเราะหึออกมาตรงนั้น ถ้าไม่ติดว่าเอวบางของเธอถูกท่อนแขนแข็งแรงของ ‘คริษฐา’ เกี่ยวรั้งไว้เสียแน่น ชนิดที่ว่าขยับตัวผิดองศาเดียวอาจมีสิทธิ์ซี่โครงหักได้ ประธานสาวผู้ทรงอิทธิพลกำลังทำหน้าที่ ‘ภรรยาตัวอย่าง’ ได้อย่างน่าหมั่นไส้ รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ประดับบนริมฝีปากสีพีชนั่นช่างหลอกลวงโลกเบื้องหน้าเสียเหลือเกิน
“โธ่คุณแม่คะ... พิมพ์เขาเป็นภรรยาคริสทั้งคน จะให้ปล่อยปละละเลยได้ยังไงล่ะคะ จริงไหมคะที่รัก?”
ประโยคหลังคริษฐาจงใจโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดลาดไหล่เนียนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งแถบ ไม่ใช่เพราะความเคลิบเคลิ้ม... แต่มันคือความหมั่นไส้ล้วนๆ ที่อยากจะยกส้นสูงฟาดหน้าแข้งคนตัวสูงสักทีสองที ข้อหาเล่นละครเกินเบอร์จนออกนอกหน้า
พิมพ์พิชชาแสร้งเอียงศีรษะซบลงบนลาดไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม มือเรียวเล็กแกล้งเลื่อนไปบิดเนื้อตรงเอวสอบของคริษฐาใต้โต๊ะอาหารอย่างแรง หมั่นไส้ในความปากหวานก้นเปรี้ยว แต่ทว่าสีหน้าที่แสดงออกมากลับเป็นรอยยิ้มเขินอายที่ทำเอาคุณหญิงมณฑายิ้มแก้มปริ
“ค่ะ... พี่คริสดูแลพิมพ์ดีมากๆ จนพิมพ์เกรงใจเลยค่ะ” เสียงหวานใสเอ่ยตอบออกไปพร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมให้ภรรยาในนาม ทว่าแววตากลับจิกกัดกันจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
“ดีแล้วล่ะค่ะ... ผู้หญิงเราถ้าได้สามีดี ชีวิตก็เหมือนขึ้นสวรรค์ครึ่งหนึ่งแล้ว” คุณหญิงมณฑายกชาขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี “ตากล้องนิตยสาร *Vogue* เขาติดต่อมาเมื่อเช้านี้ อยากได้ภาพแฟชั่นเซ็ตคู่รักข้าวใหม่ปลามันของพวกเธอไปลงปกฉบับครบรอบ ฉันตอบตกลงไปแล้วนะ อีกสามวันเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”
*แคก!*
พิมพ์พิชชาเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง ดีที่คริษฐารู้ทัน มือเรียวสวยลูบหลังให้เธออย่างเบามือ แต่แรงกดที่ฝ่ามือกลับส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่า *‘อย่าแม้แต่จะปฏิเสธ’*
“ขอบคุณค่ะคุณแม่... พิมพ์กับพี่คริสยินดีมากๆ เลยค่ะ ใช่ไหมคะพี่คริส?” พิมพ์พิชชาเค้นเสียงตอบรับพร้อมกับกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก งานถ่ายแบบคู่รักเซ็ตใหญ่บ้าบออะไรกัน แค่ต้องมานั่งปั้นหน้าหวานใส่กันต่อหน้าแม่ยายจอมจู้จี้ก็นรกบนดินพออยู่แล้ว นี่ยังต้องไปให้ช่างภาพมืออาชีพมาบันทึกภาพความ ‘รักกันปานจะกลืนกิน’ ของเธอกับยัยปีศาจหน้านิ่งนี่อีกรึ?
“ครับคุณแม่... เพื่อความสุขของคุณแม่ ลูกสะใภ้คนโปรดคนนี้กับคริส จัดให้ได้อยู่แล้วครับ” คริษฐาเน้นคำว่า ‘ลูกสะใภ้คนโปรด’ เสียจนพิมพ์พิชชาอยากจะเบ้ปากมองบนให้คอเคล็ด
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมงที่ยาวนานราวกับสามปีแสง ในที่สุดการทานมื้อเที่ยงภายใต้บรรยากาศจอมปลอมก็สิ้นสุดลง คุณหญิงมณฑายอมปล่อยให้ทั้งคู่แยกย้ายกลับขึ้นมาบนห้องนอนส่วนตัวที่จัดเตรียมไว้สำหรับแขก VIP ทันทีที่ประวัติศาสตร์ห้องนอนถูกปิดลง บรรยากาศหวานชื่นเมื่อครู่ก็ระเหยหายไปในพริบตา
“ปล่อยได้แล้วมั้งคะท่านประธาน!” พิมพ์พิชชาสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมอย่างแรง เธอถอยหลังกรูดไปยืนกอดอกพิงผนังห้อง สีหน้าบึ้งตึงจนเห็นได้ชัด “เล่นใหญ่เกินไปแล้วนะ! เกือบจะหลุดโป๊ะแตกตอนคุณแม่พูดเรื่องถ่ายแบบเมื่อกี้แล้วเห็นไหม!”
คริษฐายืนกอดอกพิงขอบเตียงกว้าง แววตาสีเข้มฉายแววสนุกสนานระคนท้าทาย เธอค่อยๆ ก้าวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้คนตัวเล็กอย่างคุกคาม ความสูงที่ได้เปรียบทำให้พิมพ์พิชชาต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหงุดหงิด
“โป๊ะแตกตรงไหนคะ? ที่คุณแม่เห็นเมื่อกี้... มันคือ ‘ความจริง’ ต่างหาก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เยือกเย็นแต่ทรงพลัง
“ความจริงบ้าอะไรล่ะคะ! เราสองคนแต่งกันเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจต่างหาก อย่าลืมสิคะว่าอีกหกเดือนเราก็จะหย่ากัน!” พิมพ์พิชชาสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองด้วยความไม่พอใจ
“หกเดือนเหรอคะ?” คริษฐายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจของคนฟังกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังห้องอย่างไร้ทางหนี มือเรียวยาวเอื้อมไปทาบกับผนังข้างศีรษะ กักขังร่างของเธอไว้ในอาณาเขตของตัวเอง “แต่เมื่อกี้... ฉันรู้สึกว่าหัวใจของคุณมันเต้นดังแข่งกับฉันซะอีกนะ พิมพ์พิชชา”
“คะ... ใครใจเต้นกัน! อย่ามามั่วซ้ำเติมนะ!” พิมพ์พิชชารีบปฏิเสธเสียงแข็ง เมินหน้าหนีสายตาพราวระยับที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน ทว่าสองข้างแก้มกลับเห่อร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“อ๋อเหรอคะ? งั้นลองพิสูจน์ดูหน่อยไหมล่ะ... ว่าหัวใจดวงนี้ มันเต้นเพราะความโกรธ หรือเพราะอะไรกันแน่”
ไม่ทันที่พิมพ์พิชชาจะได้เอ่ยคำปฏิเสธ คริษฐาก็โน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นการโต้เถียงทั้งหมดด้วยเรียวปากนุ่มหยุ่นที่ฉกฉวยความหอมหวานไปอย่างอารมณ์ดี กลิ่นอายความเย้ายวนจากตัวของอีกฝ่ายพุ่งเข้าโอบล้อมประสาทสัมผัสจนสมองของเธอขาวโพลนไปหมด แรงต่อต้านที่ควรจะมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอกตามที่อีกฝ่ายล้อเลียนจริงๆ
ในจังหวะที่พิมพ์พิชชากำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบอันตรายที่จู่โจมอย่างไร้การตั้งตัว เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ผ่ากลางอากาศขึ้นมาเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
“คุณคริสคะ! คุณหญิงให้มาตามลงไปที่ห้องรับแขกค่ะ ด่วนเลยค่ะเพราะว่า...”
เสียงของแม่บ้านคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว คริษฐายอมผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ทว่าสายตายังคงพราวด์ระยับด้วยความสนุกสนาน ขณะที่พิมพ์พิชชากำลังหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายและตกใจ
ทว่า... ประโยคถัดมาที่ลอดผ่านประตูเข้ามา กลับทำให้เลือดในกายของพิมพ์พิชชาเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที
“...มีแขกคนสำคัญมารอพบคุณคริสกับคุณพิมพ์ค่ะ... **คุณธนา** สามีเก่าของคุณพิมพ์... มาถึงที่นี่แล้วค่ะ!”
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะกอน คริษฐาหันขวับมามองหน้าเธอทันที รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นแววตาคมก్రిबที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายที่พรั่งพรูขึ้นมาในความเงียบงัน
..................................................................................
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดเพราะเกมนี้กำลังจะเดือดกว่าเดิมค่ะ!
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 20
ละครฉากใหญ่
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!