“ถ้าคุณยังไม่อยากให้ฉันคว่ำรถคันนี้ลงข้างทางด้วยความเร็วร้อยแปดสิบ ก็หุบปากแล้วนั่งเงียบๆ ไปซะ, พิมพ์พิชชา!”
เสียงหวีดของยางรถยนต์ที่กรีดกรายไปกับพื้นถนนเปียกชื้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท พิมพ์พิชชา (พิมพ์) เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตตวัดมองเสี้ยวหน้าคมกริบของคริษฐา (คริส) ที่ตอนนี้สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นด้วยความฮึดฮัด แววตาของประธานสาวมาดนิ่งเต็มไปด้วยประกายความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ด้วยความเกรี้ยวกราด หลังจากที่พวกเธอเพิ่งพุ่งทะยานออกจากโรงพยาบาลด้วยความเร็วระดับบ้าคลั่งเพราะข่าวสารกะทันหันบางอย่าง
รถหรูยุโรปเลี้ยวหักศอกเข้ามาจอดสนิทหน้าคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองอย่างแรงจนล้อฟรี เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องโดยสาร มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของคนทั้งคู่ที่สะท้อนความตึงเครียด
“ขับรถเป็นนักแข่งรถฟอร์มูล่าวันหรือไงคุณคริส!” พิมพ์พิชชาโพล่งขึ้นทันทีที่ประตูรถปลดล็อก เธอหันไปแยกเขี้ยวใส่คนขับที่ทำหน้าตึงไม่ยอมแพ้ “ถ้าฉันหัวใจวายตายคาเบาะรถคุณขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบหะ!”
“ก็ดีสập จะได้ไม่ต้องมานั่งเถียงกันให้ปวดหัว!” คริษฐาหันขวับมาตอกกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ระคนเป็นห่วง “แล้วใครใช้ให้เธอนั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้มตอนฟังข่าวเมื่อกี้เล่า? ถ้าช็อกคาโรงพยาบาลขึ้นมาจริงๆ ฉันต่างหากที่จะซวย!”
“ฉันไม่ได้ช็อกเพราะกลัวตายหรอกนะ แต่ฉันช็อกเพราะ—”
“เพราะคุณแม่ฉันกำลังจะขึ้นมาบนห้องน่ะสิ!” คริษฐาตัดบทเสียงดังลั่น มือเรียวทุบพวงมาลัยรถเบาๆ อย่างขัดใจ ใบหน้างามบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด “ให้ตายเถอะ ท่านบอกว่าจะแวะมาเซอร์ไพรส์... เซอร์ไพรส์บ้าอะไรกะทันหันขนาดนี้ ฉันยังไม่ได้เตรียมใจรับมือกับคำบ่นเรื่องการแต่งงานของท่านเลยนะ!”
พิมพ์พิชชาชะงักไปนิด ประกายตาเจ้าเล่ห์แอบวาบผ่านนัยน์ตากลมโตครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากอิ่มจะกระตุกยิ้มหยัน “อ๋อ... คุณแม่ผู้สูงศักดิ์ผู้ไม่เคยถูกใจสะใภ้คนไหนเลยสินะคะ? น่าสนุกนี่นา ฉันชักอยากจะเห็นหน้าคุณท่านแล้วสิ ว่าจะดุเหมือนลูกสาวหรือเปล่า”
“หยุดความคิดสนุกๆ ของเธอไว้เลยนะ ยัยตัวแสบ!” คริษฐาหันมาคาดโทษ นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น “จำสัญญาของเราไว้ เราอยู่ในช่วงทดลองใช้ชีวิตคู่... แปลว่าต่อหน้าคุณแม่ เธอต้องสวมบทบาทเป็นภรรยาผู้แสนดี รักฉัน ปรนนิบัติฉัน และคลั่งรักฉันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ห้ามหลุดคาแรกเตอร์เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเงินในบัญชีที่เธอหวังไว้... ศูนย์บาท!”
“คุณคริส! ขู่ฉันตลอดเลยนะ!” พิมพ์พิชชาทำหน้ายู่ด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ยอมพยักหน้ารับอย่างจำยอม เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่น “เออๆ รู้แล้วน่า! แกล้งรักใช่ไหม? เรื่องถนัดอยู่แล้วค่ะท่านประธาน”
ทั้งคู่ก้าวลงจากรถด้วยความเร่งรีบ ลิฟต์ส่วนตัวพุ่งตรงขึ้นสู่ชั้นเพนต์เฮาส์ราวกับจะแข่งกับเวลา หัวใจของพิมพ์พิชชาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวคุณแม่ของคริษฐา แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่ต้องแสดงละครตบตาต่างหาก... มันช่างเสี่ยงเหลือเกินที่จะเผลอใจไปจริงๆ
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับร่างระหงของคุณหญิงกมลา ประมุขแห่งตระกูลอัครเดชาโชติ ที่ยืนกอดอกรออยู่หน้าห้องด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าแววตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจบุตรสาวและ ‘ภรรยา’ ที่เดินเคียงคู่กันมาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“กว่าจะมาถึงนะคริส แม่รอจนรากจะงอกอยู่แล้ว” คุณหญิงกมลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงอำนาจจนคริษฐาต้องรีบปรับสีหน้าเป็นลูกสาวผู้แสนเรียบร้อยในพริบตา
“รถติดมากเลยค่ะคุณแม่ พิมพ์เขา... เอ่อ พิมพ์เขาอยากแวะซื้อขนมอร่อยๆ มาฝากคุณแม่ด้วยนะคะ” คริษฐาเอ่ยเสียงอ่อย พร้อมกับยื่นมือไปโอบเอวบางของพิมพ์พิชชาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ แรงบีบที่เอวทำให้พิมพ์พิชชาสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็รีบตีเนียนซบศีรษะลงกับลาดไหล่ของประธานสาวทันทีอย่างแนบเนียน
“จริงค่ะคุณแม่ พิมพ์ตั้งใจเลือกเองเลยนะคะ กลัวว่าคุณแม่จะทรงกริ้วที่พวกเรามาช้า” พิมพ์พิชชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ดวงตากลมโตฉายแววหวานเชื่อมส่งให้คริษฐาชนิดที่เรียกว่า ‘มองตากรู้ใจ’ จนคนถูกมองถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับคู่นั้น
คุณหญิงกมลากวาดสายตามองความแนบชิดของทั้งคู่ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ “อืม ดูรักกันดีนี่ ไม่เหมือนตอนที่โทรมาหาแม่รอบก่อน ที่บ่นว่าอยากจะหย่ากันวันละสามเวลา”
“โธ่ คุณแม่คะ ใครจะไปอยากหย่ากับคนสวยและแสนดีขนาดนี้ล่ะคะ” คริษฐาเอ่ยปากแก้ตัวเสียงหวาน มือหนาที่โอบเอวบางอยู่แกล้งลูบไล้เบาๆ ผ่านเนื้อผ้า จนพิมพ์พิชชาต้องแอบหยิกหมั่นไส้ที่ต้นแขนของอีกฝ่ายแก้เขิน แต่ภายนอกยังคงแย้มยิ้มกว้างจนแก้มปริ
“เข้าห้องกันก่อนเถอะค่ะคุณแม่ ยืนคุยตรงนี้เดี๋ยวคุณแม่จะเมื่อยนะฃะ” พิมพ์พิชชาผละตัวออกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเอื้อมมือไปไขกุญแจเปิดประตูห้องรับรองแขก
ภายในห้องเพนต์เฮาส์หรูหรา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม คุณหญิงกมลานั่งลงบนโซฟาหนังแท้สีครีม ขณะที่คริษฐาและพิมพ์พิชชาต้องนั่งเคียงข้างกันบนโซฟาตัวยาว โดยมีระยะห่างระหว่างกันไม่ถึงคืบ
“แม่มาวันนี้... ไม่ได้มีแค่เรื่องนี้นะคริส” คุณหญิงกมลาวางแก้วชาลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ ทำให้บรรยากาศดูจริงจังขึ้นมาทันที “ทางตระกูลพงศธรเขาติดต่อมา... เรื่องงานหมั้นระหว่างคริสกับตาณภัทร ที่จริงแม่เคยบอกปัดไปแล้ว แต่ทางนั้นเขายังไม่ยอมแพ้”
คริษฐาหน้าตึงขึ้นในทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ “ณภัทรเหรอคะ? คุณแม่ก็รู้ว่าคริสกับเขาเป็นแค่เพื่อนกัน และคริสก็แต่งงานมีภรรยาแล้ว!”
“แต่พิมพ์เขาก็แค่—” คุณหญิงกมลาชะงักคำพูดเมื่อเห็นพิมพ์พิชชานั่งนิ่ง แต่แววตาไหววับ
“แค่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและหัวใจของพี่คริสค่ะคุณแม่” พิมพ์พิชชาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นและคมคาย รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งให้ประธานสาวข้างกายก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปกุมมือใหญ่ของคริษฐาไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากฝ่ามือทำให้คริษฐาหันขวับมามองด้วยความตะลึง “พิมพ์รักพี่คริสค่ะ และมั่นใจว่าพี่คริสก็รักพิมพ์... จริงไหมคะที่รัก?”
ประโยคคำถามพร้อมสรรพนามเรียกขานสุดสนิทสนมทำเอาคริษฐาถึงกับสมองเบลอไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เคมีระหว่างพวกเธอในตอนนี้ไม่ได้เป็นการแฝงตัวแสดงละครอีกต่อไปแล้ว มันมีความจริงใจและความท้าทายเจืออยู่ในแววตาคู่สวยที่มองตรงมา
คุณหญิงกมลาหรี่ตามองคนทั้งคู่ด้วยความพิจารณา ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “หึ... ปากหวานกันเหลือเกินนะแม่ตัวแสบ ทีแรกแม่ก็นึกว่าเป็นแค่การแต่งงานแก้ขัดตามสัญญาบ้าๆ ของตระกูลซะอีก”
“รักแท้ค่ะคุณแม่ รักแท้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์” คริษฐาได้สติ รีบโอบไหล่บางของพิมพ์พิชชาเข้าหาตัวแน่นขึ้น ใบหน้าคมคายเชิดขึ้นอย่างถือดี “ดังนั้น เรื่องณภัทร... คุณแม่ปฏิเสธไปให้เด็ดขาดเลยนะคะ เพราะคริสมีเมียแล้ว และรักเมียมากด้วย!”
คำว่า ‘รักเมียมาก’ หลุดออกมาจากปากของประธานสาวสายซึนอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้พิมพ์พิชชาถึงกับใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าของคริษฐาที่กำลังจ้องมองเธอกลับด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาด จนกระทั่ง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน ขัดจังหวะความหวานปนความตึงเครียดในห้องรับแขก ทำให้ทั้งสามคนหันไปมองพร้อมกันด้วยความสงสัย
คุณหญิงกมลากะพริบตาปริบๆ “เอ... ใครมาอีกน่ะคริส หรือว่าตาณภัทรมันตามมาถึงที่นี่?”
คริษฐาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “เดี๋ยวคริสไปดูเองค่ะ”
ร่างระหงเดินตรงไปยังประตูหน้าด้วยฝีมือที่มั่นคง มือเรียวบิดลูกบิดแล้วกระชากเปิดออกกว้างด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาทั้งวัน ทว่า... ทันทีที่ประตูเปิดเผยร่างของผู้ที่ยืนอยู่ด้านนอก คริษฐาก็ต้องเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
พิมพ์พิชชาที่เดินตามหลังมาติดๆ เพื่อจะช่วยเคลียร์สถานการณ์ ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มเยียบเย็นของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ยืนถือซองเอกสารสีน้ำตาลอยู่หน้าห้อง
“สวัสดีครับคุณคริส... ผมเองครับ คนที่นำ ‘ความลับ’ ทั้งหมดมาส่งให้คุณถึงที่”
________________________________________
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้สการ์เล็ตโรสคนนี้เสมอนะคะ รักนะคะ)*
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 19
แม่ยายตัวร้าย(หรือเปล่า)
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!