เสียงกระแทกของกระเป๋าเดินทางใบโตกระทบลงบนพื้นปาร์เกต์ราคาแพงในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองดังสนั่น ลบภาพความเงียบสงบของห้องชุดสไตล์มินิมอลโทนสีเข้มให้พังทลายลงในพริบตา พิมพ์พิชชายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นออกจากเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขน ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองเจ้าของสถานที่ที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่ด้วยสีหน้าราวกับพิพากษาโทษประหารชีวิต
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของฉัน" คริษฐาเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอกลักษณ์เฉพาะตัวถูกเปล่งออกมาด้วยจังหวะที่เยือกเย็นจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมปลาทูของประธานสาวกวาดมองสภาพห้องรับแขกที่ตอนนี้มีสัมภาระของเธอกองเกะกะ ก่อนจะหรี่แคบลง "แต่บอกไว้ก่อนว่า... ที่นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง และเธอไม่ใช่แขกผู้มีเกียรติ"
"ทราบค่ะ ท่านประธาน" พิมพ์พิชชาลากเสียงตอบรับด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษไม่แพ้กัน เธอก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงโปร่งที่สูงกว่าเธออยู่เกือบครึ่งช่วงตัวโดยไม่เกรงกลัวรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่ายแม้แต่น้อย "ถ้าจำไม่ผิด ฉันมาที่นี่ในฐานะ 'ผู้ร่วมชะตากรรม' ตามสัญญาว่าจ้าง ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยที่จะต้องมาฟังคำบูลจากคุณแต่เช้าตรู่"
คริษฐาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมวาววับขึ้นมาทันที ปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเยาะ "ปากเก่งสมคำร่ำลือดีนี่... หวังว่าฝีปากยัยตัวแสบอย่างเธอจะคมกริบได้ตลอดรอดฝั่งนะ พิมพ์พิชชา"
ร่างสูงผละออกจากเคาน์เตอร์ เดินน่องเรียวยาวเข้ามาหาหญิงสาวที่ยืนท้าทายอยู่ตรงหน้า กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นกายเย็นๆ เฉพาะตัวของคริษฐาลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนพิมพ์พิชชาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ คริษฐายื่นมือเรียวสวยหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ ให้มันกางออกแล้วยื่นไปตรงหน้าคนตัวเล็ก
"ก่อนที่เราจะเริ่มใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายใต้ชายคาเดียวกัน... อ่านซะ แล้วจำให้ขึ้นใจ"
พิมพ์พิชชาเลิกคิ้วเรียวขึ้นสูงด้วยความฉงน เธอก้มลงมองกระดาษในมืออีกฝ่าย ดวงตากลมโตไล่อ่านตัวอักษรที่พิมพ์มาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยทีละบรรทัด ก่อนที่มุมปากสวยจะกระตุกยิ้มเหยียดออกมาอย่างอดไม่ได้
"กฎเหล็กสามข้อของท่านประธาน... ฟังดูยิ่งใหญ่เหมือนกติกาสงครามโลกเลยนะคะเนี่ย" เธอแซะทันทีที่อ่านจบ
"และเธอก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะตั้งคำถาม" คริษฐาย้ำเสียงเข้ม ขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขandเธอเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณปลายจมูกจนพิมพ์พิชชาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ปลอดภัย "ข้อแรก ห้ามแตะต้องของส่วนตัวของฉันทุกชนิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อสอง ห้ามพาคนนอกเข้ามาเหยียบที่นี่เด็ดขาด และข้อสาม..."
ประธานสาวเว้นจังหวะไว้เล็กน้อย ดวงตาคู่คมช้อนขึ้นมองสบตาเจ้าของดวงตากลมโตนิ่งสนิท ราวกับต้องการสะกดให้คนตรงหน้าจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่เธอเป็นผู้กำหนด
"...ห้ามทำตัวสนิทสนม หรือแสดงอาการเกินเลยกับฉันเกินกว่าความจำเป็นในสัญญา"
ทันทีที่ได้ยินกฎข้อที่สาม พิมพ์พิชชาก็ระเบิดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เธอไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเลยสักนิด กลับรู้สึกว่ามันช่างน่าขันสิ้นดีสำหรับผู้หญิงที่ชอบทำตัวตี2หน้าใส่เธอตลอดเวลา
"ตลกเหรอ?" คริษฐาขมวดคิ้วมุ่น ไม่พอใจที่เห็นท่าทีไม่สะทกสะท้านของอีกฝ่าย
"ตลกสิคะ..." พิมพ์พิชชาลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงกวนประสาททำเอาเส้นเลือดข้างขมับของประธานสาวกระตุกวูบ "ข้อหนึ่งกับข้อสองเนี่ย พอเข้าใจได้ในเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่ข้อสามนี่... คุณกลัวว่าฉันจะตกหลุมรักคุณจนถอนตัวไม่ขึ้น หรือว่ากลัว 'ใจตัวเอง' จะห้ามไม่ไหวกันแน่คะ ท่านประธาน?"
"พิมพ์พิชชา!" คริษฐาเสียง Squeak ขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความตกใจและจำนนต่อคำพูดแทงใจดำ ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาทีเมื่อโดนย้อนเกล็ดเข้าอย่างจัง ร่างสูงขยับเข้าไปประชิดตัวจนหลังของพิมพ์พิชชาชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบอย่างไร้ทางหนี
พิมพ์พิชชาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความเย็น แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคู่สวยฉายแววท้าทายไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ แม้ว่าตอนนี้หัวใจเจ้ากรรมจะเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อใบหน้าสวยคมของคริษฐาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียนจนรู้สึกวูบวาบไปหมด
"ว่าไงคะ? เถียงไม่ออกเลยเหรอ" กระซิบถามด้วยน้ำเสียงท้าทาย ทั้งที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
คริษฐากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ชั่วขณะหนึ่ง... ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งกำลังจะระเบิดออกมา
นิ้วเรียวยาวของประธานสาวเอื้อมไปหมายจะแตะปลายคางมนเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายเงียบเสียง แต่ทว่า...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูกลุ่มเพนต์เฮาส์ดังแหวกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาเสียก่อน ขัดจังหวะความใกล้ชิดที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุดอย่างไม่รู้เวลากลุ่มเวลา
คริษฐาชะงักมือที่ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เม้มปากแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย ส่วนพิมพ์พิชชาแอบถอนหายใจโล่งอกออกมายาวเหยียด
ประธานสาวถอยหลังกลับไปตั้งหลักด้วยใบหน้าบึ้งตึง เธอหันไปถลึงตาใส่ประตูห้องราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อใครก็ตามที่บังaniตมาขัดจังหวะสำคัญ ก่อนจะก้าวเท้ากระแทกกระทั้นเดินไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อกดรับ
"ใคร!" กรอกเสียงห้วนจัดลงไปทันทีด้วยความอารมณ์เสีย
(คริส! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ แม่เธอเพิ่งโทรหาฉันบอกว่าเธอพาเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ไปซุกไว้ที่เพนต์เฮาส์ จริงรึเปล่าเนี่ย!)
เสียงปลายสายที่แว้ดดังลอดออกมาจากลำโพง ทำเอาคริษฐาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนพิมพ์พิชชาที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกลถึงกับต้องหรี่ตาลงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'เด็กที่ไหน'
คริษฐายังไม่ทันได้อ้าปากแก้ตัว เสียงปลดล็อกประตูอัตโนมัติตรึงหน้าห้องก็ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต!
ร่างสูงโปรğของหญิงสาวรุ่นพี่ในชุดสูทสีแดงเพลิงก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเอาเรื่อง แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักกึก เมื่อกวาดสายตาไปเจอคริษฐายืนหน้าแดงก่ำอยู่กลางห้อง... และมีพิมพ์พิชชายืนพิงผนังจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ด้วยรอยยิ้มมุมปาก
"อุ๊ย..." พิมพ์พิชชาลากเสียงยาวอย่างอารมณ์ดี หันไปสบตากับผู้มาใหม่ที่กำลังอ้าปากค้าง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คริษฐาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"แขกไม่ได้รับเชิญมาพอดีเลยนะคะ... สงสัยกฎข้อที่สองของคุณคงจะต้องเริ่มใช้ตั้งแต่ตอนนี้เลยซมมั้งคะ ท่านประธาน?"
(โปรดติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 3 ครับ/ค่ะ)
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมฟินและจิกหมอนไปกับความแซ่บพรีเมียมในตอนนี้นะคะ!
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 2
กฎเหล็กสามข้อของท่านประธาน
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!