เสียงกระดาษปึกหนากระแทกลงบนพื้นโต๊ะหินอ่อนราคาแพงระยับดัง *‘ปึก’* สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานเพดานสูงลิ่วที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มขรึมและทรงอำนาจ บรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบจนแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง ทว่าไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศยังไม่น่ากลัวเท่าอุณหภูมิความหงุดหงิดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวนั้น
“อ่านทวนอีกรอบสิคะ คุณพิมพ์พิชชา... เผื่อว่าสมองระดับเกียรตินิยมของคุณจะยังตกหล่นรายละเอียดสำคัญอะไรไป”
น้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และเจือแววเย้ยหยันนิดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำราวกับกุหลาบอาบยาพิษ คริษฐา หรือที่ใครต่อใครในวงการธุรกิจต่างขนานนามให้เธอว่า ‘เจ้าแม่น้ำแข็งแห่งวงการอสังหาฯ’ ช้อนสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนขึ้นมองผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังยืนกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
พิมพ์พิชชาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอเกือบจะเผลอซัดหมัดใส่ใบหน้าสวยเฉี่ยวไร้ที่ติของคนตรงหน้าไปแล้ว หากไม่ติดว่าสถานะทางการเงินของครอบครัวเธอในตอนนี้กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
“คุณคริสจะใจร้ายเกินไปแล้วนะคะ!” พิมพ์พิชชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งกร้าวเอาไว้ได้ “หนี้สินของบริษัทพ่อฉัน มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวฉันเลยสักนิด ทำไมฉันต้องเอาอนาคตของตัวเองมาแลกกับกระดาษบ้าๆ แผ่นนี้ด้วย!”
“อ๋อเหรอคะ?” คริษฐายกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปก้าวช้าๆ อ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ห่างกันเพียงแค่คืบเดียวจนพิมพ์พิชชาต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อปะทะเข้ากับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่ผสมผสานกับความกดดันอันน่าอึดอัด “งั้นก็เชิญเช็คบิลยอดหนี้สิบล้านบาทถ้วนด้วยตัวเองเลยค่ะ หรือถ้าสะดวกใจจะให้ธนาคารมายึดบ้านหลังโตพร้อมที่ดินทำกินของครอบครัวคุณในสัปดาห์นี้เลย ฉันก็ไม่ขัดข้องนะ... เชิญค่ะ เชิญตามสบาย”
คำพูดเย้ยหยันแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิตทำให้พิมพ์พิชชาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเจ็บใจและคับแค้นใจอย่างถึงที่สุด บ้านหลังนั้นคือหยาดเหงื่อแรงกายของพ่อแม่ เธอจะปล่อยให้มันถูกยึดไปไม่ได้เด็ดขาด!
สิบสี่วันก่อน ครอบครัวของพิมพ์พิชชาเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่เมื่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของพ่อเธอล้มละลายจากพิษเศรษฐกิจและโครงการใหญ่ถูกยกเลิกกะทันหัน ทิ้งภาระหนี้สินก้อนโตไว้เบื้องหลัง และเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดผู้กุมชะตากรรมทั้งหมดไว้ในกำมือ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นบริษัทของคริษฐานั่นเอง
ในตอนแรก คริษฐาเสนอทางเลือกที่แสนโหดร้ายคือการฟ้องล้มละลาย แต่แล้วจู่ๆ เมื่อวานนี้ ประธานสาวผู้เย็นชากลับเปลี่ยนใจยื่น ‘ดีลลับ’ ฉบับนี้มาให้เธอพิจารณา—ดีลที่ระบุว่าพิมพ์พิชชาต้องเซ็นสัญญามาเป็นเลขาฯ ส่วนตัวและ... *คู่หมั้นในนาม* ของคริษฐา เป็นระยะเวลาหนึ่งปีเต็ม เพื่อแลกกับการล้างหนี้ทั้งหมดให้เกลี้ยง
มันคือข้อเสนอที่ไร้สาระสิ้นดี! แต่มันคือทางรอดเดียวที่เธอมองเห็นในตอนนี้
“ทำไมต้องเป็นฉันคะ?” พิมพ์พิชชาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความกลัวและโกรธกรุ่น แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใบหน้าคมคายของประธานสาวตรงหน้านั้นงดงามราวกับภาพวาด แม้จะดุและเย็นชาจนน่าหยิกให้เนื้อเขียวก็เถอะ “คนสวยๆ รวยๆ ในสังคมไฮโซของคุณมีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาเลือกจับฉลากเอาลูกหนี้ตกอับอย่างฉันไปเป็นคู่หมั้นในนามด้วยล่ะคะ หรือว่าคุณ... กลัวการคานทองจนตัวสั่นกันแน่”
*เพล้ง!* (เสียงในมโนสำนึกของบรรยากาศที่ตึงเครียด)
คริษฐาหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความอันตรายแผ่พุ่งออกมาจากตัวเธออย่างชัดเจน หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มใสจนพิมพ์พิชชาต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“ปากเก่งจังนะคะ... หวังว่าเวลาอยู่บนเตียง เอ้ย... เวลาอยู่ต่อหน้าสื่อ คุณจะเถียงฉันฉอดๆ ได้แบบนี้เหมือนกัน” คริษฐากระซิบเสียงพร่าข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำชวนขนลุก “เหตุผลเหรอคะ? อยากรู้จริงๆ หรือแค่หาเรื่องพูดไปงั้น... ก็ได้ ถ้าคุณอยากรู้ ฉันก็จะสงเคราะห์ให้ฟังค่ะ ว่าทำไมฉันถึงเลือกคุณ”
พิมพ์พิชชาชะงัก หัวใจกระตุกวูบเมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนสรรพนามและท่าทีเข้าใกล้จนเกินความจำเป็น
“เพราะฉันเกลียดรอยยิ้มจอมปลอมของพวกไฮโซดัดจริตไงคะ และบังเอิญว่าแววตาอวดดี เวลาที่คุณพยายามจะเถียงฉันแต่มันทำอะไรไม่ได้เนี่ย...” คริษฐายกมือเรียวขึ้นแตะคางคางมนของพิมพ์พิชชาเบาๆ ก่อนจะออกแรงบีบกระชับพอให้เจ็บแปลบ “มันน่าสนุก... และน่าแกล้งให้ร้องไห้คาอกซะเหลือเกิน”
“คุณมัน... โรคจิต!” พิมพ์พิชชาปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างเหลืออด เธอก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างแล้วหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย “เซ็นก็เซ็นค่ะ! แค่หนึ่งปีใช่ไหมคะ งั้นก็จำใส่สมองอันชาญฉลาดของคุณไว้เลยนะว่า ฉันมาเพื่อใช้หนี้ ไม่ได้มาเป็นทาสรับใช้ แล้วก็อย่าหวังว่าฉันจะยอมก้มหัวให้คุณเด็ดขาด!”
คริษฐายกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เธอยืนกอดอกมองร่างบางที่กำลังจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงบนกระดาษเอกสารด้วยความเด็ดเดี่ยว ลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นปรากฏชัดเจนบนหน้ากระดาษ เป็นอันสิ้นสุดการพันธนาการทางกฎหมายที่ไม่มีวันหลุดพ้น
“ยินดีต้อนรับสู่นรกขุมที่ฉันเป็นเจ้าของค่ะ... ว่าที่คู่หมั้นตัวแสบของฉัน” คริษฐาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ผิดกับพิมพ์พิชชาที่แทบจะปากกาฟาดหน้าคนพูด
ทว่า ก่อนที่พิมพ์พิชชาจะได้เอաբทสวดมนต์ชุดใหญ่มาพ่นใส่หน้าประธานสาวจอมเผด็จการ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งร้อน ก่อนที่บานประตูไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาฯ ส่วนตัวของคริษฐาที่หน้าตาตื่นตระหนก
“คุณคริสคะ!แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้ข้างล่างตึก... คุณธนภัทรบุกมาอาละวาดใหญ่เลยค่ะ เขาบอกว่าถ้าคุณไม่ยอมลงไปเคลียร์เรื่องสัญญาแต่งงานวันนี้ เขาจะไม่ยอมถอนหุ้นเด็ดขาดค่ะ!”
คริษฐาหุบยิ้มฉับพลัน แววตาที่เคยพราวระยับด้วยความสนุกเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาอำมหิตในเสี้ยววินาที
ในขณะที่พิมพ์พิชชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อชื่อของ ‘ธนภัทร’ อดีตคู่หมั้นหนุ่มเพลย์บอยที่เพิ่งประกาศถอนหมั้นเธอไปหมาดๆ ดังขึ้นในห้องนี้... และดูเหมือนว่าเรื่องราววุ่นวายทั้งหมด มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น!
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์คนเก่งทุกท่านที่แวะมาเติมเต็มความฟินและความแซ่บในตอนแรกนี้นะคะ! หวังว่าจะชอบเคมีกัดกันแบบพริกสิบเม็ดของยัยตัวแสบกับท่านประธานสายซึนของเรา แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันนะคะ เลิฟยูค่ะ! ❤️✨
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 1
ดีลลับฉบับฟ้าผ่า
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!