"ถ้าตีเสียจังหวะอีกรอบเดียว ฉันจะยึดไม้กลองแล้วเอาไปทำฟืนผิงไฟจริง ๆ ด้วย"
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดดังขึ้นเหนือศีรษะ ท่ามกลางเสียงสะท้อนของเปลวไฟที่กำลังปะทุเสียงดังเป๊าะแปะ รินรดาชะงักข้อมือที่กำลังกำไม้กลองแน่น เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงของมือกีตาร์อัจฉริยะที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้วยสายตาดุดัน คีย์ในชุดเสื้อฮู้ดสีเข้มตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์เซอร์ ๆ กำลังขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟสีส้มวับวามคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทั้งที่ความจริงแล้ว ปลายเล็บเรียวยาวของเขาซ่อนอาการสั่นน้อย ๆ ไว้ตรงมุมกระเป๋าเสื้ออย่างแนบเนียน
"พูดมากน่ารุ่นพี่! ถ้าคิดว่าตัวเองโซโล่คมนัก ก็ลงมาตีเองเลยไหมล่ะคะ มือกลองระดับฉันไม่ได้พลาดเพราะฝีมือตกหรอกนะ แค่ลมมันแรงจนฝุ่นเข้าตาต่างหาก" รินรดาเชิดหน้าเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย เธอไม่เคยคิดจะยอมก้มหัวให้ความปากร้ายของอีกฝ่ายอยู่แล้ว ยิ่งเห็นท่าทางหงุดหงิดแบบซึน ๆ ของเขา เธอก็ยิ่งอยากจะกวนประสาทให้สติหลุดเล่น
"ลมแรงบ้าอะไร นี่มันในลานกางเต็นท์อับลม เธอนั่นแหละที่ใจลอย... คิดถึงเรื่องอะไรอยู่ หือ?" คีย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเร็วกว่าที่เธอคาด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นสะอาดเจือจางปะปนกับกลิ่นไอควันไฟจาง ๆ ลอยเข้าแตะจมูก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่คืบเดียว รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะเสียงกลอง แต่เป็นเพราะแววตาคู่คมที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอต่างหาก
"ใครใจลอยไม่มี๊... ฉันแค่กำลังทบทวนโน้ตต่างหากเล่า ถอยไปเลยนะรุ่นพี่ ยืนบังแสงไฟหมดแล้ว" เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางกองไฟเพื่อซ่อนพวงแก้มที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ มินท์ที่นั่งดีดเบสอยู่ไม่ไกลส่งเสียงกระแอมกระไอเบา ๆ พร้อมกับส่งสายตากรุ้มกริมแซวมาให้อย่างปิดไม่มิด เจ้าเพื่อนตัวดีคนนี้ทำท่าเหมือนจะเป่าปากเชียร์อยู่รำคาญใจ
บรรยากาศรอบกองไฟของค่ายพักแรมชมรมดนตรีในคืนนี้คึกคักเป็นพิเศษ เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมชั้นดังคลอไปกับเสียงกีตาร์โปร่งที่ใครบางคนกำลังบรรเลงอยู่ริมสุดของวง แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าของทุกคนให้ดูอบอุ่นและนุ่มนวล แต่สำหรับรินรดาแล้ว ความอบอุ่นที่แท้จริงกลับมาจากไอร้อนที่แผ่มาจากร่างสูงใหญ่ของคนที่ยังยืนกอดอกจ้องเธออยู่ไม่ยอมไปไหน
"เอาล่ะทุกคน! อีกสิบนาทีเราจะเริ่มโชว์รอบแคมป์ไฟกันแล้วนะ วงสุดท้ายเตรียมตัวให้พร้อม!" เสียงรุ่นพี่ประธานชมรมตะโกนประกาศก้องเรียกความสนใจจากทุกคน
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอนั่งลงบนเก้าอี้สนามหน้าชุดกลองแพดซ้อมที่ถูกยกมาตั้งไว้ชั่วคราว มือเล็กหมุนไม้กลองในมือไปมาเพื่อคลายความตึงเครียด แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัวใคร แต่การขึ้นแสดงโชว์รอบแคมป์ไฟท่ามกลางสายตานับร้อยชีวิตในทริปนี้มีความหมายกับเธอมาก มันคือบททดสอบสำคัญก่อนที่วงของพวกเขาจะได้ก้าวขึ้นสู่เวทีใหญ่ในงานโรงเรียน และที่สำคัญที่สุด... มันคือเวทีที่เธออยากพิสูจน์ให้คีย์เห็นว่า เธอคู่ควรกับการยืนอยู่ข้าง ๆ เขาในฐานะเพื่อนร่วมวง ไม่ใช่แค่เด็กฝึกหัดที่ต้องคอยให้เขามาดุอยู่ตลอดเวลา
"ถ้าเหนื่อยนักก็ไม่ต้องฝืน..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างหู จนรินรดาสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองก็พบว่าคีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาดุดันเมื่อครู่อันตรธานหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนล้ำลึกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม "แต่ถ้าพลาดกลางคัน... ฉันไม่เอาไว้แน่ เตรียมตัวโดนทำโทษด้วยการล้างจานกองโตสามวันติดได้เลย"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หมั่นไส้กับความปากแข็งของเขาเหลือเกิน "ปากเสียตลอด! คอยดูเถอะ ฉันจะตีให้มันส์จนรุ่นพี่หุบยิ้มไม่ลงเลยคอยดู!"
"หึ... จะรอดูความปากเก่งของเธอเหมือนกัน" คีย์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มหายากที่นาน ๆ ครั้งเธอถึงจะได้เห็น มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอรัวกระหน่ำยิ่งกว่าตอนตีกลองชุดใหญ่เสียอีก ร่างสูงผละตัวออกไปหยิบกีตาร์โปร่งตัวโปรดขึ้นมาสะพายไว้บนบ่า ก่อนจะเดินนำหน้าไปยังลานแสดงตรงกลาง
เสียงพูดคุยรอบกองไฟค่อย ๆ เงียบลงเมื่อเสียงปรบมือดังขึ้นเป็นสัญญาณเปิดการแสดงของวงอื่น รินรดานั่งมองแผ่นหลังกว้างของคีย์ที่กำลังนั่งชันเข่าอยู่บนเก้าอี้ไม้ แสงไฟจากกองไฟสะท้อนเงาของเขาให้ดูโดดเด่นและน่าหลงใหล ท่วงทำนองเพลงรักหวานซึ้งที่คีย์เคยแต่งขึ้นและใช้ซ้อมร่วมกันมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังจะถูกบรรเลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
และแล้ว ท่อนอินโทรเพลงอะคูสติกเบา ๆ แต่บาดลึกก็ดังขึ้นจากปลายนิ้วของคีย์ เสียงกีตาร์โปร่งที่ถูกเกาอย่างประณีตสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ ความเงียบสงบเข้าปกคลุม เหลือเพียงเสียงดนตรีและเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
รินรดารอจังหวะของตัวเองอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อถึงท่อนส่งสัญญาณ เธอก็ตีกลองชุดเล็กด้วยน้ำหนักที่แม่นยำและทรงพลัง เสียงเพอร์คัชชันผสมผสานเข้ากับเสียงกีตาร์โปร่งได้อย่างลงตัวอย่างไร้ที่ติ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกมนต์สะกด ผู้คนรอบกองไฟเริ่มโยกตัวตามจังหวะเพลง สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่พวกเขาทั้งสองคน
คีย์เงยหน้าขึ้นจากกีตาร์ในท่อนฮุกสำคัญ ดวงตาคมกริบประสานเข้ากับดวงตากลมโตของรินรดาพอดี ท่ามกลางเสียงเพลงที่กำลังบรรเลงถึงจุดไคลแมซ์ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของชายหนุ่ม เป็นสัญญาณบอกใบ้บางอย่างที่ส่งตรงมาถึงหัวใจของเธอโดยไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ชั่ววินาทีนั้น เสียงรอบข้างเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงดนตรีและเงสะท้อนในแววตาของกันและกัน ความรู้สึกอัดอั้น ความดื้อรั้น และความหวั่นไหวทั้งหมดหลอมรวมกันเป็นท่วงทำนองที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตวัยรุ่นของเธอ
โชว์ดำเนินมาถึงช่วงท้าย เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องด้วยความชื่นชมดังกระหึ่มจากเพื่อน ๆ ในชมรม รินรดาวางไม้กลองลงบนตัก หอบหายใจน้อย ๆ ด้วยความเหนื่อยล้าแต่เต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับมือกีตาร์ตัวแสบที่เดินเข้ามาหาท่ามกลางเสียงปรบมือ
"ก็... ไม่เลว" คีย์ยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาพึงพอใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ฝีมือพัฒนาขึ้นนี่... ยัยตัวแสบ"
"บอกแล้วว่าฉันไม่ได้กระจอก!" รินรดาเชิดใส่ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ต่อปากต่อคำอะไรมากกว่านั้น จู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดนอกวงไฟ
"รินรดา! คีย์! อยู่ตรงนี้สินะ..."
ร่างของธันวา นักร้องนำวงคู่แข่งตัวฉกาจก้าวออกมาจากเงาไม้ ใบหน้าของเขาดูตื่นตระหนกและมีเหงื่อซึมเต็มกรอบหน้า ในมือถือโทรศัพท์มือถือที่หน้าจังสว่างวาบด้วยข้อความแจ้งเตือนรัว ๆ
คีย์หรี่ตาลงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความหวานโรแมนติกเป็นความตึงเครียดขึ้นมาในเสี้ยววินาที
"มีอะไรของนาย?" คีย์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงกดต่ำด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
ธันวาหอบหายใจแรงก่อนจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้ทั้งคู่ดู "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คลิปการซ้อมโชว์รอบนี้เมื่อกี้ ถูกอัปโหลดลงเน็ตแล้วมียอดวิวทะลุแสนภายในหนาทีเดียว... และคอมเมนต์กำลังถล่มพวกนายเละ เพราะมีคนปล่อยข่าวว่าวงของพวกเราสองวงต้องมาแบทเทิลกันตัดเชือกแบบกะทันหันพรุ่งนี้เช้า!"
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคีย์ทันทีที่ได้ยินคำว่า "แบทเทิลตัดเชือก"
ดวงตาคมของคีย์วาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่นโดยไม่พูดอะไรสักคำเดียว
...
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้จังหวะหัวใจของพวกเขาสั่นพ้องไปพร้อมกันนะครับ)*
เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 24
จังหวะที่หัวใจตรงกัน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!