เสียงปรบมือและเสียงฮือฮาจากกลุ่มนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ที่ยืนล้อมรอบบริเวณห้องซ้อมดนตรีใต้ถุนตึกกิจกรรมยังคงดังระงม ทว่าสำหรับรินรดาแล้ว เสียงเหล่านั้นกลับเบาโหวดราวกับอยู่ไกลคนละซีกโลก สิ่งเดียวที่ดังก้องชัดเจนในโสตประสาทเวลานี้ คือจังหวะการเต้นรัวของหัวใจตัวเองที่กำลังประท้วงอย่างรุนแรง
บนพื้นปูนซีเมนต์เย็นเยียบตรงหน้าเธอ รินรดายืนตัวแข็งค้าง สายตาจ้องมองร่างสูงของคีย์ที่เพิ่งผุดลุกขึ้นยืนจากการปะทะคารมเดือดกับธันวาเมื่อครู่ มือกีตาร์หนุ่มอัจฉริยะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากจัดและสายตาเหย่อหยิ่ง กำลังใช้มือเสยผมสีเข้มของตัวเองลวกๆ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบหลุบมองต่ำ ไม่ยอมสบตาเธอนิ่งนานเหมือนทุกครั้ง
"เมื่อกี้รุ่นพี่คีย์ว่ายังไงนะ..." รินรดาเค้นเสียงถาม ลมหายใจสะดุดกึก ความชาหนบลามเลียจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงหัวใจ ปากเก่งๆ ที่เคยโต้เถียงกับเขาได้ทุกเรื่องกลับหนักอึ้งจนแทบเปล่งเสียงไม่ออก
เรื่องราวเมื่อสิบนาทีที่แล้วยังฉายชัดในหัว ในวินาทีที่เธอเกือบจะเพลี่ยงพล้ำเสียหลักล้มลงกลางวงล้อมของสื่อโซเชียลและกลุ่มแฟนคลับสายป่วนของธันวา เป็นคีย์ที่พุ่งเข้ามาคว้าแขนเธอไว้ด้วยแรงอารมณ์ที่เดือดดาล พร้อมกับประโยคปกป้องสุดโต่งที่ทำเอาทุกคนอ้าปากค้าง แต่วินาทีต่อมา เมื่อธันวาเอ่ยปากแซะด้วยรอยยิ้มเยาะว่า *'ดูท่าทางมือกีตาร์คนเก่งจะหวงเด็กในสังกัดเกินเหตุนะเนี่ย หรือว่าแอบอินเลิฟกันจริง?'*
คำถามนั้นคือจุดเปลี่ยน
คีย์ชะงัก กรามขบเข้าหากันจนสันนูนเด่นชัด ก่อนที่ความซึนเดเระตัวพ่อจะทำงานอย่างเต็มรูปแบบ
"อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยรินรดา" คีย์พ่นคำพูดเย็นชาออกมา ใบหน้าเรียบสนิทไร้ร่องรอยของความอ่อนโยนเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "ฉันก็แค่ช่วยตามหน้าที่รุ่นพี่ในชมรม ไม่อยากให้วงมันพังเพราะเรื่องไร้สาระของเธอคนเดียว... และไอ้เรื่องคบหากosอะไรนั่น มันก็แค่เรื่องตลกที่พวกเธอคิดกันไปเองทั้งนั้น"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบข้างทันที มินท์ที่ยืนถือเบสอยู่ข้างๆ อ้าปากค้างด้วยความตกใจ ส่วนธันวาหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างสะใจ
รินรดารู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งขั้วโลกกลางฤดูร้อน ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่ขอบตา แต่คนอย่างรินรดาไม่มีทางยอมน้ำตาตกต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้เด็ดขาด เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ทั้งหมดกลับคืนมา
"อ๋อ... หน้าที่เหรอคะ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอเชิดหน้าขึ้นสบตากับคนตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "งั้นก็ขอบคุณมากค่ะสำหรับ 'หน้าที่' ของรุ่นพี่ แต่ครั้งหลังไม่ต้องลำบากหรอกนะคะ ฉันดูแลตัวเองได้ และไม่เคยคิดเลยสักนิด... ว่ารุ่นพี่จะคิดกับฉันเกินกว่ารุ่นพี่ในชมรม"
ประโยคหลังเธอกระแทกเสียงเน้นทีละคำ ตั้งใจให้อีกฝ่ายเจ็บแสบไม่แพ้กัน
คีย์สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ราวกับมีกระแสไฟช็อตผ่านร่าง แต่มันก็เกิดขึ้นเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ก่อนที่เขาจะปั้นหน้าเย็นชาใส่เธอต่ออย่างแนบเนียน ร่างสูงหันหลังกลับทันทีโดยไม่เอ่ยคำลาแม้แต่คำเดียว ขายาวก้าวฉับๆ เดินหายเข้าไปในห้องซ้อมดนตรี พร้อมกับเสียงปิดประตูปังสนั่นที่สะท้อนก้องไปทั่วตึก
"ริน..." มินท์เดินเข้ามาแตะไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล "แกโอเคไหมวะ ไอ้พี่คีย์นี่มันปากหมาจริงๆ ให้ตายเถอะ เห็นๆ อยู่ว่าเมื่อกี้มันร้อนรนแทบตายตอนแกเกือบโดนผลัก"
"ช่างเขาเถอะมินท์" รินรดาตัดบท เสียงของเธอราบเรียบจนน่ากลัว แม้ว่ามือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจะสั่นเทาแค่ไหนก็ตาม "คนแบบนั้น... อยากพูดอะไรก็เชิญ ฉันไม่ได้แคร์อยู่แล้ว"
พูดจบเธอก็สะบัดหน้าหนี เดินเลี่ยงออกมาจากจุดเกิดเหตุทันที ทิ้งให้มินท์มองตามด้วยความหนักใจ
ภายในห้องซ้อมดนตรีที่ปิดทึบ แสงไฟสลัวสีส้มสาดส่องลงมาสะท้อนร่างสูงที่กำลังยืนพิงแผ่นหลังติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ลมหายใจของคีย์หอบกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรุนแรงตามแรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ข้างใน
มือหนากำกีตาร์โปร่งตัวโปรดในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เขาหลับตาลงช้าๆ ภาพใบหน้าเรียวของรินรดาที่มองมาด้วยแววตาผิดหวังและเย้ยหยันเมื่อครู่ ยังคงวนเวียนกรีดแทะอยู่ในหัวใจไม่หยุดหย่อน
*ไอ้คนโง่... แกทำบ้าอะไรลงไปวะคีย์*
เสียงในหัวตะโกนด่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงเขากำลังคลั่งรักเธอจนแทบคลั่ง ยิ่งเห็นผู้ชายคนอื่นเข้ามาใกล้ ยิ่งเห็นรอยยิ้มที่เธอมอบให้คนอื่น หัวใจมันก็ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุม ยิ่งในสถานการณ์เมื่อกี้... ถ้าเขาไม่คว้าเธอไว้ มือเรียวคู่นั้นอาจจะเจ็บตัวไปแล้ว แต่เพราะความกลัว ความกลัวที่ว่าถ้าความรู้สึกที่แท้จริงถูกเปิดเผยออกไป ความสัมพันธ์เปราะบางนี้อาจพังทลาย หรืออาจทำให้เธอต้องแบกรับแรงกดดันจากรอบด้าน เขาจึงเลือกที่จะผลักไสเธอออกไป ด้วยคำพูดที่เชือดเฉือนและทำร้ายจิตใจมากที่สุด
คีย์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง กีตาร์โปร่งถูกวางพิงไว้ข้างตัวอย่างทะนุถนอม เขายกมือขึ้นกุมขมับ ความเครียดจากปัญหาครอบครัวที่ยังไม่เคลียร์ ไหนจะเรื่องความฝันทางดนตรี และตอนนี้ยังต้องมาพังทลายความรู้สึกกับคนที่เขารักด้วยมือตัวเองอีก
"นายมันปากไม่ตรงกับใจจริงๆ คีย์เอ้ย..." เขาพึมพำกับความมืดมิดในห้อง เสียงทุ้มต่ำเจือความเจ็บปวดอย่างชัดเจน
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รินรดายังคงนั่งอยู่ตรงม้าหินอ่อนใต้ต้นหูกวางบริเวณสนามหลังตึก เธอพยายามเอาสมาธิไปจดอยู่กับการตรวจตารางซ้อมของวงในแท็บเล็ต แต่สมองกลับไม่ยอมรับข้อมูลใดๆ เข้าไปเลย ทุกตัวอักษรกลายเป็นภาพเบลอ
"นั่งเหม่อแบบนี้ ระวังวิญญาณหลุดออกจากร่างนะรุ่นน้อง"
เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับเงาของใครบางคนทาบทับลงมา รินรดาเงยหน้าขึ้นด้วยความหงุดหงิด และพบว่าเป็นธันวานั่นเองที่เดินเข้ามานั่งลงฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต
"มีธุระอะไร ถ้าจะมาพูดเรื่องไร้สาระเมื่อกี้ เชิญไसยหน้าไปทางอื่นเลยค่ะ ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วย" รินรดาตอบเสียงแข็ง ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองคู่แข่งตัวฉกาจอย่างไม่เกรงกลัว
ธันวายิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ฉันไม่ได้จะมาพูดเรื่องนั้นหรอกน่า... แต่แค่อยากจะมาเตือนด้วยความหวังดี ในฐานะที่เคยร่วมงานกันมาก่อน ผู้ชายแบบไอ้คีย์น่ะ ปากแข็งจะตาย ร้ายกาจ เย็นชา และไม่มีวันพูดความรู้สึกตัวเองออกมาหรอก ถ้าเธอรอให้มันสารภาพรักล่ะก็... คงต้องรอจนแก่ตายแน่ๆ"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังตีสีหน้าเรียบเฉย "เรื่องของเขา จะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน"
"เหรอ..." ธันวายื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้น เสียงกระซิบเจือความท้าทาย "แล้วถ้าฉันบอกว่า... คืนนี้ ที่ผับ Zonic จะมีการรวมตัวของพวกเรา และฉันบังเอิญได้ยินมาว่า ไอ้นั่นมันกำลังจะไปซดเหล้าเคล้าความช้ำเพราะเรื่องของเธอล่ะ... เธอยังจะกล้าพูดว่าไม่เกี่ยวอยู่อีกไหม?"
รินรดานิ่งค้างไป ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินชื่อสถานที่นั้น ดวงตากลมโตไหววูบอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธ ความน้อยใจ และความอยากเอาชนะตีรวนขึ้นมาในอกพร้อมกัน
ธันวายิ้มกริ่มเมื่อเห็นปฏิกิริยานั้น เขายืดตัวตรงแล้วลุกขึ้นยืนตบไหล่เบาๆ "คิดดูให้ดีนะรินรดา... คนปากแข็งบางทีก็ต้องการคนใจกล้าเข้าไปงัดปากเหมือนกัน"
พูดจบ ธันวาก็เดินผิวปากจากไปอย่างอารมณ์ดี
รินรดานั่งนิ่งอยู่คนเดียว ท่ามกลางความเงียบที่เริ่มโรยตัวลงมาเมื่อตะวันใกล้ลับขอบฟ้า สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวด้วยความกระวนกระวาย มือบางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาหน้าจอแสดงผลเวลาทุ่มตรง
เธอเม้มริมฝีปากแน่น ตัดสินใจลุกพรวดขึ้นคว้ากระเป๋าเป้สะพายไหล่ทันที
ในเมื่อเขาเลือกที่จะปากแข็งและปฏิเสธความรู้สึกต่อหน้าคนอื่น งั้นคืนนี้... เธอจะไปกระชากหน้ากากความซึนของมือกีตาร์ปากจัดคนนั้นให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่งเลย!
รินรดาก้าวเท้าเดินออกจากมหาลัยด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว โดยไม่รู้เลยว่า... ภายใต้ความมืดของลานจอดรถด้านหลังตึก มีร่างสูงของใครบางคนยืนพิงเสาปูนสูบบุหรี่เงียบๆ สายตาคมกริบคู่นั้นมองตามแผ่นหลังบางที่เดินจากไป พร้อมกับรอยยิ้มขมขื่นที่มุมปาก
"อย่าไปเลยรินรดา... ที่นั่นมันอันตรายเกินกว่าที่เด็กดื้ออย่างเธอควรจะไป..."
คีย์พึมพำกับความว่างเปล่า ก่อนที่ร่างสูงจะโยบบุหรี่ลงพื้น ใช้รองเท้าผ้าใบขยี้จนดับสนิท แล้วรีบสาวเท้าก้าวตามหลังเธอไปเงียบๆ โดยทิ้งระยะห่างไว้พอสมควร เพื่อคอยคุ้มครองความปลอดภัยให้คนดื้อโดยที่เธอไม่มีทางรู้ตัว
...และในวินาทีที่รินรดาผลักประตูกระจกบานใหญ่ก้าวเข้าไปในผับ Zonic แสงไฟนีออนสลัวและเสียงเพลงเบสกระแทกกระทั้นก็ต้อนรับเธอด้วยความอึกทึก ทว่าก้าวแรกที่เธอเดินเข้ามา เธอกลับต้องชะงักกึก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของใครบางคน ที่กำลังนั่งไขว่ห้างถือแก้วเครื่องดื่มอยู่มุมมืดของบาร์... สายตานั้นจ้องตรงมาที่เธอด้วยประกายตาดุดันและเต็มไปด้วยความหึงหวงที่ปิดไม่มิด!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้ความซึนของพี่คีย์กันอย่างเหนียวแน่น แล้วมาลุ้นบทสรุปความฟินไปด้วยกันในตอนหน้านะครับ
เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 25
เมื่อความซึนทำงาน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!