เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 7

กลิ่นไอของความใกล้ชิด

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถอยไปหน่อยได้ไหมรุ่นพี่ หน้าพี่จะสิงเข้ามารวมร่างกับหน้าฉันอยู่แล้วนะ" เสียงกระซิบที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุดหลุดลอดริมฝีปากของรินรดาออกมา แม้หัวใจในอกจะเต้นกระหน่ำรัวราวมือกลองสติหลุดตีรัวโซโล่ดับเบิลเบสไม่เป็นจังหวะก็ตาม ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอกับคีย์ในตอนนี้ แทบไม่มีอากาศเหลือให้หายใจ ปลายจมูกโด่งรั้นของเธอเกือบจะแตะโดนสันจมูกคมสันของอีกฝ่ายอยู่รำมะรอด หากเธอขยับตัวแม้แต่นิดเดียว ริมฝีปากคงได้เฉียดผ่านแก้มสากของรุ่นพี่ปากจัดคนนี้โดยไม่ตั้งใจ คีย์ไม่ถอย หรือง่ายกว่านั้น... เขากลับโน้มตัวลงมาอีกนิด รอยยิ้มมุมปากที่มักใช้กวนประสาทคนอื่นฉาบอยู่บนใบหน้านั้น แต่ดวงตาสีเข้มคู่คมกลับไหววับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่แววตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มแบบที่เขาชอบใช้เวลาปะทะคารมกับเธอในห้องซ้อม แต่มันคือความนิ่งสนิทที่ทรงพลัง และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด "กลัวเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์อ่อนๆ เป่ารดต้นคอจนขนลุกชัน "ปากเก่งใส่ฉันนักไม่ใช่เหรอ ยัยมือกลอง... ทำไมตอนนี้ถึงได้ตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้ล่ะครับ" "ใครตัวสั่น! พูดเพ้อเจ้ออะไรของพี่ ปล่อยนะ!" รินรดาเอื้อมมือทั้งสองข้างขึ้นดันอกแกร่งของรุ่นพี่หนุ่มออกสุดแรง ทว่าคีย์กลับนิ่งราวกับกำแพงหิน ท่อนแขนแข็งแรงข้างหนึ่งยกขึ้นเท้ากับโต๊ะไม้ด้านหลังของเธอ ราวกับกรงขม่อมขนาดย่อมที่ปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมด รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย "ถ้าไม่ให้พูด... ก็แสดงให้ดูหน่อยสิ ว่าเก่งจริงอย่างที่ปากว่าหรือเปล่า" ครืน! เสียงเก้าอี้ถูกลากถอยครูดกับพื้นปูนซีเมนต์ดังลั่น ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระส่ำเมื่อครู่ให้กระเจิงในพริบตา คีย์ผละตัวออกไปอย่างรวดเร็วกราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้รินรดานั่งหายใจหอบถี่ ใบหน้าร้อนผ่าวไล่ลามไปจนถึงใบหู มือบางรีบยกขึ้นกุมแก้มตัวเองที่ยังหลงเหลือไอร้อนจากสัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่ "อะแฮ่ม! สรุปว่าเราจะซ้อมต่อ หรือจะนั่งจ้องตากันจนร้านปิดครับคุณรุ่นพี่ กับคุณมือกลองตัวแสบ" เสียงกระแอมกระไอมพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของมินท์ มือเบสสาวเพื่อนสนิทดังขึ้นจากมุมห้องซ้อม มินท์กอดอกพิงผนัง มองเพื่อนรักสลับกับมือกีตาร์หนุ่มที่เดินกลับไปหยิบกีตาร์โปร่งคู่ใจขึ้นมาพาดบ่าทำเป็นตีหน้าตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อกี้ รินรดาตวัดสายตาคมกริบส่งไปให้เพื่อนรักทันที "มินท์! เธอเห็นแล้วทำไมไม่ช่วยฉันหะ!" "ช่วยอะไรจ๊ะ ฉันเห็นบรรยากาศมันกำลังโรแมนติกแบบ 'ฟินจิกหมอน' เกินกว่าจะขัดจังหวะต่างหากล่ะ" มินท์ยักคิ้วหลิ่วตาอย่างรู้ทัน "จริงไหมล่ะพี่คีย์?" คีย์แค่นเสียงหึในลำคอ สายตาคมกริบเหล่มามองรินรดาที่กำลังนั่งหน้าบึ้งตึงด้วยความหมั่นไส้ "ไร้สาระ ยัยนี่เนี่ยนะโรแมนติก มีแต่จะทำลายหูฉันด้วยเสียงกลองเพี้ยนๆ มากกว่า" "ปากเสีย!" รินรดาแหวใส่ทันควัน คว้าไม้กลองคู่ใจขึ้นมาควงเล่นในมือเพื่อกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนในอก "ถ้าคิดว่าฉันตีกลองเพี้ยนนัก เชิญพ่อมือกีตาร์อัจฉริยะมาสอนให้มันถูกต้องตามทฤษฎีเลยสิคะ! มาเลย!" คีย์หรี่ตามองท่าทางพยศของคนตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เปลี่ยนไป—รอยยิ้มที่จริงจังขึ้น และมีเสน่ห์เหลือร้ายจนน่าโมโห "ได้... อยากลองของนักใช่ไหมรินรดา" เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวเล็กๆ กลางห้องซ้อม ที่บนนั้นมีกระดาษโน้ตเพลงแผ่นใหญ่กางอยู่ โน้ตเพลงชุดใหม่ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยจังหวะขัดขาที่รินรดากำลังหัวเสียกับมันมาตลอดทั้งสัปดาห์ คีย์ดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ ชิดจนไหล่กว้างแทบจะชนกับไหล่บางของเธอ "ขยับมานี่" คีย์สั่งเสียงเรียบ วางกีตาร์โปร่งพิงไว้กับขาโต๊ะ แล้วหยิบดินสอไม้ขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "ตรงห้องนี้... จังหวะที่เธอตีมันเหลื่อมกันอยู่ครึ่งคราบ ลูกส่งตรงท่อนฮุกมันถึงได้สะดุด ไม่ใช่เพราะมือเธอเร็วนะ แต่เพราะสัญชาตญาณเธอมันมักง่ายเกินไป" "ฉันไม่ได้มักง่ายนะ!" รินรดาเถียงคอเป็นเอ็น ขยับตัวเข้ามาประชิดเพื่อดูโน้ตเพลงบนโต๊ะ ลืมตัวไปชั่วขณะว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันอันตรายแค่ไหน "ตรงนี้ฉันลงไม้ขวาตามแพทเทิร์นปกติ มันจะผิดตรงไหน" "ผิดที่เพลงนี้มันไม่ใช่เพลงร็อกตลาดๆ ที่เธอเคยเล่น" คีย์เอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาที่ถือไม้กลองอยู่ แรงสัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นจัดทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อไปในทันที เขาดึงมือเธอให้ขยับตามทิศทางที่เขาต้องการอย่างนุ่มนวล โดยไม่มีทีท่าล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย "จับไม้แบบนี้..." เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ลาดไหล่ "ผ่อนคลายข้อมือลง อย่าเกร็ง... ถ้าเธอเกร็ง จังหวะที่ซับซ้อนมันจะกลายเป็นเสียงเคาะกะละมังทันที" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองอื้ออึงจนแทบประมวลผลโน้ตเพลงบนกระดาษไม่ออก สัมผัสจากมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้ มันร้อนลวกจนส่งผลให้กระแสเลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของคีย์ลอยวนอยู่รอบตัว จนเธอเผลอสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว "ตั้งใจฟัง..." คีย์ขยับมือเธอให้เคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้เบาๆ เพื่อจำลองจังหวะ "ปัง... แป๊ะ... ตึ้ง... ตามด้วยกระเดื่องเบิ้ลสองครั้งติด ไม่ใช่เพราะฉันบังคับ แต่เพราะหัวใจของเพลงมันต้องการแบบนี้" *ตึ้ง... ตึ้ง...* เสียงปลายนิ้วที่กระทบกับพื้นโต๊ะตามจังหวะที่คีย์ชี้นำ มันไม่ใช่แค่จังหวะดนตรีธรรมดา แต่มันคือจังหวะที่สอดประสานกันอย่างลงตัวราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจสองดวงที่กำลังเต้นเป็นความถี่เดียวกัน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาไม่ได้มองโน้ตเพลงบนกระดาษอีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับเผลอเลื่อนขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่นั่งอยู่ชิดติดกัน สันจมูกคมสัน แนวคางที่ได้รูป และแพขนตาดกหนาที่ทอดเงาลงบนพวงแก้ม คีย์ในโหมดจริงจังและตั้งใจสอนแบบนี้... มีพลังทำลายล้างความมั่นใจของเธอจนราบคาบ "เข้าใจหรือยัง หูทู่ หรือต้องให้ฉันจับมือเธอตีซ้ำอีกรอบ" คีย์หันหน้ากลับมาอย่างกะทันหัน ทำให้ปลายจมูกของเขาสัมผัสเข้ากับแก้มนุ่มของรินรดาเข้าอย่างจังโดยไม่ได้ตั้งใจ! บรรยากาศในห้องซ้อมหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที ดวงตาสคมเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดานิ่งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าจนแดงก่ำลามไปถึงใบหู หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรุนแรงยิ่งกว่าตอนตีกลองชุดใหญ่เสียอีก "รุ่น... รุ่นพี่..." รินรดาละล่ำละลักเสียงสั่น เผลอจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้นที่กำลังสะท้อนเงาของเธออยู่ชัดเจน คีย์ไม่ถอยหนี เขากลับนิ่งงิ่ง สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเธอด้วยความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา ริมฝีปากหยักสวยขยับเข้าใกล้เรียวปากของเธอทีละนิดอย่างช้าๆ ราวกับถูกมนต์สะกด ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ตามด้วยการผลักเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ "อ้าว... ขอโทษทีครับ รบกวนเวลาสวีทหวานกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย พอดีผมเอาเอกสารวงคู่แข่งมาส่งให้พิจารณาน่ะครับรุ่นพี่คีย์" เสียงทุ้มกวนประสาทของ **"ธันวา"** นักร้องนำวงคู่แข่งตัวฉกาจ ดังแทรกขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ธันวาก้าวเข้ามาในห้องซ้อมด้วยท่าทีสบายๆ แต่สายตาคมกริบกลับกวาดมองคนทั้งสองที่นั่งชิดติดกันบนเก้าอี้ตัวเดียวกันด้วยแววตาท้าทายและเต็มไปด้วยความหยัน รินรดาสดุ้งสุดขีด ผลักร่างของคีย์ออกห่างจากตัวทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ คีย์ตวัดสายตาคมกริบกลับไปมองธันวา รัศมีกดดันแผ่ซ่านออกจากร่างสูงทันที ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาในพริบตา แววตาที่มองผู้มาใหม่เต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "แกเข้ามาทำไม... ธันวา" คีย์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ธันวายักไหล่ ไม่สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตของมือกีตาร์หนุ่มแม้แต่น้อย เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะตรงหน้าคีย์ ก่อนจะเหลือบมองรินรดาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ก็แค่เอาตารางงานแข่งรอบคัดเลือกมาให้ดู... ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะฃรินรดา เพลงที่เธอกำลังแก้อยู่น่ะ วงฉันซ้อมจนปรุหมดแล้ว ระวังจะตกรอบคาเวทีเพราะมัวแต่มานั่ง... สวีทกับรุ่นพี่ปากจัดคนนี้ก็แล้วกัน" *คลิฟฮังเกอร์:* รินรดากำมือแน่นด้วยความโกรธ กำลังจะลุกขึ้นไปซัดหน้าไอ้ปากเสียสักหมัด แต่คีย์กลับคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน แรงบีบที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้เธอนิ่งงัน คีย์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างเธอมิดจากสายตาของธันวา รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่ริมฝีปากของมือกีตาร์หนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน "เรื่องของวงฉัน... แกไม่ต้องเสือก" คีย์ก้าวเข้าไปประชิดธันวาด้วยสายตานิ่งสนิทที่ทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ส่วนเพลงนั้น... ต่อให้พวกแกซ้อมจนพรุนแค่ไหน ก็ไม่มีทางเทียบกับความตั้งใจของยัยนี่ได้หรอก... เพราะฉันจะเป็นคนสอนเธอเองทุกโน้ต" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโบยบินไปกับจังหวะหัวใจของคีย์และรินรดานะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%