กลิ่นอายความชื้นของห้องซ้อมดนตรีใต้ดินหลังเลิกเรียนยังคงอบอวลไปด้วยคราบเหงื่อและฝุ่นละอองจากสายกีตาร์ที่เพิ่งถูกดีดอย่างบ้าระห่ำ เสียงประตูเหล็กปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนที่ดังสะท้อนก้อง บรรยากาศภายในห้องแคบ ๆ นี้เหลือเพียงคนสองคน... คนหนึ่งคือมือกีตาร์อัจฉริยะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและสายตานิ่งสนิทที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคนให้จมดิน กับอีกคนคือมือกลองสาวปากเก่งที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้ในยามที่หัวใจเจ้ากรรมกำลังเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
รินรดายืนนิ่งอยู่หลังชุดกลอง ตัวเธอถูกดันถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับแร็คฉาบ เสียงหอบหายใจเบา ๆ ของตัวเองดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศเก่า ๆ ที่ส่งเสียงฮัมเบา ๆ คีย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นท้าวกับผนังห้องเหนือศีรษะเธอไว้ ปิดตายทุกเส้นทางหนี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และกลิ่นอายความเป็น “คีย์” ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนเธอเผลอกลั้นหายใจ
“มองอะไรเล่า รุ่นพี่” รินรดารemลืมตัวเผลอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ทั้งที่ฝ่ามือชื้นเหงื่อที่ไขว้ไว้ด้านหลังกำลังบีบเข้าหากันแน่น “ถ้าจะมาพูดจาถากถางเรื่องวงของฉันล่ะก็ เชิญออกไปทางเดิมได้เลยค่ะ... เอ้ย! ได้เลยครับ!”
เธอเกือบหลุดคำพูดติดปากออกไป แต่คีย์ไวกว่า เขายกมุมปากขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มร้ายกาจที่มักใช้กวนประสาทคนอื่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย แต่แววตาคู่คมที่มองลงมานั้นกลับไม่มีความเยาะเย้ยเจืออยู่เลย มีเพียงประกายความลึกซึ้งบางอย่างที่ทำเอารินรดาต้องเบนสายตาหนี
“เมื่อกี้เธอแทนตัวเองว่าอะไรนะ... ‘ค่ะ’ งั้นเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้า ๆ รอดไรฟันอย่างนึกสนุก “ไม่ยักรู้ว่ามือกลองปากดีประจำปีหนึ่ง จะมีโหมดเรียบร้อยน่ารักกับเขาด้วย”
“ใครเรียบร้อย! หูฝาดไปเองแล้วรุ่นพี่” รินรดาเถียงกลับทันควัน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ “ถอยไปเลยนะ ฉันจะไปเก็บไม้กลอง”
“เก็บสิ ฉันไม่ได้ห้าม” คีย์ยังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย สายตาคมกวาดมองตั้งแต่ดวงตากลมโตที่กำลังฉายแววระแวดระวัง ไล่เรื่อยลงมาที่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “แต่ก่อนอื่น... มือเธอกำลังสั่นนะ รินรดา”
คำพูดจี้จุดทำให้รินรดาสะดุ้ง เธอก้มมองมือตัวเองที่เผลอจิกชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่น เธอพยายามจะดันอกแกร่งของเขาออก แต่แรงของผู้หญิงหรือจะสู้แรงของมือกีตาร์ที่ออกกำลังกายเป็นประจำได้ คีย์เพียงแค่ขยับตัวเข้ามาอีกนิดเดียวจนหน้าอกของเธอแนบชิดกับแผงอกของเขา ความร้อนจากร่างกายที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้สมองของรินรดาขาวโพลนไปชั่วขณะ
“ใครสั่น... มั่วแล้ว” เธอเสียงแข็งกลบเกลื่อนความประหม่า หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครمครามราวกับเธอกำลังรัวกลองชุดใหญ่ในฮอลล์คอนเสิร์ต “หลบไปเลยนะเว้ย... เอ้ย! รุ่นพี่!”
“ปากเก่งจังนะ” คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ กลิ่นหอมสะอาดจากซอกคอของเขาทำเอาสติของรินรดาหลุดลอยไปชั่วขณะ น้ำเสียงที่เคยเยเย็นและกวนประสาทเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและจริงจังจนน่ากลัว “ปากบอกว่าไม่กลัว ไม่ยอมแพ้... แต่ทำไมเวลาฉันเข้าใกล้แค่นี้ หน้าถึงได้แดงถึงใบหูขนาดนั้นล่ะหึ?”
“ฉันไม่ได้แดง! ไฟในห้องมันร้อนต่างหาก!” รินรดาเถียงเสียงแข็ง ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงใหญ่เพื่อกลบเกลื่อนความจำนน แต่ทว่า หัวใจกลับทรยศด้วยการเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมัน
“งั้นเหรอ...” คีย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนอยู่ในอกจนรินรดาต้องหลบสายตา มือหนาที่เคยท้าวผนังไว้ข้างหนึ่ง เลื่อนลงมาจับข้อมือบางที่กำลังพยายามผลักอกเขาออกอย่างเบามือ ไม่ได้บีบรัดด้วยความรุนแรง แต่สัมผัสอุ่นจัดนั้นกลับทำให้ข้อมือของเธอร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก “งั้นคราวหน้า... ถ้าฉันจะมาสอนเธอซ้อมกีตาร์... เอ้ย สอนเคาะจังหวะเพลงนั้น... ฉันควรเปิดแอร์ให้เย็นกว่านี้ไหม เผื่อว่าความร้อนบนหน้าเธอจะลดลง”
รินรดาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำพูดสองแง่สองง่ามของรุ่นพี่ตัวร้ายไม่ทัน นี่เขา... กำลังหยอดเธออยู่หรือเปล่า? มือกีตาร์ปากจัดที่เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องกัดกันทุกครั้งเนี่ยนะ จะมาใช้มุกแพรวพราวใส่เธอแบบนี้ไม่ได้!
“รุ่นพี่... เป็นบ้าอะไรเนี่ย” เธอพึมพำเสียงเบา ความมั่นใจทั้งหมดที่มีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเขินอายที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่
“เปล่าไม่ได้บ้า แค่พูดความจริง” คีย์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกโด่งเกือบจะแตะเข้ากับแก้มเนียนของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนรินรดาต้องหลับตาปี๋ด้วยความทำอะไรไม่ถูก “แล้วก็... เลิกเรียกฉันว่ารุ่นพี่สักที ชื่อ ‘คีย์’ เธอก็จำได้ไม่ใช่เหรอ?”
บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบลงชั่วขณะ เสียงหัวใจสองดวงที่เต้นไม่เป็นจังหวะดังกลบเสียงรอบข้างทั้งหมด รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความหวั่นไหว ขอบเขตที่เธอเคยขีดไว้ระหว่าง “คู่ปรับ” กับ “ศัตรูตัวฉกาจ” กำลังถูกพังทลายลงทีละน้อยด้วยสายตาและน้ำเสียงที่อบอุ่นจนน่าใจหายของคนตรงหน้า
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก และริมฝีปากของคีย์กำลังโน้มต่ำลงมาใกล้เธออีกเพียงไม่กี่เซนติเมตร...
*ปัง!*
เสียงประตูห้องซ้อมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงรัวฝีเท้าและเสียงโวยวายของมินท์ มือเบสสาวเพื่อนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่ทันได้ดูตาม้าตาเรือ
“ไอ้ริน! แย่แล้วเว้ย! ธันวากับพวกวง The Eclipse มัน... อ้าว...” มินท์ชะงักกึกทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ดวงตาโตเบิกกว้างอ้าปากค้างเมื่อเห็นมือกีตาร์หนุ่มสุดฮอตของคณะกำลังยืนครอบครองพื้นที่ส่วนตัวของเพื่อนสนิทในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าถ้าขยับอีกนิดเดียวคงได้จูบกันโชว์เครื่องซ้อมดนตรีแล้ว
คีย์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขายืดตัวตรงขึ้นช้า ๆ ด้วยความเสียดาย ก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทของรินรดาด้วยสายตานิ่งสนิทที่พร้อมจะแช่แข็งคนได้ทุกเมื่อ
ส่วนรินรดารีบผลักอกคีย์ออกเต็มแรงแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอรีบยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ ขณะที่มินท์อ้าปากพะงาบ ๆ ชี้สลับระหว่างเธอกับคีย์ด้วยมือไม้ที่สั่นเทา
“เอ่อ... กู... กูเข้ามารบกวนเวลาเข้าจังหวะ... เอ้ย เวลาซ้อมของพวกมึงหรือเปล่าเนี่ย?” มินท์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะทำหน้าเลิกลั่ก “คือ... คือกูไม่ได้ตั้งใจนะเว้ย แต่เรื่องข้างนอกนี่มันเรื่องใหญ่กว่าจริงๆ!”
คีย์ส่งเสียง “ชิ” ออกมาอย่างขัดใจ เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองลวก ๆ ก่อนจะปรายตามองรินรดาที่ยังยืนหายใจหอบถี่ด้วยความเขินอาย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความหมายบางอย่างที่ทำเอารินรดาใจสั่นระทึก
“เรื่องของพวกเธอ... ค่อยเคลียร์ทีหลัง” คีย์ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัย ก่อนจะหันหลังหยิบกระเป๋ากีตาร์แล้วเดินสวนมินท์ออกไปจากห้อง ทิ้งให้รินรดายืนใจเต้นแรงอยู่กลางห้องซ้อมตามลำพัง
แต่วินาทีที่คีย์เดินผ่านประตูออกไป และมินท์กำลังจะอ้าปากเล่าเรื่องวิกฤตข้างนอกให้ฟังนั้น... โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของรินรดาก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอแจ้งเตือนข้อความใหม่จากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่ข้อความสั้น ๆ นั้นกลับทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงทันที
*“ระวังตัวไว้ให้ดี... ของที่พวกเธอซ้อมอยู่ อาจจะไม่ใช่ของพวกเธอตั้งแต่แรกก็ได้”*
รินรดานิ่งงั้น ดวงตากลมโตมองหน้าจอข้อความด้วยความตกตะลึง ปริศนาใหม่ซ้อนทับเข้ามาในเวลาที่หัวใจเธอกำลังสั่นคลอน และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องซ้อมที่คีย์เพิ่งเดินออกไป ก็กลับถูกเปิดผางเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับร่างของธันวาที่เดินยิ้มเยาะเข้ามาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประสงค์ร้าย!
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้รินรดาและเจ้าพี่คีย์คนซึนกันเข้ามาเรื่อยๆ นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 8
เมื่อรุ่นพี่ตัวร้ายเริ่มรุก
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!