เสียงไม้กลองกระทบขอบสแนร์รัวเป็นจังหวะกระชั้นชิด คล้ายกับความรู้สึกข้างในอกของรินรดาตอนนี้ที่มันกำลังเต้นรัวเร็วจนเกินควบคุม สติของเธอล่องลอยไปไกลตั้งแต่ประโยคสนทนาของรุ่นพี่ปีสามสองคนที่ยืนคุยกันอยู่หน้าห้องซ้อมดนตรีดังลอดเข้ามาในโสตประสาท
*“แก... เรื่องจริงป่ะเนี่ยที่ว่าคีย์กับดาวคณะนิเทศจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ ช่วงนี้?”*
*“จริงดิ เห็นว่ารุ่นพี่ฝั่งนั้นเอาขนมมาฝากที่ห้องซ้อมทุกวัน แถมตอนเลิกซ้อม คีย์ยังเดินไปส่งที่ตึกคณะอีกต่างหาก น่าอิจฉาชะมัดคนสวยขาเนี่ย”*
มือกลองสาวหยุดมือลงกะทันหัน เสียงหวดกลองชุดจึงขาดหายไปกลางคัน จนมินท์ที่กำลังดีดเบสอยู่ข้างๆ ต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจแล้วเดินเข้ามาสะกิดไหล่เบาๆ
"เป็นอะไรยัยรินตีผิดจังหวะไปหลายรอบแล้วนะ หูดับไปแล้วเหรอ หรือว่าคิดถึงมือกีตาร์ปากจัดแถวนี้จนมือไม้สั่น?" มินท์เอ่ยแซวตามประสาเพื่อนสนิทตัวชง พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"เปล่าสักหน่อย มือมันแค่เกร็งๆ" รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าคมเชิดขึ้นตามนิสัยส่วนตัวที่ไม่เคยยอมแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น เธอกำไม้กลองในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว แม้ปากจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนมีก้อนสะเก็ดไฟร้อนๆ มาสุมอยู่ตรงอก
ให้ตายสิ... จะไปไหนมาไหนกับใคร มันก็เรื่องของเขาสل... เขาไม่ใช่แฟนเธอสักหน่อย!
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อขับไล่ความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนในอก เธอเกลียดความรู้สึกแบบนี้ที่สุด ความรู้สึกที่เหมือนตัวเองกำลังพ่ายแพ้ให้กับข่าวลือไร้สาระ ทั้งที่ปฏิญาณตนไว้แล้วว่าจะโฟกัสแค่เรื่องวงดนตรีและการประกวดปลายภาคนี้เท่านั้น
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกห้องซ้อมดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างสูงโปร่งของมือกีตาร์อัจฉริยะ เจ้าของฉายา "ซึนเดเระตัวพ่อ" ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีมาดมั่นตามเคย ร่างสูงอยู่ในเสื้อฮู้ดสีดำตัวเก่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของมือกลองสาวที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่หลังชุดกลอง
"ซ้อมกันอีท่าไหน เสียงเพี้ยนจนหูฉันเกือบพังตั้งแต่เดินมาถึงหน้าตึก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามา ประโยคแรกก็หาเรื่องแขวะตามสไตล์คนปากร้ายที่ไม่มีคำว่าหวานหลุดออกมาจากปากง่ายๆ
รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองคีย์ทันที ความหงุดหงิดจากข่าวลือเมื่อครู่ถูกดึงมาเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี "ถ้าเสียงมันแสบแก้วทัศนคติของรุ่นพี่มากนัก ก็เชิญไปฟังเสียงเพราะๆ จากดาวคณะนิเทศนู่นสิครับ จะมาทนฟังเสียงดนตรีบ้านๆ ของวงพวกเราทำไม"
คำพูดประชดประชันหลุดจากปากรินรดาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงติดจะห้วนจัดจนคนฟังถึงกับชะงักไปชั่วขณะ คีย์ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าบึ้งตึงของหญิงสาวด้วยความงุนงงกับปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
"เธอเป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย อยู่ๆ ก็มาประชดประชัน ฉันไปทำอะไรให้เธอกินรังแตนมาอีกรอบรึไง?" คีย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเรื่อยๆ จนเหลือระยะห่างแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยแตะจมูก รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แต่แววตากลับไม่ได้มีความหวั่นไหวเหมือนเคย มีเพียงความดื้อรั้นที่ซ่อนความน้อยใจเอาไว้ลึกๆ
"เปล่าหนนิ! ฉันจะไปบ้าอะไรเล่า ใครจะไปว่างบ้าบอเหมือนรุ่นพี่ที่มีสาวสวยระดับดาวคณะคอยเอาอกเอาใจ เอาขนมมาส่งถึงที่ห้องซ้อมกันล่ะ" รินรดาเผลอหลุดปากพูดออกไปด้วยความหมั่นไส้ ผสมความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธหัวชนฝา
คีย์นิ่งงันไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเขิน) อย่างนึกสนุก
"อ๋อ..." คีย์ลากเสียงยาวในลำคอ ดวงตาพราวระยับขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "นี่กำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่เหรอ หืม? หรือว่า... กำลังหึงฉันอยู่รึไงครับคุณมือกลอง"
"ใครหึง! อย่ามาหลงตัวเองนะรุ่นพี่! ฉันแค่... ฉันแค่หมั่นไส้คนเจ้าชู้ที่ชอบทำตัวบริหารเสน่ห์ไปเรื่อยต่างหากเล่า!" รินรดาเถียงกลับทันควัน ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อโดนจี้จุดเข้าอย่างจัง เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตารู้ทันคู่นั้น
"หึ ปากบอกไม่ แต่หน้านี่แดงไปถึงใบหูแล้วมั้งนั่น" คีย์หัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจ ความซึนเดเระในตัวเขาทำงานทันทีเมื่อเห็นอาการพยศของอีกฝ่าย มือหนายื่นออกไปหมายจะบีบแก้มนวลที่พองลมด้วยความงอน แต่รินรดาไวตัวกว่า เธอยกไม้กลองขึ้นมาขู่ตรงหน้าเขาพอดี
"ถอยไปเลยนะรุ่นพี่! อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวฉัน บอกไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละ อยากไปไหนก็ไปซì!"
รินรดาผลักอกแกร่งเบาๆ เพื่อให้ถอยห่าง แต่คีย์กลับไม่สะทกสะท้านแถมยังขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนแผ่นหลังของเธอลามไปติดกับราวโลหะของชุดกลอง บรรยากาศรอบตัวเริ่มแคบลงทุกที แรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่ทำงานอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางสายตาของมินท์ที่แอบยืนยิ้มกริ่มอยู่ที่มุมห้องก่อนจะค่อยๆ เดินเลี่ยงหลบออกไปเงียบๆ เพื่อเปิดทางให้คนปากแข็งสองคนได้เคลียร์ใจกัน
คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใส น้ำเสียงที่เคยติดจะกวนประสาทเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความทุ้มนุ่มลึกและจริงจังจนหัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ
"เรื่องดาวคณะอะไรนั่น... ฉันไม่เคยสนใจสักนิด" คีย์กระซิบชิดริมหู เสียงทريบต่ำนั้นสั่นประสาทคนฟังให้ละลายได้ง่ายๆ "คนที่ฉันยอมเดินไปส่งทุกวัน... มีแค่คนปากเก่งแถวนี้คนเดียวต่างหากล่ะครับ"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดธรรมดาแต่กลับมีอานุภาพทำลายล้างความรู้สึกน้อยใจทั้งหมดให้พังทลายลงในพริบตาเดียว เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วร่าง สมองขาวโพลนคิดคำเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ทว่าในจังหวะที่หัวใจกำลังจะยอมจำนนให้กับความหวานปนซึนของมือกีตาร์หนุ่ม จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระชากอย่างแรงก็ดังแทรกขึ้นขัดจังหวะสำคัญเข้าอย่างจัง!
"พี่คีย์ครับ! แย่แล้วครับ ทางห้องบันทึกเสียงใหญ่เกิดเรื่องใหญ่แล้ว...!"
เสียงตะโกนหอบแฮกของรุ่นน้องในชมรมดนตรีดังลั่นห้อง พร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่พุ่งพรวดเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งคู่ด้วยใบหน้าซีดเผือด!
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไป...)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้ซึนเดเระกับยัยตัวแสบของเราในตอนนี้นะครับ
เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 9
ข่าวลือที่ไม่อยากฟัง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!