เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 18

ความลับของคีย์

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“เธอ... ไปขอความช่วยเหลือจากมันลับหลังฉันอย่างนั้นเหรอ รินรดา?” ประโยคคำถามที่ถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกของคีย์ ยังคงดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของผม... อ่า หมายถึงในความรู้สึกของรินรดาขณะนี้ ดวงตากลมโตของมือกลองสาววาวโรจน์ขึ้นทันที เธอไม่ได้สะดุ้งหวาดกลัวต่อแววตาดุดันที่อีกฝ่ายส่งมาให้แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวร่างสูงโปร่งของมือกีตาร์หนุ่มอัจฉริยะที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังห้องซ้อมดนตรีด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง “แล้วไง?” รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มหยันที่มักจะใช้กวนประสาทเขาได้เสมอ “ในเมื่อคนปากแข็งอย่างนายเอาแต่เก็บปัญหาไว้คนเดียวแถมยังทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาล คิดว่าแบกโลกไว้คนเดียวเท่มากหรือไง ถึงได้ไม่ยอมปริปากบอกใครสักคำ!” “เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน!” คีย์กระแทกเสียงใส่ ดวงตาคมกริบฉายแวววuวายและขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด สันจاوโด่งคมเป็นสันนูนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าเรื่องวงกับเรื่องส่วนตัวมันคนละเรื่องกัน แล้วเธอไปสุมหัวอะไรกับไอ้ธันวา... รู้จักมันน้อยไปหรือไง หะ?” “ฉันไม่ได้สุมหัว!” รินรดาตบโต๊ะเสียงดังลั่นห้องซ้อมจนกีตาร์โปร่งที่วางอยู่บนขาตั้งถึงกับสั่นสะเทือน “ฉันแค่ไปคุยกับมันให้เคลียร์เรื่องคิวงานของเทศกาลดนตรีมหาลัย แล้วบังเอิญ... เออ บังเอิญได้ยินเรื่องที่นายกำลังจะยื่นใบลาออกจากชมรมต่างหากเล่า!” บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบกริบลงในทันที คีย์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยดุดันและแข็งกร้าวไหววูบลงอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบซ่อนมันไว้ใต้แพขนตายาวหนา เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนเด่นชัด มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความจริงที่ถูกกระชากออกมากลางอากาศทำให้ห้องซ้อมแคบๆ นี้อึดอัดขึ้นมาถนัดตา “นายจะลาออกจากชมรมจริงเหรอ... คีย์?” น้ำเสียงของรินรดาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสั่นไหวบางเบา เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนหันหลังให้ ท่าทางดื้อรั้นและปากจัดที่เคยเห็นหายวับไป เหลือเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังแบกรับแรงกดดันมหาศาลจากครอบครัวไว้บนบ่า คีย์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่มีคำปฏิเสธ ไม่มีคำแก้ตัว มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกที่หนักหน่วงสะท้อนความตึงเครียด “เพราะเรื่องบริษัทนำเข้าอะไหล่เครื่องจักรของที่บ้านใช่ไหม?” รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เธอเว้นระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความอับชื้นของห้องซ้อมลอยวนอยู่ในอากาศ “เพราะพ่อแม่นายต้องการให้เลิกเล่นดนตรีไร้สาระแล้วไปเรียนต่อบริหารธุรกิจที่ต่างประเทศ นายถึงต้องยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ?” “เธอไม่เข้าใจหรอก รินรดา” คีย์หันกลับมาเผชิญหน้าอีกครั้ง คราวนี้แววตาของเขาไม่ได้มีแต่ความโกรธ แต่มันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น “โลกของเธอมันมีแค่เสียงกลอง จังหวะดนตรี และความฝันที่อยากจะก้าวขึ้นไปยืนบนสเตจใหญ่โต แต่โลกของฉัน... มันมีครอบครัวที่คาดหวังให้ฉันเป็นทายาททางธุรกิจ ไม่ใช่ไอ้เด็กมือกีตาร์ไก่กาที่เอาแต่ดีดสายกีตาร์ไปวันๆ” “ใครบอกว่านายเป็นแค่เด็กมือกีตาร์ไก่กาล่ะ!” รินรดาโพล่งออกมาเสียงดัง แววตาดื้อรั้นคู่นั้นรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ โดยที่เธอพยายามกะพริบตาไล่ความอ่อนแอนั้นกลับเข้าไป “ถ้านายไม่มีเสียงกีตาร์ของนายวงเราจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ยังไง ความฝันบ้าบอนี่... มันเป็นของพวกเราทุกคนนะเว้ย คีย์! นายจะยอมโยนมันทิ้งไปง่ายๆ แค่เพราะคำสั่งของพ่อแม่แค่นั้นเหรอ!” หัวใจของคีย์กระตุกวูบ ภาพของรินรดาที่กำลังยืนจ้องหน้าเขาด้วยแววตาจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความหวัง ทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายทำงานผิดจังหวะอย่างรุนแรง ผู้หญิงคนนี้... ปากเก่ง ทันคน ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่กลับมายืนร้องไห้(ในใจ)เพื่อทวงความฝันของเขาคืน “แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง?” คีย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ไออุ่นจากร่างกายของเขาลอยปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ “ขัดคำสั่งพ่อแม่เหรอ? ออกจากบ้านไปตายเอาดาบหน้า? เธอคิดว่าชีวิตจริงมันง่ายเหมือนในเพลงร็อกที่พวกเราเล่นกันหรือไง รินรดา!” “อย่างน้อย... นายก็ต้องสู้เพื่อตัวเองบ้างสิ!” รินรดายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่มือเธอกลับถูกมือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมืออย่างรวดเร็ว แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและเต็มไปด้วยความสั่นไหว ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันแนบแน่น ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เคมีที่เคยปะทะกันด้วยความซึนและปากร้าย บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน “ถ้าฉันสู้... แล้วพวกท่านตัดหางปล่อยวัดล่ะ?” เสียงของคีย์แผ่วเบาลง นัยน์ตาคมเข้มฉายแววความกังวลที่แทบไม่เคยแสดงให้ใครเห็น “ฉันจะเอาอะไรมาดูแลวง... เอาอะไรมาดูแล... คนที่ฉันอยากดูแล?” ประโยคสุดท้ายเขากลืนคำพูดบางอย่างลงคอไป แต่นัยน์ตาสื่อความหมายลึกซึ้งจนรินรดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเขายิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของมือกลองสาวเริ่มกระเจิดกระเจิง “นาย... หมายถึงใคร?” รินรดาถามเสียงสั่น พยายามดึงมือตัวเองกลับแต่คีย์กลับกระชับข้อมือแน่นขึ้นกว่าเดิม “ก็หมายถึง...” “พี่คีย์! ริน!” เสียงใสแจ๋วของมินท์ มือเบสสาวเพื่อนสนิทที่พังประตูห้องซ้อมเข้ามาอย่างกะทันหัน พร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือในมือสั่นระริก “ตายแล้วพวกเธอ! รีบมาดูนี่เร็ว! เพลงใหม่ที่เราอัดไว้ถูกปล่อยหลุดในอินเทอร์เน็ตแล้วแถมยอดวิวพุ่งกระฉูดทะลุแสนแตกไปแล้ว!” คีย์และรินรดาสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันแทบไม่ทัน รินรด้ารีบก้มหน้าซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำ ส่วนคีย์หันไปเสยผมลวกๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ตั้งสติกับข่าวช็อกเรื่องเพลงหลุด ทันใดนั้น ประตูห้องซ้อมดนตรีบานเดิมก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงโปร่งของ "ธันวา" นักร้องนำวงคู่แข่งที่เดินยิ้มเยาะเข้ามาพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งในมือ “อุ๊ย ขอโทษทีที่ขัดจังหวะความหวานนะ...” ธันวาปรายตามองคีย์กับรินรดาสลับกันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ดูเหมือนว่า... พินัยกรรมทางการเงินของชมรม และสิทธิ์ในการใช้ชื่อวง ‘เดซิเบล’ ตอนนี้... จะตกเป็นของฉันคนเดียวแล้วล่ะนะ คีย์” ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางไปกับเสียงดนตรีและจังหวะหัวใจของพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%