เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 15

ความหวังของวง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“ถ้าจะสวีทกัน ช่วยย้ายไปทำนอกห้องซ้อมหน่อยครับ พอดีผมอิจฉาจนแสบตาไปหมดแล้ว” เสียงกวนประสาทของธันวา, นักร้องนำวง ‘Overdose’ คู่ปรับตลอดกาลดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่ส่องตรงเข้ามารabองหน้าคีย์และรินรดาอย่างจัง บรรยากาศอึมครึมปนความหวานซึ้งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้าจนตื่นจากภวังค์ รินรดาสะดุ้งสุดตัว สติที่กระจัดกระจายกลับเข้าร่าง เธอรีบผลักอกมือกีตาร์หนุ่มรุ่นพี่ออกห่างทันที แรงกระแทกนั้นมากพอทำให้คีย์ที่ยังทรงตัวไม่ดีเพราะอาการมึนงงเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติมักจะเรียบตึงบัดนี้ขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู แต่ชายหนุ่มยังคงรักษาฟอร์ม ปรับสีหน้าให้กลับมาบึ้งตึงได้อย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย “ใครสวีท? ตาแกมีปัญหาหรือไงธันวา” รินรดาแหวใส่ทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนพวงแก้ม ดวงตากลมโตตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ “แล้วนายเข้ามาในตึกนี้ได้ยังไง นี่มันเขตห้องซ้อมของพวกฉัน” “ประตูไม่ได้ล็อก... อีกอย่าง ฉันแค่มารubของที่ลืมไว้” ธันวาเดินยิ้มกริ่มเข้ามาในห้องซ้อม ร่างสูงโปร่งในชุดไปรท์สุดเนี้ยบกวาดสายตามองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ดนตรี ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่คีย์ซึ่งยืนกอดอกตีสีหน้ายักษ์ใส่เขาอยู่มุมห้อง “ไม่คิดเลยนะว่ามือกีตาร์อัจฉริยะผู้หยิ่งทะนง จะลดตัวมาเล่นดนตรีในห้องซ้อมเก่าๆ กับเด็กปีหนึ่งแถมยัง... เอ่อ สภาพดูไม่ได้เลยว่ะ” “หุบปากแล้วไสหัวไปซะ ถ้าไม่อยากให้กีตาร์ในมือฉันฟาดหน้าผากนาย” คีย์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาคมกริบฉายแววอันตรายราวกับเสือซุ่มที่กำลังถูกล้ำ รินรดาลอบมองใบหน้าด้านข้างของรุ่นพี่หนุ่ม หัวใจเจ้ากรรมเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อนึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนเมื่อครู่ แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความปากจัดของเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายามที่คีย์ปกป้องวงหรือแสดงความจริงจังออกมา มันมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดสายตาเธออย่างประหลาด “ใจเย็นน่าคีย์ นายจะเดือดทำไมในเมื่อความจริงก็คือความจริง” ธันวาไหล่ง์อย่างไม่ยี่ห้อ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ว่าแต่ข้อเสนอของฉันเมื่ออาทิตย์ก่อน เธอยังเก็บไปคิดอยู่หรือเปล่ารินรดา? มาเป็นมือกลองรับMให้วงฉัน รับรองว่าเธอจะได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง ไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งปลุกปั้นวงสมัครเล่นที่ไม่มีวันดังหรอก เสียเวลาเปล่า” คำพูดของธันวาเหมือนเป็นการจุดชนวนระเบิดเวลาในห้องซ้อม บรรยากาศอุณหภูมิลดฮวบทันที รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำเรื่องที่วงคู่แข่งพยายามกลั่นแกล้งและดูถูกความฝันของเธอกับเพื่อนๆ ย้อนกลับมาฉายชัดในหัว เธอเงยหน้าขึ้นสบตาธันวาด้วยแววตาแข็งกร้าว ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น “คำก็วงสมัครเล่น สองคำก็ไม่มีวันดัง...” รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวาโดยมีคีย์ขยับเข้ามาดึงแขนเธอไว้เบาๆ เป็นเชิงปราม แต่หญิงสาวสะบัดออกเบาๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นสู้ “ฟังให้ดีนะธันวา คนอย่างฉัน ‘รินรดา’ ต่อให้ต้องตีกลองจนมือแตกเป็นแผล หรือห้องซ้อมนี้จะไม่มีแม้แต่ไฟเปิด ฉันก็ไม่มีวันไปเหยียบเวทีเดียวกับคนไร้น้ำยาอย่างนายเด็ดขาด!” ธันวาหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบฉายแววไม่พอใจที่ถูกเด็กปีหนึ่งหักหน้า “ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝันก็แล้วกัน แล้วเราจะได้เห็นว่าพวกเธอจะเอาอะไรไปแข่งในงานมหาวิทยาลัยเดือนหน้า!” พูดจบ ธันวาก็สะบัดตัวเดินออกจากห้องซ้อมไปอย่างหัวเสีย เสียงปิดประตูปังใหญ่สะท้อนก้องไปทั่วตึกเก่า ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องซ้อมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ยังคงหอบถี่ รินรดายืนนิ่ง พยายามควบคุมอารมณ์กรุ่นโกรธที่ยังค้างคาอยู่ในอก ก่อนที่เธอจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นที่หัวไหล่ “เธอ... เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เสียงทุ้มต่ำของคีย์เอ่ยถามเบาๆ น้ำเสียงนั้นปราศจากความเย่อหยิ่งและคำพูดจิกกัด มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความเก๊กของเจ้าตัว รินรดาหันไปมองคีย์ ดวงตากลมโตไหวระริกเล็กน้อย เธอส่ายหน้าช้าๆ “ฉันไม่เป็นไร... แต่คำพูดของหมอนั่นมันน่าโมโหชะมัด” คีย์ถอนหายใจยาว แววตาคมมองลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาว ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกยิ้มมุมปากในแบบฉบับของเจ้าตัว “ถ้าเจ็บใจนัก ก็พิสูจน์ให้มันเห็นสิ” “หะ... พิสูจน์ยังไง?” มือกีตาร์หนุ่มเดินไปหยิบกีตาร์โปร่งคู่ใจขึ้นมาสะพาย นิ้วเรียวยาวดีดคอร์ดเปิดเพลงจังหวะสนุกสนานที่เขาเพิ่งแต่งขึ้นสดๆ ร้อนๆ เสียงดนตรีสดใสประสานกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดของห้องซ้อม “รวมวงกันอย่างเป็นทางการซะทีสิ รินรดา... เลิกฟอร์มแล้วมาพิสูจน์ให้ไอ้พวกนั้นเห็นว่า ‘เดซิเบล’ ของพวกเรา จะแผดเผาเวทีให้ราบคาบได้ยังไง” รินรดานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏบนใบหน้าสวย เธอก้าวฉับๆ ไปหยิบไม้กลองคู่ใจขึ้นมาหมุนควงเล่นด้วยความมั่นใจ ไฟแห่งความฝันลุกโชนขึ้นในอกอีกครั้งอย่างไร้ขีดจำกัด “ตกลงค่ะ... เอ้ย! ตกลงครับรุ่นพี่!” รินรดาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยก่อนจะรีบแก้เขิน แต่คีย์กลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยพลังงานบวกและการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของวงดนตรี เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคีย์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ มือกีตาร์หนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความบนหน้าจอที่ส่งมาจากเบอร์แปลกปลอม *‘ยินดีด้วยกับการฟอร์มวง... แต่อย่าลืมนะว่า เพลงเอกที่พวกเธอจะใช้แข่ง ถูกจดลิขสิทธิ์เป็นของฉันเรียบร้อยแล้ว’* รินรดาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นสีหน้าของคีย์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว “มีอะไรเหรอคีย์ ใครส่งอะไรมา?” คีย์ลดโทรศัพท์ลงช้าๆ นัยน์ตาคู่คมฉายแววกรุ่นโกรธที่ยากจะระงับ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยความรู้สึกผิดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “เพลงที่เราจะใช้แข่ง... ถูกขโมยไปแล้ว” ---------------------------------------- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาซับพอร์ตวงดนตรีและหัวใจของพี่คีย์กับน้องรินรดานะครับ)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%