"เลิกทำหน้าเหมือนคนกินยาขมปี๋สักทีเถอะยัยตัวแสบ ฉันไม่ได้จะพาเธอไปลานประหารนะ"
เสียงทุ้มติดจะหงุดหงิดตามเคยของคีย์ดังขึ้น ทำลายความเงียบในห้องซ้อมดนตรีส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของฝุ่นไม้และหยาดเหงื่อ รินรดาชะงักมือที่กำลังเก็บไม้กลองลงกระเป๋า เธอตวัดสายตากลับไปมองมือกีตาร์หนุ่มอัจฉริยะที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยท่าทางกวนประสาท ทว่าแววตาคู่คมนั้นกลับไหววูบประหลาด ราวกับกำลังปกปิดความร้อนรนบางอย่างไว้ภายใต้หน้ากากความซึนเดเระที่สวมไว้จนแนบเนียน
"ฉันจะทำหน้ายังไงมันก็เรื่องของฉัน ปากจัดแบบนี้นี่แหละที่ทำให้วงเราเกือบไม่ได้ซ้อมเพราะนายมัวแต่ยืนบ่นเป็นคนแก่" รินรดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงเจือความถือดีตามประสาคนไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ในใจลึกๆ เธอกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่ยืนอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้
นี่คือตอนที่ 28 ของเส้นทางดนตรีที่พวกเขากำลังร่วมกันสร้าง และมันเป็นครั้งแรกที่รินรดาตระหนักว่า ระยะห่างระหว่างเธอกับคีย์มันแคบลงจนน่าตกใจ ตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะคารมกับธันวาและวงคู่แข่งในสัปดาห์ก่อน คีย์คือคนที่ยืนอยู่เคียงข้างและปกป้องเธอด้วยวิธีการกวนๆ แต่หนักแน่นเสมอ
"ถ้าฉันแก่แล้วใครจะคอยมานั่งตบะแตกเพราะความเป็นห่วงเธอเล่า" คีย์พึมพำเบาๆ แต่เสียงนั้นลอดผ่านไรฟันด้วยความเร็วที่ทำเอาคนฟังต้องขมวดคิ้ว
"นายว่าอะไรนะ?" รินรดาหันขวับ ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความสงสัย
"เปล่า! ฉันบอกว่า รีบเก็บของเธอก็ดี มินท์กับไอ้พวกนั้นมันไปรอที่ร้านกาแฟหน้ามอแล้ว จะกลับด้วยกันไหมล่ะ หรือจะอยู่ซ้อมตีกลองจนมือแตกเล่นๆ อีกรอบ" คีย์เปลี่ยนเรื่องทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความเก้อเขิน รินรดาแอบเบะปากใส่แผ่นหลังกว้างนั้น แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล
ความเป็นจริงเริ่มกัดกินความรู้สึกของคีย์อย่างเงียบๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาชินกับการเป็นศูนย์กลางของความสนใจ เป็นมือกีตาร์เทวดาที่ใครก็เข้าไม่ถึง และทำตามความคาดหวังอันหนักอึ้งของครอบครัวจนแทบไม่มีพื้นที่ให้หายใจ จนกระทั่งยัยมือกลองปากเก่งคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต พังทลายกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นทีละน้อยด้วยเสียงกลองที่หนักแน่นและรอยยิ้มที่ไม่เคยเกรงกลัวใคร
ในวินาทีที่ธันวาพยายามเข้ามาปั่นหัวรินรดา ภาพที่รินรดายืนหยัดสู้กลับอย่างไม่ลดละทำให้คีย์ตระหนักได้ชัดเจน... เขากลัว กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะหายไปจากวงโคจรของเขา กลัวว่ารอยยิ้มกวนๆ และแววตาท้าทายคู่นั้นจะไปส่งยิ้มให้คนอื่นที่ไม่ใช่เขา
"คีย์" เสียงหวานใสเอ่ยเรียกเบาๆ ทำให้คีย์สะดุ้งเล็กน้อย เขาหันกลับมาสบตาเธอกะทันหัน
"อะไรอีก?"
"ช่วงนี้นาย... แปลกไปนะ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่ก้าวเดียว แววตาของเธอไม่มีความถือดีหลงเหลืออยู่ มีเพียงความสงสัยใคร่รู้ที่เจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "นายดู... เป็นห่วงฉันเกินกว่าที่รุ่นพี่จอมเผด็จการเขาทำกัน"
คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองชุดที่รินรดากระหน่ำตีในเพลงเร็ว เขาสบตาเข้ากับดวงตาสองชั้นที่ฉายแววรู้ทัน ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับสัปดาห์กำลังจะทะลักออกมาทางคำพูด แต่วิสัยของคนปากแข็งอย่างเขามีหรือจะยอมจำนนโดยง่าย
"หลงตัวเองน่ารินรดา ฉันก็แค่ไม่อยากให้มือกลองวงตัวเองสติแตกแล้วตีเพี้ยนจนงานพังต่างหาก ขืนเธอเล่นกาก ฉันก็ซวยไปด้วยสิ"
"ปากแข็งชะมัด" รินรดาพึมพำอย่างหมั่นไส้ เธอย่นจมูกใส่เขาอย่างน่ารัก "ถ้าปากตรงกับใจสักนิด นายคงไม่ยืนหน้าแดงอยู่แบบนี้หรอกมั้งรุ่นพี่"
"ใครหน้าแดง! ห้องซ้อมมันร้อนต่างหากเล่า!" คีย์เถียงเสียงดังกลบเกลื่อน พลางเสมองเพดานเพื่อหลบสายตาจับผิดนั้น แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงก่ำของเขากลับฟ้องทุกอย่างอย่างชัดเจน
จังหวะนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เงียบลงอย่างกะทันหัน เสียงดนตรีจากห้องข้างๆ เงียบเสียงลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ดังสอดประสานกัน คีย์มองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้มองเธอเป็นแค่น้องปีหนึ่งในวงดนตรีอีกต่อไปแล้ว รินรดาได้กลายเป็นจังหวะชีวิตบทใหม่ที่เขาไม่อمكنสูญเสียมันไปเด็ดขาด
"รินรดา..." คีย์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันนุ่มนวลขึ้น ทุ้มต่ำลง และจริงจังจนรินรดาต้องชะงักคำพูดทั้งหมดค้างไว้ในลำคอ
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งนาน โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนในพื้นที่แคบๆ นี้ คีย์ค่อยๆ ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ มือหนายกขึ้นปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้รินรดาตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมด คำพูดจาเผ็ดร้อนที่เคยมีหายเกลี้ยง
"ฉันไม่ได้..." คีย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้า ดวงตาคู่คมจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "ฉันไม่ได้เป็นห่วงเธอในฐานะรุ่นพี่หรอกนะ... ริน"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ คำว่า 'ริน' ที่หลุดออกมาจากปากของคนปากจัด ทำให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วอก เธออ้าปากค้างเล็กน้อย สมองประมวลผลไม่ทันกับความตรงไปตรงมาที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาจากปากผู้ชายคนนี้
ทว่า ก่อนที่ประโยคสารภาพความรู้สึกที่แท้จริงของคีย์จะถูกเอื้อนเอ่ยจนจบประโยค...
*ปัง!*
ประตูห้องซ้อมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของมินท์ มือเบสสาวเพื่อนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือ โดยมีสีหน้าซีดเผือดจนผิดปกติ
"ริน! คีย์!แย่แล้ว..." มินท์หอบหายใจโยนโทรศัพท์หน้าจอแตกให้พวกเขาดู "คลิปซ้อมดนตรีของเราเมื่อวานถูกตัดต่อบิดเบือนแล้วปล่อยลงเพจสาธารณะของมหาลัย! ตอนนี้คนแชร์ไปเป็นพันแล้ว และธันวากับวงของมันกำลังประกาศท้าดวลเรากลางฟอรั่มคณะ เร่งให้เราถอนตัวจากการประกวดเย็นนี้!"
คีย์ขมวดคิ้วมุ่น ความอ่อนโยนเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา แววตาของมือกีตาร์หนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันราวกับพายุที่พร้อมจะพัดถล่มทุกอย่างที่ขวางหน้า เขาหันกลับมามองรินรดานิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังรู้ว่า สงครามจริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
"เตรียมไม้กลองของเธอให้พร้อม... เพราะฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบศักดิ์ศรีของเธอเด็ดขาด"
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาซับportความฟินและความซึนของพี่คีย์กับน้องรินด้วยกันเสมอนะครับ*
เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 28
ยอมรับหัวใจตัวเอง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!