กระดาษตารางรายชื่อวงดนตรีในมือถูกขยำจนยับยู่ยี่ด้วยแรงอารมณ์ของคนถือ รินรดายืนจ้องกระดาษแผ่นนั้นราวกับมันเป็นศัตรูตัวฉกาจที่เพิ่งลอบแทงข้างหลังเธอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความไม่พอใจจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้อยู่แล้ว เสียงหัวเราะเยาะเบาๆ จากรอบห้องประชุมชมรมดนตรีสากลยิ่งทำให้เส้นเลือดที่ขมับของเธอเต้นตุบๆ
"ไม่มีทาง ฉันไม่ทางร่วมวงกับคนปากเสียแบบนี้เด็ดขาด"
เสียงใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ รินรดาตวัดสายตาคมกริบไปยังร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ฝั่งตรงข้าม
คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเจ้าเล่ห์ปรากฏรอยยิ้มมุมปากที่เธอมองว่ามันน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก เขากวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีประเมินค่า ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เชิงดูแคลน
"เธอคิดว่าฉันอยากเล่นดนตรีร่วมกับยัยเด็กปากดีที่ตีกลองเหมือนคนบ้านับปะรดหรือไง รินรดา" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้าแหย่ตั้งใจกวนประสาท "ถ้าเลือกได้ ฉันไปยืนดีดกีตาร์คนเดียวกลางสยามยังดูรื่นหูกว่าต้องมาทนฟังเสียงกลองเพี้ยนๆ ของเธอซ้อมร่วมกันหรอกนะ"
"นี่นาย!" รินรดาก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างสูงทันที ความโกรธทำให้เธอลืมระยะห่างระหว่างกันไปเสียสนิท "กลองฉันไม่เคยเพี้ยน! แต่ปากนายต่างหากที่สมควรเอาเทปพันสายไฟมาแปิดไว้ซะ! ประธานชมรมเอาสมองส่วนไหนคิดถึงได้จับฉันมาอยู่ร่วมวงเดียวกับมือกีตาร์โรคจิตประสาทกินอย่างนายเนี่ย!"
ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบอีกครั้ง มินท์ มือเบสสาวเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อรินรดาเบาๆ พร้อมกับส่งสายตาเตือนสติว่าให้เกรงใจบรรדתอาวุโสในห้องบ้าง แต่รินรดาลงสนามอารมณ์ไปแล้ว เธอกำหมัดแน่น จ้องมองใบหน้าของคีย์ที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้รินรดาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่มวนโปรดที่อีกฝ่ายชอบสูบหลังตึกคณะ มันไม่ใช่กลิ่นฉุน แต่กลับทรงพลังและทำให้ลมหายใจเธอดสะดุดไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย
คีย์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบสีนิลมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ประกายในแววตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความกวนประสาทตามเดิม
"ใกล้ไปแล้วยัยเตี้ย... หรือว่าเธอแอบพิสมัยหน้าหล่อๆ ของฉันจนอยากจะเปลี่ยนจากกอดไม้กลองมาเป็นกอดฉันแทน" คีย์กระซิบด้วยน้ำเสียงกระอ่อนที่ทำเอาคนฟังอยากจะยกส้นสูงขึ้นมาประทับรอยรองเท้าบนหน้าผากเขาเสียจริง
"เพ้อเจ้อ! ถอยไปนะ ไอ้รุ่นพี่หลงตัวเอง!" รินรดาผลักอกแกร่งออกไปเต็มแรงจนคีย์เซถอยหลังไปสองก้าว แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีราวกับว่าการได้กวนประสาทเธอมันคือความสุขที่สุดในชีวิตประจำวัน
ประธานชมรมที่นั่งกุมขมับอยู่หัวโต๊ะรีบกระแอมไอเสียงดังเพื่อยุติสงครามประสาทที่กำลังจะบานปลาย
"เอาล่ะๆ พอได้แล้วทั้งคู่!" เสียงทุ้มของประธานชมรมเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย "พวกเธอสองคนคือเสาหลักของโชว์เคสประจำปีนี้ รินรดา มือกลองฝีมือเยี่ยม กับ คีย์ มือกีตาร์อัจฉริยะที่ทำคะแนนโหวตสูงสุด ถ้าพวกเธอไม่ยอมรวมวงกันแล้วทำโชว์ให้ออกมาปังที่สุด ชมรมเราโดนตัดงบสนับสนุนแน่ๆ เพราะฉะนั้น... ไม่มีข้อแม้ ไม่มีการเปลี่ยนตัว ประกาศจากชมรมคือเด็ดขาด พวกเธอต้องไปซ้อมห้องเดียวกัน เริ่มตั้งแต่วันนี้!"
สิ้นเสียงประกาศิต รินรดาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองประธานชมรมสลับกับคีย์ทันที
"ห้องซ้อมส่วนตัว? หมายความว่าไงคะพี่!"
"หมายความว่าพวกเธอต้องใช้ห้องซ้อมสตูดิโอ 3 ร่วมกันไงล่ะ ห้องนั้นเก็บเสียงดีที่สุด และมีอุปกรณ์ครบครันที่สุด ไปเคลียร์กันเอาเองว่าจะจัดการอีโก้ของตัวเองยังไงให้งานมันเดินหน้าได้" ประธานชมรมตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เก็บเอกสารใส่แฟ้มแล้วลุกเดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้สมาชิกคนอื่นๆ ทยอยเดินเลี่ยงหลบรัศมีสังหารของคนทั้งคู่จนหมด
ตอนนี้ในห้องประชุมจึงเหลือเพียงรินรดา มินท์ และคีย์
มินท์สะกิดแขนรินรดาเบาๆ ส่งสายตาเจ้าเล่ห์แบบตัวชงประจำวงมาให้ "ฉันว่าก็น่าสนุกดีนะแก ได้ใกล้ชิดกับมือกีตาร์สุดฮอตของมหาลัยเชียวนะ ดีกรีเดือนคณะเลยนะเว้ย"
"แกอยากได้ก็เอาไปเลยมินท์ ฉันยกให้แถมเงินสดร้อยนึงด้วย!" รินรดาหันไปแหวใส่เพื่อนสนิท
มินท์หัวเราะคิกคักก่อนจะโบกมือลา "อุ๊ย พอดีฉันมีธุระต้องไปกินชาบูกับแฟนว่ะแก โชคดีนะเพื่อนรัก ตั้งใจซ้อมเข้าล่ะ!" พูดจบ มินท์ก็ชิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้รินรดาเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายหน้านิ่งคนเดิมเพียงลำพัง
ห้องประชุมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง รินรดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับคีย์ที่ตอนนี้ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ด้วยท่าทางสบายๆ สายตาราบเรียบแต่แฝงความหมายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
"มองทำไม หน้าฉันมีตัวหนังสือเขียนว่า 'ยอมจำนน' แปะอยู่หรือไง" รินรดาลอยหน้าลอยตาถาม กลับมาคุมเกมความมั่นใจของตัวเองได้อีกครั้ง
คีย์ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้เธอช้าๆ ทีละก้าว ความสูงที่แตกต่างกันทำให้เขาต้องก้มมองลงมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมกรงเกรง ปลายจมูกโด่งรั้นที่รั้นสมชื่อเจ้าตัวทำให้เขานึกหมั่นเขี้ยวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"เปล่า..." คีย์หยุดยืนห่างจากเธอแค่คืบเดียว เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบาจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "ฉันแค่อยلคิดว่า... ยัยเด็กปากเก่งอย่างเธอ เวลาไม่มีข้ออ้างมาเถียง จะทำหน้ายังไงเวลาอยู่กับฉันสองต่อสองในห้องซ้อมมืดๆ"
รินรดาสะدุดกึก หัวใจกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งเมื่อได้ยินน้ำเสียงและประโยคกำกวมนั้น เธอยกมือขึ้นดันแผงอกเขาไว้ทันทีเมื่อระยะห่างมันเริ่มอันตรายเกินไปต่อสุขภาพจิตของเธอเอง
"ถอยไปนะคีย์ อย่ามาพูดจาประหลาดแถวนี้ ฉันเตือนนายไว้ก่อนว่าเราเป็นแค่คู่อริร่วมวง ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น!"
คีย์ไม่ยอมถอย เขากลับเอื้อมมือยาวๆ ไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้เบาๆ ไม่ได้บีบรัดให้เจ็บ แต่เป็นสัมผัสอุ่นจัดที่ส่งผ่านผิวเนื้อจนรินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วแขน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่
"ใครบอกว่าเป็นแค่คู่อริ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมใบหู ทำเอารินรดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "เย็นนี้... สี่โมงตรง ที่สตูดิโอ 3 อย่าเบี้ยวล่ะ ไม่งั้นฉันจะไปลากเธอออกมาจากห้องนอนด้วยตัวเอง..."
รินรดายังไม่ทันได้อ้าปากด่ากลับ คีย์ก็ผละตัวออกไปพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะกวนประสาท เขากลับหลังหันแล้วเดินฮัมเพลงออกจากห้องประชุมไปอย่างไร้ความกังวล ทิ้งให้เธอยืนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (และหัวใจที่เต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห) อยู่คนเดียว
รินรดายกมือขึ้นทาบอกตัวเองที่กำลังกระหน่ำรัวราวกับตีกลองชุดในจังหวะสปีดเมทัล ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนเธอต้องสบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ นั้นออกไป
ให้ตายเถอะ! นี่เธอแพ้ทางผู้ชายปากเสียคนนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มซ้อมด้วยซ้ำเนี่ยนะ!
ประตูห้องประชุมเปิดผางขึ้นอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงของธันวา นักร้องนำวงคู่แข่งที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ถือวิสาสะเข้ามาหยิบกระดาษตารางซ้อมที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาเหยียดหยาม
"ได้ข่าวว่าเธอต้องไปรวมวงกับไอ้คีย์จอมหยิ่งนั่นเหรอ รินรดา? น่าสมเพชเป็นบ้า... วงที่ใกล้จะเจ๊งรวมกับคนอวดดี สุดท้ายก็คงไม่พ้นกลายเป็นตัวตลกของงานโชว์เคสปีนี้หรอกนะ"
รินรดาหุบยิ้มทันที แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดโกน เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวาโดยไม่เกรงกลัว รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอเองบ้าง ความโกรธเมื่อครู่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังความมั่นใจที่พร้อมจะฟาดฟัน
"ตัวตลกเหรอธันวา?" รินรดาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ... เพราะพวกฉันนี่แหละ จะเหยียบหัวพวกนายขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของเวทีโชว์เคสให้ดู!"
ธันวาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นไส้ "ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะ ยัยมือกลองตกอับ!"
รินรดายังไม่ทันได้สวนกลับคำพูดดูถูกนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงโปรดของคีย์ที่ควรจะเดินออกไปไกลแล้ว กลับยืนขวางอยู่ที่กรอบประตู ดวงตาสีนิลคู่นั้นเย็นชาและดุดันรากับพายุหมุน
คีย์สาวเท้าเข้ามาด้วยความเร็วสูง มือหนากระชากคอเสื้อของธันวาเข้าหาตัวอย่างแรงจนอีกฝ่ายหน้าเหวอด้วยความตกใจ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดเจน
"เมื่อกี้แกพูดว่าใครตกอับนะ... ธันวา?"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทที่ 2 ไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 2
ประกาศจากชมรม
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!