เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 3

สงครามคีย์บอร์ดและจังหวะกลอง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าตีกลองด้วยจังหวะที่สะเปะสะปะเหมือนสมองตอนคิดเลขไม่ออกแบบนั้น เกรงว่าสัปดาห์หน้าเราคงได้ไปยืนเคาะกะละมังข้างถนนแทนการขึ้นเวทีประกวดนะครับ คุณมือกลอง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ไม้กลองคู่เอกในมือของรินรดากระทบลงบนสแปร์ดรัมเป็นครั้งสุดท้าย กลิ่นอายความอึดอัดลอยอบอวลอยู่ในห้องซ้อมดนตรีเก็บเสียงขนาดกว้างขวางของชมพูทวีป มหาลัยชื่อดัง เครื่องปรับอากาศทำความเย็นจนติดลบ แต่ความร้อนระอุบนใบหน้าของหญิงสาวกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะทอดไข่ดาวได้ รินรดาวางไม้กลองลงบนแท่นด้วยแรงกระแทกที่ตั้งใจให้เกิดเสียงดังลั่น เธอหันขวับไปมอง ‘คีย์’ มือกีตาร์หนุ่มตัวปัญหาประจำวงที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีดำ มือเรียวสวยดีดสายกีตาร์โปร่งเบาๆ เป็นทำนองเยาะเย้ย สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองเธอด้วยความระอาแบบไม่คิดจะปิดบัง "ถ้าหูของคุณไม่ได้เสื่อมไปซะก่อน คุณน่าจะได้ยินนะว่าฉันตีตรงตามบีททุกตัวไอ้รุ่นพี่ปากเสีย!" รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอเกลียดรอยยิ้มมุมปากที่คีย์ชอบทำเป็นที่สุด มันเป็นรอยยิ้มที่ตะโกนออกมาดังๆ ว่าเขากำลังสนุกกับการกวนประสาทเธอ "ตรงบีทเหรอครับ?" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ชุดกลองช้าๆ ทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกับกลิ่นออเรียนทัลนิดๆ ลอยเข้าแตะจมูก "โน้ตตัวสุดท้ายเมื่อกี้ คุณลากยาวเกินไปครึ่งจังหวะ โน้ตมันไม่ได้รอความมั่นหน้าของคุณหรอกนะรินรดา ดนตรีมันมีกฎเกณฑ์ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาเอาชนะด้วยการทำหน้าถมึงทึงใส่ผม" "นี่คุณ!" รินรดาลุกพรวดขึ้นยืนจนเกือบจะชนอกแว่นหนาของอีกฝ่าย ความสูงของเธอไม่ได้เป็นรองผู้ชายส่วนใหญ่ในมหาลัย แต่เมื่อยืนประจันหน้ากับคีย์ในระยะประชิดแบบนี้ เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองถูกอีกฝ่ายคุกคามด้วยออร่ากดดันบางอย่างที่น่าหงุดหงิดเป็นบ้า "ถ้าเก่งนัก ทำไมไม่มาตีเองเลยล่ะครับคุณชาย! จะได้รู้ว่าการคอนโทรลทั้งจังหวะวงและคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้เผลอเอาไม้กลองฟาดหน้าคนปากจัดเนี่ยมันยากแค่ไหน!" คีย์ชะงักไปนิด ดวงตาสีนิลคู่นั้นไหววับชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยตามสไตล์ซึนเดเระตัวพ่อ เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ผมถนัดจับกีตาร์มากกว่าจะมาจับไม้กลองสั่งสอนเด็กดื้อ... โดยเฉพาะเด็กดื้อที่ชอบเถียงคำไม่ตกฟากแบบคุณ" คีย์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่มจนน่ากลัว "แล้วก็... เลิกทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าผมด้วยสายตาสักที ถึงผมจะรู้ว่าตัวเองหน้าตาดีจนคุณละสายตาไม่ได้ แต่มันเสียสมาธิในการซ้อมนะครับ" "หลงตัวเองที่สุด!" รินรดาผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายออกเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่คีย์กลับไม่ยอมขยับเขยื้อн แถมยังคว้าข้อมือเธอไว้หลวมๆ ไม่ให้ถอยหนี "พอเลยทั้งคู่! เลิกจู๋จี๋เอ๊ย! เลิกทะเลาะกันสักทีเถอะน่า!" เสียงใสๆ ของมินท์ มือเบสสาวเพื่อนสนิทตัวดีดังแทรกขึ้นมาจากมุมห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่พยายามกลั้นไว้จนตัวสั่น มินท์เดินถือขวดน้ำเข้ามาใกล้ พลางส่งสายตาแซวระยิบระยับ "นี่เพิ่งเริ่มซ้อมวันแรกนะยะ เล่นเอาบรรยากาศในห้องร้อนระอุยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีก ฉันล่ะกลัวว่าพวกเธอสองคนจะไม่ได้ขึ้นเวทีประกวด แต่จะได้ไปลงเอยกันที่ห้องปกครองซะก่อน" รินรดาชักมือตัวเองกลับทันทีเมื่อได้ยินคำแซวของเพื่อนสนิท ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้ เธอรีบหันไปคว้าขวดน้ำขึ้นมาดื่มแก้เก้อ "ใครจู๋จี๋กับเขากันมินท์! พูดจาเพ้อเจ้อ ฉันแค่กำลังสั่งสอนรุ่นพี่มารยาททรามคนนี้ต่างหากเล่า!" "ปากแข็งจริงนะเราเนี่ย" คีย์พึมพำเบาๆ แต่รินรดาก็ยังอุตส่าห์ได้ยิน เขาไหล่งั่กด้วยท่าทีไม่ยโสแต่กวนประสาท ก่อนจะเดินกลับไปหยิบกีตาร์โปร่งคู่ใจขึ้นมาพาดบ่า "เอาล่ะ พักเบรกหนาวๆ ห้ามนานเกินไป เพลง 'เดซิเบลหัวใจ' ที่เราจะใช้ประกวดรอบคัดเลือก ยังต้องปรับคอร์ดตรงท่อนฮุกอีกรอบ มินท์... เล่นเบสตามไลน์เดิม ส่วนคุณ..." คีย์ปรายตาคมกริบมาทางรินรดา "...เตรียมตัวนับจังหวะให้แม่นๆ อย่าให้ผมต้องมาบ่นซ้ำสอง" รินรดากัดริมฝีปากล่างด้วยความคับแค้นใจ อยากจะปาขวดน้ำใส่หัวมือกีตาร์ปากจัดนี่จริงๆ แต่เธอก็รู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามางอนเด็กเล่น เพราะเป้าหมายการขึ้นเวทีไปตบหน้าพวกวงคู่แข่งอย่างธันวาและผองเพื่อนนั้นสำคัญกว่าศักดิ์ศรีชั่วครู่ "เชอะ! คอยดูเถอะคีย์ ถ้าฉันตีกลองเป๊ะจนคุณหาเรื่องติไม่ได้เมื่อไหร่ คุณต้องเป็นคนเลี้ยงชาบูมื้อใหญ่ให้ฉันกับมินท์!" คีย์หยุดชะงักมือที่กำลังตั้งสายกีตาร์ เขาสบตากับเธอผ่านกระจกเงาบานใหญ่ในห้องซ้อม มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ลึกๆ จนคนมองหัวใจกระตุกวูบ "ถ้าคุณทำได้... ไม่ใช่แค่ชาบูหรอกครับ ผมยอมตามใจคุณทุกอย่างเลยก็ได้" บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบลงชั่วขณะ เคมีประหลาดบางอย่างพุ่งชนกันกลางอากาศอย่างเงียบเชียบ รินรดารู้สึกเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองเริ่มรวนเร ไม่ใช่เพราะเสียงกลองหรือเสียงเบส แต่เป็นเพราะสายตาสื่อความหมายคู่นั้นที่คีย์ส่งมา ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่ชวนให้ใจเต้นแรง ก่อนที่บานประตูห้องซ้อมจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปร่งของ ‘ธันวา’ นักร้องนำวงคู่แข่งตัวฉกาจก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแบบแบดบอย ในมือถือแผ่นกระดาษตารางซ้อมของชมรมดนตรี "โอ๊ะ ขอโทษทีครับ รบกวนเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาซ้อมของวงน้องใหม่รึเปล่าพอดีผมแค่จะเอาตารางห้องซ้อมมาแปะแจ้งเตือน แต่เห็นพวกคุณกำลัง... เอิ่ม บิ้วอารมณ์กันออกรส เลยเผลอเข้ามาขัดจังหวะซะได้" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท สายตาคมปลาทูมองกราดตั้งแต่หัวจรดเท้าของรินรดาด้วยความดูถูก ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่คีย์ที่ยืนหนึงค้ำฟ้าอยู่ข้างๆ รินรดากำไม้กลองในมือแน่นจนข้อต่องอขาว เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความโกรธพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดเมื่อเห็นหน้าศัตรูตัวฉกาจที่เคยเล่นตลกสกปรกใส่พวกเธอเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ก่อนที่รินรดาจะได้พ่นคำด่าทอใส่หน้าธันวา คีย์กลับก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าเธอไว้โดยอัตโนมัติ แผ่นหลังกว้างบังร่างของเธอให้พ้นจากสายตาคุกคามของธันวา รังสีความเย็นชาและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวมือกีตาร์หนุ่มจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา "ถ้าธุระของคุณมีแค่วางกระดาษแผ่นนั้นแล้วไสหัวออกไป ก็เชิญครับ..." คีย์เอ่ยเสียงเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาสีนิลจ้องมองธันวาด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "แต่ถ้าคิดจะมาหาเรื่องถึงถิ่นผมล่ะก็... ผมแนะนำให้ไปเคลียร์สมองกลวงๆ ของคุณซะก่อนจะเดินเข้าห้องคนอื่น" ธันวาหุบยิ้มฉับ สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีเมื่อเจอคำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ไว้หน้า "ปากดีนักนะไอ้คีย์ ระวังเถอะ... บนเวทีวันจริง วงกากๆ ของพวกแกจะไม่มีแม้แต่สิทธิ์ได้เหยียบขึ้นไปยืนข้างพวกฉัน!" ธันวากระแทกกระชันวางกระดาษลงบนโต๊ะข้างประตู ก่อนจะหันหลังเดินกระแทกเท้าออกไป ปิดประตูเสียงดังปังจนผนังห้องสั่นสะเทือน ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องซ้อมอีกครั้ง รินรดายืนมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งจะยืนปกป้องเธอเมื่อครู่ หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีวนอยู่ในอก คีย์ถอนหายใจยาวออกมาช้าๆ ก่อนจะหันกลับมามองเธอ สายตาคู่นั้นไม่ได้ดุร้ายเหมือนตอนเถียงกันเมื่อครู่ แต่กลับมีความห่วงใยเจือจางซ่อนอยู่ "อย่าไปสนใจพวกเศษสวะแบบนั้น..." คีย์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย "สมาธิเก็บไว้ซ้อมเพลงของเราดีกว่า... รินรดา" ดวงตากลมโตของหญิงสาวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อเธอตรงๆ แบบไม่มีคำว่า 'คุณมือกลอง' พ่วงท้ายเป็นครั้งแรก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกระลอกจนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการเขิน "ร...รู้แล้วน่า! ใครจะไปสนใจไอ้บ้านั่นกันเล่า!" รินรดาแหวใส่กลบเกลื่อนความประหม่า เธอกระชับไม้กลองในมือแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมา "เอาล่ะ! จะซ้อมต่อไหมล่ะคุณรุ่นพี่ ถ้ามัวแต่ยืนเก๊กอยู่แบบนี้ ระวังฉันจะตีกลองกลบเสียงกีตาร์คุณจนพังไม่เป็นท่าแน่!" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากแบบเดิมกลับมาอีกครั้ง แต่มันกลับทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะไปไกลกว่าเดิมเสียแล้ว "เชิญเลยครับ ถ้าแน่จริง... ก็ตีให้มันสะเทือนถึงหัวใจผมให้ได้ก็แล้วกัน" และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่เสียงดนตรีชุดใหม่จะเริ่มต้นขึ้น ประตูห้องซ้อมที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มปริศนา... รอยยิ้มที่ทำให้ทุกสติสัมปชัญญะของคนทั้งห้องต้องหยุดชะงักลงทันที! [ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทที่ 3 ไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!]
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%