"บอกแล้วไงว่าใบจองตั๋วเวลานี้เป็นของวง 'The Rebel' สิทธิ์ขาดอยู่ที่ฉัน... ส่วนนาย มือกีตาร์เทวดาตกอับจากตึกนิเทศ ช่วยกรุณาถอนสายตาออกจากตารางซ้อม แล้วไสหัวไปซ้อมเคาะกะละมังหลังตึกคณะตัวเองซะเถอะ!"
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ตัวกลางห้องซ้อมดนตรีดังสนั่น หักล้างกับความเงียบงันของตึกกิจกรรมยามเย็นได้อย่างสิ้นเชิง รินรดา ยืนเท้าสะเอว เชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบผมยาวประบ่าจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังขาดๆ ขอบมุมห้อง
คีย์ ปรายตามองแผ่นกระดาษตารางเวลาในมือของหญิงสาวด้วยหางตา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเหยียดเยอรมันอย่างน่าหมั่นไส้ เขายังคงดีดนิ้วเล่นกับปิ๊กกีตาร์สีดำสนิทในมือราวกับว่าเสียงบ่นของผู้หญิงตรงหน้าเป็นเพียงเสียงแมลงหวี่น่ารำคาญ
"หูตึงหรือเป็นโรคสมองเสื่อมแต่กำเนิดครับ คุณมือกลอง" คีย์เอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ปากร้ายๆ ขยับพูดทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกเหรอว่าตัวอักษรย่อ 'K.I.E.Y.' ตรงช่องวันอังคารหกโมงเย็นถึงสามทุ่ม มันแปลว่า 'ของฉัน' ไม่ใช่ของเด็กกะโปโลที่หัดตีกลองด้วยซ้อมด้วยการกระหน่ำไม้ลงไปอย่างไร้ทักษะแบบเธอ"
"นี่นาย!"
รินรดาพุ่งเข้าประชิดโต๊ะ มือเรียวบางกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความอดทนที่มีต่อผู้ชายปากเสียคนนี้มาตลอดสามเทอมระเบิดออกเป็นจุล "ใครกันแน่ที่ไร้ทักษะ! วงฉันผ่านรอบคัดเลือกมหาวิทยาลัยมาได้ด้วยฝีมือ ไม่ใช่ใช้เส้นสายทางพ่อที่เป็นอธิการบดีเหมือนใครบางคนแถวนี้หรอกนะ!"
บรรยากาศในห้องซ้อมอึดอัดขึ้นทันตาเห็น อุณหภูมิรอบกายราวกับลดฮวบลงจนติดลบ คีย์หยุดดีดปิ๊กในมือทันที ดวงตาคมกริบสีนิลเข้มวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ขากรรไกรขบเข้าหากันจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความหงุดหงิดพุ่งพล่านในอกไม่ใช่เพราะโดนพาดพิงถึงครอบครัว แต่เป็นเพราะยัยตัวแสบตรงหน้ากล้าดีอย่างไรถึงมองข้ามความตั้งใจจริงของเขาที่มีต่อดนตรี
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าสู้สายตา ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"ปากเก่งนักนะ..." คีย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมี้ลด์คูลโคโลญจน์ลอยปะทะจมูก "อยากได้ห้องนี้มากใช่ไหม อยากซ้อมนักใช่ไหม..."
"ถอยไปนะ! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!" รินรดาชี้หน้าคาดโทษ ถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนเข้ากับขาตั้งกลองเหล็กด้านหลัง เสียงโลหะกระทบพื้นดังเคร้ง เสียงหัวใจของเธอดังแข่งกับเสียงกลองในหัว
"ถ้าอยากได้นัก ก็พิสูจน์สิว่าพวกเธอมีปัญญาพอจะใช้มัน" คีย์หยุดยืนประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาซึนเดเระที่ซ่อนความรู้สึกวุ่นวายใจเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา กำลังจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุด "แข่งกัน... ถ้าวงเธอชนะ ฉันจะยกห้องนี้ให้ตลอดเทอม แต่ถ้าวงฉันชนะ เธอยอมก้มหัวขอโทษฉันกลางโรงอาหารคณะ ต่อหน้าคนร้อยแปดสิบคน... กล้าไหมล่ะ มือกลองปากดี"
"ทำไมฉันจะไม่กล้า!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ความโกรธบังตาจนลืมคิดถึงผลที่จะตามมา มือเรียวผลักอกแกร่งเต็มแรงเพื่อรักษาระยะห่าง "รับคำท้า! เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากห้องนี้ไปร้องไห้ได้เลย นายขี้เก๊ก!"
ในจังหวะที่แรงปะทะทำให้คีย์เสียหลักเซถลาถอยหลังไปชนเข้ากับชั้นวางแอมป์กีตาร์ตัวใหญ่ สายแจ็คระโยงระยางเกิดเกี่ยวพันกันจนโครงเหล็กหนักอึ้งโคลงเคลง สัญชาตญาณดิบของรินรดาสั่งให้เธอพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนเขาเพื่อดึงไม่ให้ล้มทับอุปกรณ์ราคาแพง แต่เพราะแรงเหวี่ยงที่ไม่คาดคิด ทำให้ร่างทั้งสองร่างสูญเสียการทรงตัวพร้อมกัน
"อุ๊ย!"
รินรดาอุทานเสียงหลง ร่างบางล้มคว่ำลงไปทับร่างสูงที่นอนแผ่หลาอยู่บนพรมห้องซ้อมพอดี เสียงลมหายใจสะดุดกึก ความชุลมุนวุ่นวายหยุดนิ่งลงในเสี้ยววินาที
กลิ่นหอมสะอาดของแชมพูเด็กปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการซ้อมลอยเข้าจมูกคีย์ รินรดาลืมตาขึ้น พบว่าใบหน้าของเธอกับชายหนุ่มห่างกันแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่มือข้างหนึ่งของเธอทาบอยู่บนแผงอกอุ่นระอุของเขา ส่วนมือหนาของคีย์... ตามสัญชาตญาณของการปกป้อง ก็โอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้กระแทกพื้นแรงเกินไป
ดวงตาสีนิลคู่นั้นสบประสานเข้ากับดวงตากลมโตอย่างจัง ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของทั้งคู่ มีเพียงเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ
คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความปากจัดและท่าทางกวนประสาท กำลังถูกแผดเผาด้วยความใกล้ชิดนี้จนเกือบจะควบคุมไม่อยู่ เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลและกลิ่นกายหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาทอย่างรุนแรง
รินรดาหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู สมองขาวโพลนคิดคำด่าไม่ออกสักคำ เธอพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ทว่า...
แกร๊ก... เสียงบิดลูกบิดประตูห้องซ้อมด้านหน้าดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดประหลาด
"เฮ้ย คีย์ ริน... พวกเธออยู่ข้างในไหมวะ พอดีอาจารย์ฝากเอา..."
ธันวา นักร้องนำวงคู่แข่งตัวฉกาจเปิดประตูผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท ดวงตาเรียวรีมองภาพคนทั้งสองที่กอดก่ายล้มทับกันอยู่บนพื้นพรมกลางห้องซ้อมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ และประกายความสนุกสนานที่ฉายชัดในแววตา
"...อุ๊ย โทษทีว่ะ กูขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าเนี่ย?"
รินรดารีบผลักอกคีย์สุดแรงเกิดแล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด ขณะที่คีย์ยันตัวลุกขึ้นช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสนิท ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดที่ถูกมารผจญเข้ามาขัดจังหวะในวินาทีเป็นตายเท่ากันนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทแรกไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด•ตอนที่ 1
ห้องซ้อมที่แสนวุ่นวาย
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดซิเบลรัก ปรับจูนหัวใจนายรุ่นพี่ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!