ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 19

เกมเปิดใจยามค่ำคืน

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งใส่ผมอีกสักวินาทีเดียว ผมจะคิดว่าคุณแอบหลงเสน่ห์ผมจนไม่กล้าสบตาแล้วนะครับ, คุณคณาธิป" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นเพนต์เฮ้าส์ อาคารสำนักงานใหญ่ยักษ์ย่านใจกลางเมือง แสงไฟนีออนสีส้มอมแดงจากตึกระฟ้าภายนอกทอดผ่านกระจกใสบานใหญ่เข้ามากระทบใบหน้าคมคายของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและปากร้ายอย่างคณาธิป ร่างสูงโปร่งของกันต์ธีร์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังยืนพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานราคาแพง ในมือเรียวยาวถือแก้วคริสตัลใสที่มีน้ำสีอำพันกลิ้งไหวไปตามจังหวะการหมุนข้อมือ ดวงตากลมโตคมกริบทอดมองคนตรงหน้าด้วยแววตาท้าทายที่อ่านไม่ออก คณาธิปขยับตัวเล็กน้อยบนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า นิ้วเรียวหนากำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แม้ภายนอกเขาจะพยายามสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาห่อหุ้มตัวเองหนาเตอะแค่ไหน แต่แววตาไหวระริกที่สะท้อนอยู่หลังกรอบแว่นสายตากลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด "เพ้อเจ้ออะไรของคุณ, คุณกันต์" คณาธิปเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงห้วนจัดตามสไตล์คนฟอร์มจัด "งานโปรเจกต์รีสอร์ตที่ภูเก็ตยังไม่เคลียร์ให้เรียบร้อย คุณยังมีอารมณ์มานั่งดื่มเหล้าวิสกี้ราคาแพงในห้องทำงานผมอีกเหรอครับ" "งานเสร็จตั้งแต่ห้าโมงเย็นแล้วครับ เฮีย... อ๊ะ, ขอโทษที เผลอหลุดปากเรียกชื่อเล่นตามไอ้ปกรณ์มันซะได้" กันต์ธีร์แสร้งยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นมานั้นช่างเย้ายวนและชวนให้หัวใจคนมองกระตุกวูบ "แต่ก็นะ... อยู่กันสองต่อสองแบบนี้ จะให้เรียกคุณคณาธิปมันก็ดูห่างเหินเกินไปหน่อย ว่าไหมครับ?" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเยือกเย็น แต่แปลกที่หัวใจของประธานหนุ่มกลับเต้นระรัวราวกับมีกลองเพลมาตีอยู่ในอก คณาธิปกัดกรามแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนร่างสูงใหญ่กดดันบรรยากาศโดยรอบให้แคบลง ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มฝีปากกล้าทีละก้าวอย่างคุกคาม "คุณกำลังเล่นกับไฟ, กันต์" คณาธิปโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสันจมูกโด่งเกือบจะชนกับกลุ่มผมนุ่ม กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้าจมูกจนสติของกันต์ธีร์เริ่มกระเจิง "คิดว่าตัวเองเก่งนักรึไง ถึงกล้ามาลองดีกับผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า" กันต์ธีร์ไม่ถอยหลังหนี เขากลับเชิดคอขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ แม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าจะเหลือเพียงลมหายใจกั้น "ถ้าไฟดวงนั้นมันชื่อคณาธิป... ผมก็ไม่รังเกียจที่จะลองเสี่ยงดูสักตั้งหรอกครับ" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความนัยนั้นทำให้คณาธิปชะงักไป ดวงตาคมกราบกวาดมองริมฝีปากสีระเรื่อที่ขยับพูดคำว่า 'เสี่ยง' อย่างเย้ายวน สติที่พยายามประคับประคองมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตา กำแพงความซึนและทิฐิที่เคยสร้างไว้สูงตระหง่านถูกแอลกอฮอล์ยามค่ำคืนและบรรยากาศเงียบสงบกัดเซาะจนพังครืนลงมาทีละน้อย มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อแขนเรียวของกันต์ธีร์ไว้ทันที แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน "ปากดีนักนะ... ทีแบบนี้ทำไมกล้าพูดนักล่ะ" "เพราะผมพูดความจริงไงครับ" กันต์ธีร์กระซิบตอบ เสียงนุ่มทุ้มลอดผ่านริมฝีปากที่อยู่ใกล้กันเพียงคืบ "หรือว่า... คนที่กำลังกลัวความจริงอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่ผม... แต่เป็นคุณต่างหากล่ะ, เฮีย" คำว่า 'เฮีย' ที่หลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ทำเอาคณาธิปแทบคลั่ง เขาไม่รอช้าที่จะพิสูจน์ให้คนอวดดีได้รู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายควบคุมเกมนี้อยู่ มือหนาเลื่อนขึ้นโอบประคองท้ายทอยของสถาปนิกหนุ่มเอาไว้มั่น ไม่เปิดโอกาสให้ได้ตั้งตัว ก่อนจะกดริมฝีปากลงไปทาบทับกลีบปากนุ่มหยุ่นที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงเขามาตลอดทั้งวันอย่างดุดันและเอาแต่ใจ กันต์ธีร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสอุ่นร้อนรุกรานเข้ามาอย่างกะทันหัน แต่ทว่า... ไร้ซึ่งการขัดขืน หัวใจที่เต้นรัวในอกกลับประท้วงให้ยอมจำนนต่อสัมผัสวาบหวามนี้ กลิ่นแอลกอฮอล์และรสชาติความดื้อรั้นผสมผสานกันจนกลายเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาสติของทั้งคู่ให้หลอมละลาย มือเรียวที่เคยถือแก้วคริสตัลค่อยๆ ปล่อยแก้วในมือร่วงหล่นลงบนพรมหนานุ่ม เสียงแก้วกระทบพื้นถูกกลืนหายไปกับเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิด กันต์ธีร์ยกมือขึ้นเกาะลาดไหล่กว้างของประธานหนุ่มไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว นิ้วมือขยุ้มสาบเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นเพื่อระบายความสั่นเทาที่แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย คณาธิปผ่อนปรนความดุดันลง เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอน ริมฝีปากหนาบด3เคล้าเคลียคลออยู่บนกลีบปากนุ่มอย่างไม่รู้จักพอ เหมือนคนกระหายน้ำที่เพิ่งค้นพบโอเอซิสกลางทะเลทราย ความซึนเดะ ความเย่อหยิ่ง และทิฐิอันไร้สาระทั้งหมดถูกโยนทิ้งออกไปจากสมอง หลงเหลือไว้เพียงความรู้สึกโหยหาที่อัดแน่นอยู่ข้างในหัวใจมาเนิ่นนาน เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ทั้งคู่อุ้มชูความรู้สึกนี้ไว้ ท่ามกลางแสงไฟสลัวของเมืองหลวงเบื้องล่าง คณาธิปค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปลายจมูกยังคงคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนกันต์ธีร์ต้องหลับตาพริ้ม หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู "ทีนี้..." คณาธิปกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเปี่ยมด้วยความคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด "ยังจะกล้าปากดีใส่ผมอีกไหมครับ, ตัวแสบ" กันต์ธีร์ลืมตาขึ้น ช้อนสายตาขึ้นมองคนฉวยโอกาสด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอาย ริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบเม้มเมื่อครู่ยังคงเผยอเล็กน้อย "คนฉวยโอกาส... ใครบอกให้คุณทำแบบนี้เล่า" "ก็คุณท้าทายผมเองไม่ใช่เหรอ" คณาธิปยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีเพียงกันต์ธีร์เท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น มือหนายังคงโอบเอวบางเอาไว้แนบแน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปในอากาศ "และบอกไว้ก่อนเลยนะ... ว่าผมไม่ใช่ประเภทที่ยอมให้ใครมาลูบคมแล้วปล่อยไปง่ายๆ หรอก" "งั้นเหรอครับ? แล้วถ้าผมบอกว่า..." กริ๊งงงงงง! เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยหน้าห้องทำงานดังลั่นขึ้นแทรกกลางบรรยากาศโรแมนติก พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังรัวติดต่อกันไม่ยั้ง *ก๊อกๆๆ!* "คุณคณาธิปคะ! แย่แล้วค่ะ! คุณปกรณ์พาใครก็ไม่รู้บุกเข้ามาในบริษัท บอกว่ามีเรื่องด่วนระดับวิกฤตต้องเจอคุณตอนนี้เลยค่ะ!" เสียงร้อนรนของเลขาธิการหน้าห้องที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามา ทำให้ทั้งคณาธิปและกันต์ธีร์สะดุ้งสุดตัว คณาธิปขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ส่วนกันต์ธีร์รีบดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่างแล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ประธานหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ดวงตาคมกริบตวัดมองไปทางประตูด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้าที่มีท่าทีตื่นตระหนกเล็กน้อย "ดูเหมือนว่า... คืนนี้เราคงต้องพักเกมเปิดใจนี้ไว้แค่นี้ก่อนสินะครับ" คณาธิปเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตายังคงพราวระยับด้วยประกายความต้องการที่ยังไม่มอดดับ "เพราะดูท่าทางแล้ว... มีคนกำลังอยากเข้ามาขัดขวางความสุขของเราซะเหลือเกิน" กันต์ธีร์ส่งค้อนวงใหญ่ให้คนเจ้าเล่ห์ "รีนไปเคลียร์ปัญหาข้างนอกของคุณซะเถอะครับ... เฮีย" คณาธิปยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย ก่อนจะก้าวเดินหันหลังเพื่อเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับความวุ่นวายภายนอก แต่ทว่า... ทันทีที่บานประตูห้องทำงานถูกเปิดกว้างออก บุคคลที่ยืนอยู่ด้านหลังปกรณ์กลับทำให้ลมหายใจของคณาธิปต้องสะดุดกักค้างเติ่งอยู่กลางลำคอ ใบหน้าที่เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะได้เห็นในเวลานี้ และไม่ต้องการให้มาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้มากที่สุด... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%