เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตที่ดังก้องขึ้นจากโถงทางเดินชั้นล่าง เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าข่าวลือเรื่องการถอนทุนและการปะทะคารมระหว่างประธานบริหารกับสถาปนิกหนุ่มฝีปากกล้า ได้แพร่สะพัดออกไปไวกว่าไฟลามทุ่ง และตอนนี้... ความโกลาหลกำลังก้าวเข้ามาเคาะประตูห้องทำงานส่วนตัวของเขาแล้ว
"พวกคุณจะบุกรุกเข้ามาแบบนี้ไม่ได้นะครับ! นี่มันพื้นที่ส่วนบุคคลของฝ่ายบริหาร!" เสียงโวยวายของเลขาฯ หน้าห้องดังแทรกเข้ามา พร้อมกับบานประตูไม้สักทองที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
คณาธิปขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน แววตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองกลุ่มนักข่าวและตัวแทนผู้ถือหุ้นกลุ่มย่อยที่กรูเข้ามาในห้องด้วยท่าทีคุกคาม เขาย루ยืนขึ้นเต็มความสูง บังร่างของกันต์ธีร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังให้พ้นจากรัศมีสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเหล่านั้นโดยสัญชาตญาณ
"เชิญออกไปจากห้องของผมซะ ก่อนที่ผมจะให้ระบบรักษาความปลอดภัยโยนพวกคุณออกไปทีละคน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงเยียบเย็น ทรงพลัง จนกลุ่มคนที่กำลังฮึกเหิมถึงกับชะงักไปวูบหนึ่ง
"ท่านประธานครับ! พวกเราแค่ต้องการคำอธิบาย เรื่องที่บริษัทแม่ถอนทุนกระทันหันมันคืออะไร แล้วข่าวลือที่ว่าคุณเอาผลประโยชน์ของบริษัทไปใช้เรื่องส่วนตัวกับผู้ชายคนนี้... มันจริงไหม!" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดสูทสีเทาเอ่ยถามเสียงดัง กล้าหาญขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียด
กันต์ธีร์ที่ยืนมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมฝนให้ตนอยู่เงียบๆ รู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของประธานหนุ่ม พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ สายตาคู่สวยมองตรงไปยังกลุ่มผู้บุกรุกด้วยความมั่น and นิ่งสนิท
"ถ้าเรื่องปากท้องและความอยากรู้อยากเห็นของพวกคุณมันรบกวนเวลาทำงานของพวกเรามากขนาดนี้..." กันต์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "เชิญไปรอที่ห้องประชุมใหญ่ครับ เดี๋ยวผมกับท่านประธานจะหอบเอกสารชี้แจงผลกำไรที่โตขึ้นร้อยละสามสิบในไตรมาสนี้ไปตบหน้า... เอ๊ย ไปอธิบายให้พวกคุณฟังอย่างละเอียดเอง"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องก็เงียบกริบลงทันตาเห็น บรรดานักข่าวและผู้ถือหุ้นต่างหน้าชาไปตามๆ กันเมื่อเจอไม้นี้เข้าไป คณาธิปเหลือบมองคนข้างกายแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะปั้นหน้าขรึมตามเดิมแล้วผายมือไปทางประตู
"ตามที่สถาปนิกของผมบอกครับ เชิญ... หรือจะให้ผมเรียก รปภ. มาหามออกไปจริงๆ"
ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ความวุ่นวายย่อมๆ ก็ถูกจัดการจนเข้าที่เข้าทาง ห้องทำงานกลับมาสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงความอึดอัดระลอกใหม่ที่หลงเหลือไว้ระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่ตามลำพัง
คณาธิปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างคนแบกรับความกดดันไว้มหาศาล เขานวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกันต์ธีร์ที่กำลังกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายๆ
"ทีหลัง..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ไม่ต้องเอาตัวมาบังหน้าผมก็ได้ ผมดูแลตัวเองได้"
"อ้าว พูดแบบนี้หมายความว่าไงครับคุณคณาธิป" กันต์เลิกคิ้วขึ้นสูง แววตาวาวโรจน์ด้วยความหมั่นไส้ "เมื่อกี้ใครกันแน่ที่ยืนเป็นเสาหินบังผมไว้แถมทำหน้าเหมือนจะกินหัวคนอื่นเขาอยู่แล้ว หืม? หรือว่ากลัวคนอื่นเขาจะรู้ว่า... เป็นห่วงผมกันแน่"
คำพูดแทงใจดำทำเอาประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง คณาธิปรีบเบือนหน้าหนีไปมองออกนอกกระจกใสเพื่อซ่อนใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดอย่างรวดเร็ว ปากหนายังคงแข็งกระด้างตามสไตล์คนซึนเดะขั้นสุด
"ใครเป็นห่วงคุณ อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยกันต์ธีร์ ผมแค่ไม่อยากให้ห้องทำงานผมเปื้อนเลือด... หรือพูดให้ถูกคือ รำคาญเสียงโวยวายของพวกมันต่างหาก"
"ปากแข็งชะมัด" กันต์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้นจนคณาธิปต้องเงยหน้าขึ้นมอง "ปากบอกว่ารำคาญ แต่ตอนที่อีตาผู้ถือหุ้นคนนั้นมองผมเมื่อกี้ มือคุณนี่แทบจะคว้าที่ทับกระดาษปาหัวเขาอยู่แล้วนะ... ผมเห็นหรอกน่า"
"กันต์!" คณาธิปดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดปนเขินอายจนน่าเอ็นดู "คุณนี่มัน... เหลือเกินจริงๆ ปากคอเราะร้ายไม่เคยเปลี่ยน"
"ก็เพราะผมเป็นแบบนี้ไง คุณถึงได้..." กันต์ชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาของอีกฝ่าย บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง
คณาธิปกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำมานานนับเดือนมันจุกอยู่ที่ลำคอ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้ แต่แล้วความฟอร์มจัดที่ติดเป็นนิสัยก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยม
"ผมจะบอกว่า..." คณาธิปหลบสายตาไปเสมองทางอื่น มือที่ยื่นออกไปเปลี่ยนเป็นกำเข้าหากันแน่น "เรื่องเมื่อวาน... ที่ผมทำตัวงี่เง่าใส่คุณ... เอ่อ... คือว่า..."
"คือว่าอะไรครับ? พูดให้มันชัดๆ หน่อยสิ ประธานบริษัทอสังหาฯ หมื่นล้านพูดจาติดอ่างตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" กันต์อมยิ้มขำ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างจงใจแกล้ง
"ก็... ก็คือว่า..." คณาธิปสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเงยหน้าสบตากับดวงตาสุกใสคู่นั้นตรงๆ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "คือ... ผม... ฉัน... เอ่อ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะ..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นความตายของประธานหนุ่มอย่างไม่รู้เวลาก่ำเวลา ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต
"เฮียกรณ์! แย่แล้วเฮีย! ในโซเชียลตอนนี้มีคนปล่อยคลิปที่เฮียปกป้องคุณกันต์ออกมาแล้วนะ เว็บล่มไปหมดแล้ว โว้ย! สวีทกันอยู่ได้ รีบมาดูนี่เร็ว... เอ๊ะ... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย" ปกรณ์ที่วิ่งพรวดพราดยกโทรศัพท์มือถือค้างไว้ ชะงักกึกเมื่อเห็นสายตาดุดั่งพญาอินทรีย์ที่ส่งตรงมาพิฆาตตนจากท่านประธาน
คณาธิปอยากจะยกเท้าขึ้นถีบเพื่อนสนิทออกนอกหน้าต่างให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียเดี๋ยวนี้!
มหายุทธ์ไร้เทียมทานขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 16
คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!