"ถ้าคุณยังไม่หยุดทำเสียงฮึดฮัดเหมือนคนเป็นภูมิแพ้ ผมจะขับรถลงข้างทางให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนะครับ"
คณาธิปพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นกันแดดราคาแพงยังคงจ้องมองถนนเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่น ทว่ามือที่กำพวงมาลัยสปอร์ตคันหรูนั้นกลับบีบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
กันต์ธีร์หันขวับมามองคนข้างกาย ดวงตาเรียวสวยวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด "คนที่ควรจะเป็นฝ่ายหงุดหงิดคือผมไม่ใช่เหรอครับ? เฮียพาผมมาทำงานต่างจังหวัดแบบกะทันหัน แถมยังต้องนั่งรถคันเดียวกับคนที่เพิ่งจะพูดจาหมาไม่รับประทานใส่เมื่อเช้า... ถามจริงเถอะครับ ชีวิตเฮียขาดคนเถียงไม่ได้หรือไง"
"อย่าสำคัญตัวผิด" คณาธิปตอบกลับทันควัน เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชา "ที่ลากมาด้วย เพราะไซต์งานนี้มันซับซ้อนเกินกว่าสถาปนิกไร้ประสบการณ์อย่างคุณจะทำความเข้าใจผ่านรายงานได้ ถ้าโปรเจกต์นี้พัง ชื่อเสียงบริษัทผมเสีย ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่"
"โอ้โห! งั้นเชิญเฮียขับไปคนเดียวเลยครับ ผมจะลงตรงนี้!"
กันต์ธีร์เอื้อมมือไปปลดล็อกสายเข็มขัดนิรภัยทันที แต่ไม่ทันที่เขาจะขยับตัว คณาธิปก็เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงจนร่างของสถาปนิกหนุ่มกระแทกกลับไปติดเบาะหนังชั้นดีอย่างจัง
"เฮีย! บ้าหรือเปล่า!"
"นั่งนิ่งๆ ถ้าไม่อยากตายก่อนถึงไซต์งาน" คณาธิปหันมามองแวบหนึ่ง แววตาที่ปกติจะแข็งกระด้างกลับไหววูบไปชั่วครู่ "อีกอย่าง... คนอย่างคุณถ้าไม่ได้อยู่ใต้อาณัติผม ก็คงไปสร้างเรื่องให้คนอื่นปวดหัวเล่นๆ อีกตามเคย"
บรรยากาศในรถเงียบกริบลงทันที เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามก้องท่ามกลางวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่เปลี่ยนจากตึกสูงเป็นป่าเขา กันต์ธีร์นิ่งไป เขาจ้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของท่านประธานผู้เย่อหยิ่ง สันกรามคมสันที่ขบแน่นบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอดกลั้นอะไรบางอย่าง
เขาจำได้ดีถึงเหตุการณ์เมื่อคืน... ตอนที่เห็นมีนาราเดินควงแขนคณาธิปเข้ามาในงานเลี้ยงรับรอง ท่าทางที่อีกฝ่ายพยายามดึงดันจะใกล้ชิดประธานหนุ่ม และแววตาที่คณาธิปมองมาทางเขาก่อนจะเดินหนีไป มันมีความรู้สึกบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้ แต่ทว่ามันกวนใจเสียยิ่งกว่าโปรเจกต์ที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติ
"ถามจริงเถอะครับ" กันต์ธีร์ทำลายความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย "คุณหมั้นกับคุณมีนาราแล้วจริงๆ เหรอ"
คณาธิปชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะ "เรื่องส่วนตัวของผม จำเป็นต้องรายงานคุณด้วยเหรอครับ... คุณกันต์ธีร์"
"ถ้าการหมั้นของคุณจะทำให้งานของผมล่าช้า เพราะมัวแต่ต้องไปเคลียร์เรื่องหึงหวงไร้สาระกับว่าที่คู่หมั้นของคุณ ผมก็มีสิทธิ์รู้"
"หึงหวง?" คณาธิปเลิกคิ้วสูง มุมปากกระตุกยิ้มเย้ยหยัน "มั่นใจไปหน่อยไหมว่าผมจะเสียเวลาไปหึงคนอย่างคุณ"
"ก็ดีครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อผมทุกครั้งที่มีใครเข้าใกล้ผมด้วยนะครับ"
คณาธิปหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไหล่ทางอย่างกะทันหัน รถหยุดนิ่งสนิทท่ามกลางความเงียบงันของถนนลูกรังที่ห่างไกลจากความเจริญ ประธานหนุ่มปลดล็อกสายเข็มขัดนิรภัยของตัวเอง ก่อนจะโน้มตัวข้ามมาฝั่งที่กันต์ธีร์นั่งอยู่
ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากคนตัวเล็กกว่าเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของคณาธิปผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ อบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ จนกันต์ธีร์แทบลืมหายใจ สติของเขากระเจิดกระเจิงเมื่อเห็นแววตาของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนจากเย็นชาเป็นดุดัน... เหมือนสัตว์ป่าที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อจนมุม
"ถ้าคิดว่าผมหึง..." คณาธิปกระซิบ เสียงทุ้มต่ำพร่าปร่าจนใจสั่น "ก็ลองพิสูจน์ดูไหมล่ะ ว่าผมจะทำอะไรกับคนที่พูดจาไม่เข้าหูได้บ้าง"
นิ้วเรียวของคณาธิปเกลี่ยเบาๆ ที่กรอบหน้าของกันต์ธีร์ เป็นสัมผัสที่แผ่วเบาแต่กลับสร้างกระแสไฟแล่นผ่านผิวหนังของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง กันต์ธีร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"เฮีย... อย่าเล่นแบบนี้"
"ใครเล่น?" คณาธิปขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน แววตานั้นวาวโรจน์ไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมานาน "ผมพูดจริงทุกคำ และผมก็ไม่เคยชอบให้ใครมาท้าทาย... โดยเฉพาะกับคนปากดีอย่างคุณ"
จังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงแตรจากรถคันหลังก็ดังสนั่นพร้อมกับแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามาในกระจกข้าง ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งและผละออกจากกันทันที
คณาธิปกลับไปนั่งประจำที่ มือสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะคว้าพวงมาลัยแน่นเหมือนพยายามควบคุมสติ เขาเหยียบคันเร่งออกรถไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองคนข้างๆ อีกเลย ทว่าในใจของทั้งสองกลับปั่นป่วนจนเกินกว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้
เมื่อรถขับเคลื่อนมาถึงหน้าไซต์งานก่อสร้างกลางหุบเขา ทั้งสองก้าวลงจากรถพร้อมกัน แต่ก่อนที่กันต์ธีร์จะเดินเข้าไปสำรวจโครงสร้างเหล็กกล้าตรงหน้า เสียงทุ้มที่คุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"สวัสดีค่ะคุณกรณ์ ไม่คิดเลยว่าจะมาตรวจไซต์งานด้วยตัวเองแบบนี้"
หญิงสาวในชุดเดรสยาวสีขาวสะอาดตาเดินนวยนาดออกมาจากป้อมยามด้านหน้า ใบหน้าสวยหวานแต้มด้วยรอยยิ้มที่ดูก็รู้ว่าตั้งใจมาเพื่อพบคณาธิปโดยเฉพาะ
กันต์ธีร์หยุดกึก ดวงตาเรียวหรี่ลงเมื่อเห็นมีนาราเดินเข้าไปคล้องแขนคณาธิปอย่างถือวิสาสะ โดยที่ประธานหนุ่มผู้ปากร้ายไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี...
คณาธิปปรายตามองกันต์ธีร์ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "บังเอิญจังนะครับคุณมีนารา... พอดีผมมีเรื่อง 'สำคัญ' ต้องคุยกับสถาปนิกที่นี่ คงไม่สะดวกให้คุณรบกวน"
เขาสลัดแขนออกอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด ก่อนจะหันมามองกันต์ธีร์แล้วตวัดสายตาเป็นเชิงสั่ง "ตามผมมา กันต์... เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาว"
ทว่าก่อนที่กันต์ธีร์จะก้าวตามไป มีนาราก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นายเอกของเราต้องชะงัก
"อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยค่ะคุณสถาปนิก... เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่จะยืนข้างคุณกรณ์ ไม่เคยเป็นคุณหรอกนะคะ"
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ หวังว่าเรื่องราวในตอนที่ 17 นี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ครับ
มหายุทธ์ไร้เทียมทานครับ
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 17
ทริปตรวจไซต์งานนรกแตก
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!